วิจารณ์หนัง FLYBOY
Flyboys คือหนังเกี่ยวกับสงครามที่ถูกนำเสนอด้วยสไตล์เดิม ๆ มันพยายามที่จะก้าวขึ้นไปเป็นมหากาพย์ทว่ากลับถูกสกัดกั้นด้วยเรื่องราวดราม่าซ้ำ ๆ ซาก ๆ และตัวละคร 2 มิติ ที่ไม่ดีก็ร้ายไปเลยหนังเล่าเรื่องในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 มีกลุ่มฮีโร่รุ่นใหม่ที่เป็นอาสาสมัครชาวอเมริกัน เข้ามาต่อสู้ให้กับฝ่ายฝรั่งเศส โดยใช้เครื่องบินปีก 2 ชั้น มันน่าตื่นเต้นเพราะช่วงขณะนั้น โลกเพิ่งจะได้เห็นการกำเนิดของเครื่องบินได้ไม่นาน ผู้กำกับ โทนี่ บิลล์ และทีมงานของเขา เอาใจใส่พิถีพิถันในรายละเอียดที่จะทำให้หัวใจของคนดูเต้นโครมคราม ทว่าน่าเสียดายที่หนังเรื่องนี้ลงจอดไม่ตรงเป้าหมายแต่คนดูแก่ ๆ และพวกสนใจประวัติศาสตร์ก็คงจะสนใจหนังไม่น้อยและอย่างน้อยฉากการต่อสู้อันนาประทับใจ ก็อาจจะทำให้ใครหลายคนชื่นชอบได้บ้าง
หนังเปิดเรื่องในปี 1916 เราจะเห็นกลุ่มอาสาสมัครวัยรุ่นถูกนำตัวมาพบกับ กัปตันเธโนลท์ (ฌอง เรโน) ซึ่งพูดน้อยแต่ทำเยอะเขาจะใช้เวลา 2 เดือนในการฝึกฝนเหล่าชายหนุ่มที่ปราสาทในชนบทของฝรั่งเศส เพื่อให้สามารถเข้าร่วมรบได้ ในกลุ่มของอาสาสมัครเบลน รอว์ลิ่งส์ (เจมส์ ฟรังโก้) คือเด็กกำพร้าชาวเท็กซัส ที่ไร่ของครอบครัวถูกยึดไป เขามีบุคลิกที่ยากจะคาดเดาว่าคิดอะไรอยู่ในใจเบลนได้รับแรงบันดาลใจจากภาพข่าวให้มาสมัครเข้าร่วมสงครามโลกในยุโรป นอกเหนือจากฉากการฝึกฝน และเข้าจัดการกับกองทัพเยอรมันแล้ว เราจะได้เห็นเบลนในด้านโรแมนติก ด้วยการไปปิคนิกกับแฟนสาวชาวฝรั่งเศส ลูเซียน (เจนนิเฟอร์ เด็คเกอร์)
เพื่อนร่วมทีมของเขามีทั้งเด็กหนุ่มในตระกูลมั่งคั่ง ที่ต้องการจะพิสูจน์ตัวเองให้พ่อผู้เย็นขาเห็น (ไทเลอร์ บาไลน์) เด็กที่มาจากครอบครัวทหารในเนบราลก้า (ฟิลิป วินเชสเตอร์) ลูกของอดีตทาสซึ่งกำลังสร้างชื่อในฐานะนักมวยในฝรั่งเศส และต้องเผชิญกับปัญหาสังคมที่เหยียดเชื้อซาติ (อัดดุล ซาลิส) และเด็กหนุ่มเจ้าปัญญาที่มีปัญหาในการโจมตีเป้าหมาย และเป็นที่สงสัยในความสามารถ (เดวิด เอลลิสัน)
หัวหน้าฝูงบินของพวกเขาที่แก่กว่าเล็กน้อย คือ แคสซิดี้ (มาร์ติน เฮนเดอร์สัน) หนุ่มอเมริกันที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นสิงโต และฆ่าคนมาแล้ว 20 คนเขาเป็นคนทำตัวสันโดษและไม่มีใครรู้เรื่องของเขามากนัก แต่เราจะรู้ว่าเขาเข้าร่วมสงครามนี้เพื่อล้างแค้นให้กับเพื่อนของเขาที่ถูกกองทัพเยอรมันสังหาร ก่อนที่บรรดาอาสาสมัครจะได้ใช้ Nieuport 17 เครื่องบินปีก 2 ชั้น รุ่นล่าสุดของฝรั่งเศส เขาบอกกับเด็กหน้าใหม่ทั้งหลายว่าทั้งหมดอาจจะมีชีวิตอยู่อีกแค่ 6 สัปดาห์ นอกจากนี้ แคสซิดี้ ก็เป็นเพียงคนเดียวที่เหลือรอดมาจากนักรบกลุ่มก่อนหน้า แน่นอน นั่นคือเหตุผลที่เขากระเหี้ยนกระหือรือจะจัดการกองทัพเยอรมันนัก
หนังใช้เครื่องบินรบของจริงจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ทั้งยังมีบางส่วนที่สร้างขึ้นใหม่ ใช้โมเดล และทำเทคนิคภาพโดยคอมพิวเตอร์กราฟฟิค ผู้กำกับ บิลล์ และผู้กำกับภาพ เฮนรี่ เบรแฮม ร่วมกันสร้างสรรค์ฉากการต่อสู้กลางอากาศของฝรั่งเศสกับกองทัพเยอรมัน ซึ่งฝ่ายหลังมีเครื่องบินแบบปีก 3 ชั้น ที่เหนือกว่าฝรั่งเศสเยอะ หนังทำให้เราเห็นอย่างแจ่มแจ้งว่าโลกมันสวยงามและโหดร้ายเพียงใด ขณะเดียวกัน หากมองจากสายตายุคปัจจุบัน เราจะพบว่า อะไรที่มันเป็นของเก่าแก่นั้น ช่างธรรมดาสามัญถึงขั้นชวนตกตะลึง โดยเฉพาะการใช้เครื่องบินรบที่หนุ่ม ๆ ไม่ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากพาหนะ และบางทีก็ปราศจากโดยร่มชูชีพ
ฉากสงครามทั้งหลายของหนังมีคุณภาพในระดับเดียวกับวิดีโอเกม มันดูน่าสนใจและผ่านเลยไป แต่ถ้าหยุดช้าเนิบนาบกว่านี้สักนิดเพื่อตรวจสอบ เราก็จะเห็น (จับผิด) ได้ว่าเครื่องบินที่สู้กันเหล่านั้นมันเป็นของสร้างเลียนแบบขึ้นมาขณะที่บทหนังพยายามสร้างอารมณ์เยี่ยงเดียวกับอดีต แต่หลายต่อหลายครั้งตัวละครก็ออกมาพูดความรู้ลึกแบบโต้ง ๆ เกินไป การถ่ายทำของหนังเกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ และเมื่อได้งานโปรดัคชั่นบวกกับการออกแบบเครื่องแต่งกายที่ดีมันก็ทำให้หนังพอจะมีอะไรอวดอ้างได้บ้าง
เจมส์ ฟรังโก้ (Spider Man) คือหนุ่มผู้มีเสน่ห์สำหรับเรื่องราวเหลือเกินฉากเข้าพระเข้านางโดยไม่มีอุปสรรคด้านภาษากับนักแสดงหน้าใหม่ชาวฝรั่งเศสเจนนิเฟอร์ เด็คเกอร์ จัดว่ามีแรงดึงดูดและชีวิตชีวา ซึ่งฉากดังกล่าวมักจะขาดหายไปยามที่หนังสงครามไม่ทำสงครามกัน ส่วนบทของลูเซียน คือหญิงสาวที่เลี้ยงดูลูกของพี่ชาย เนื่องจากพ่อแม่ของเด็กถูกฆ่าตายจากการโจมตีทางเครื่องบิน และจะว่าไป ส่วนที่ดีที่สุดของหนังสงครามเรื่องนี้ กลับเป็นบทโรแมนติกส่งท้ายระหว่างหนุ่มสาวซึ่งส่วนผลกระทบทางอารมณ์เสียยิ่งกว่าฉากมากมายยาวเหยียดก่อนหน้านั้นเสียอีก
CRITICS' EVERAGE: C
ข้อมูลจากนิตยสาร Starpics ฉบับวันที่ 2 ตุลาคม 2549
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


