เสียงพระเอกในซีรีส์จีน "ล่าหยก" ไม่ใช่เสียงจริง "จางหลิงเฮ่อ" เหมือนแทบแยกไม่ออก

เสียงพระเอกใน "ล่าหยก" ไม่ใช่เสียงจริงของ "จางหลิงเฮ่อ" เหมือนมากจนแทบแยกไม่ออก เผยโฉมเจ้าของเสียงตัวจริง
เป็นซีรีส์จีนกระแสแรงแห่งปี สำหรับ "ล่าหยก" (Pursuit of Jade) ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า เสียงของพระเอก "เซี่ยเจิง" ซึ่งรับบทโดย จางหลิงเฮ่อ (Zhang Linghe) ที่เราได้ยินในซีรีส์นั้นไม่ใช่เสียงจริงของเจ้าตัว แต่เป็นเสียงพากย์ของนักพากย์มืออาชีพ ซึ่งแม้แต่แฟนคลับยังบอกว่าเสียงเหมือนจางหลิงเฮ่อตัวจริงมากจนแทบแยกไม่ออก
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
เจ้าของเสียงพากย์ เซี่ยเจิง ตัวจริงมีชื่อในวงการว่า "อี้ฝาน" (Yi Fan) หรือชื่อจริงว่า สือซินอี้ (Shi Xin Yi) นักพากย์หนุ่มมากฝีมือจากสังกัด Bian Jiang Studio ซึ่งถือเป็น "เสียงคู่บุญ" ของจางหลิงเฮ่อเลยก็ว่าได้ เพราะเขาเคยฝากผลงานพากย์เสียงให้กับพระเอกคนนี้มาแล้วหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นบท "เผยเหวินเซียน" จากซีรีส์ องค์หญิงใหญ่ (The Princess Royal, 2024) หรือบท "ฉีเสี่ยวเซวียน" ใน ปรมาจารย์พยัคฆ์กระเรียน (Tiger and Crane, 2023)
อี้ฝาน นักพากย์เสียง
ไขข้อสงสัย ทำไม "ซีรีส์จีน" ต้องพากย์เสียงทับ ไม่ใช้เสียงจริงนักแสดง?
สำหรับมือใหม่หัดเข้าวงการซีรีส์จีน อาจจะสงสัยว่าทำไมถึงไม่ใช้เสียงจริงของนักแสดงขณะถ่ายทำ แต่กลับต้องพากย์เสียงทับ หลายเรื่องไม่ได้ใช้เสียงนักแสดงตัวจริงแต่เป็นนักพากย์ทั้งที่นักแสดงบางคนก็มีเนื้อเสียงที่ดีอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้มีเหตุผลสำคัญ 5 ประการ ดังนี้
1. ข้อจำกัดของสถานที่ถ่ายทำ: กองถ่ายซีรีส์ย้อนยุคมักใช้โรงถ่ายขนาดใหญ่ที่มีหลายกองถ่ายทำงานพร้อมกัน ทำให้มีเสียงแทรกซ้อน ทั้งเสียงนักท่องเที่ยว เสียงเครื่องบิน หรือเสียงจากกองถ่ายข้างเคียง การเก็บเสียงหน้างานให้สมบูรณ์จึงทำได้ยากมาก
2. การควบคุมต้นทุนและเวลา: การพากย์เสียงในห้องอัดภายหลังช่วยประหยัดเวลาในกองถ่ายได้มหาศาล หากเสียงหน้างานมีปัญหา กองถ่ายไม่ต้องเสียเวลาถ่ายใหม่ (Reshoot) ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างทีมงานและเช่าสถานที่
3. ปัญหาเรื่องภาษาถิ่นและสำเนียง: ประเทศจีนมีภาษาถิ่นที่หลากหลายมาก (เช่น กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน) เพื่อให้คนทั้งประเทศเข้าใจเนื้อหาได้ตรงกัน ซีรีส์จึงต้องใช้ "ภาษาจีนกลาง" (Mandarin) ที่เป็นมาตรฐานสากลผ่านการพากย์ทับ
4. ความเหมาะสมของคาแรกเตอร์: บางครั้งนักแสดงมีรูปลักษณ์ที่ตรงตามบทบาท แต่เนื้อเสียงจริงอาจจะแหลมเกินไปหรือนุ่มเกินไปไม่เข้ากับบุคลิกตัวละคร การใช้เสียงพากย์จึงช่วยเสริมส่งให้ตัวละครนั้นดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
5. คิวงานของนักแสดงระดับเอลิสต์: นักแสดงชื่อดังมักมีตารางงานที่แน่นมาก เมื่อถ่ายทำจบก็ต้องย้ายไปกองถ่ายเรื่องใหม่ทันที ทำให้ไม่มีเวลาว่างกลับมาพากย์เสียงตัวเอง การใช้ทีมพากย์มืออาชีพจึงเป็นทางออกที่รวดเร็วที่สุด
ล่าหยก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี