Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
วิจารณ์ภาพยนตร์ Hearty Paws ครอบครัวเดียวกัน
แชร์เรื่องนี้
วิจารณ์ภาพยนตร์ Hearty Paws ครอบครัวเดียวกัน
บางทีการเลือกถิ่นที่อยู่ของสุนัข ก็ดูจะคล้ายๆ กับการเลือกเกิดของคน สุนัขเลือกเจ้าของไม่ได้ แต่พอได้อยู่ด้วยแล้วมันก็รัก คนเราก็เลือกเกิดไม่ได้ แต่ถ้าได้เกิดและเติบโตในครอบครัวไหน พวกเขาก็จะรู้สึกผูกพันกับครอบครัวนั้นๆ
ในหนังเกาหลีเรื่อง "Hearty Paws" ลูกสุนัขตัวหนึ่งถูก "ชาน" "(ยู ซวง โฮ)" เด็กชายวัย 11 ขวบ ขโมยมาจากบ้านคนมีฐานะ ใช่ว่าทำเพราะนิสัยเหลือขอ ชานเพียงอยากได้ของขวัญวันเกิดไปให้ "โซอิ" "(คิม ยาง กี)" น้องสาววัย 6 ขวบ แต่เขาก็ยากจนเกินกว่าจะมีเงินไปซื้อหาอย่างอื่นมาให้ได้
หนูน้อยชอบของขวัญจากพี่ชายมาก เธอตั้งชื่อให้มันว่า "แมอึม" (แปลว่าหัวใจ) จากนั้นทั้ง 3 ชีวิตก็ผูกพันเป็นหนึ่งเดียว โซอิมักจะพาแมอึม (หรือถ้าดูจากขนาดตัว เจ้าหมาน่าจะเป็นผู้พาเธอมามากกว่า) ไปรอรับพี่ชายกลับจากโรงเรียนที่ป้ายรถเมล์
ว่ากันตามจริง เธอไม่ได้รอแค่พี่ชาย แต่ลึกๆ แล้วหนูน้อยยังหวังว่าถ้ามานั่ง ณ ที่นั้นทุกวัน แม่ที่ทิ้งเธอและพี่ไปจะหวนกลับคืนมาในไม่ช้า ไม่ใช่แค่ที่อยู่ แต่บ่อยครั้ง ยถากรรมของมนุษย์ ก็ไม่ได้ต่างจากของสุนัขมากนัก เรานำลูกหมามาเลี้ยงเพราะความรักใคร่ต้องตาชั่ววูบ แต่พอมันโตและดูท่าจะไม่น่ารักเหมือนเก่า หลายคนก็เลือกที่จะตัดหางปล่อยวัดไป ในขณะที่ลูกคน บางครั้งก็ถือกำเนิดจากความรักสนุกเพียงชั่วครู่ของพ่อแม่ แต่พอมีสิ่งมีชีวิตน้อยๆ ลืมตาขึ้นมาในโลกจริงๆ บางคนก็เลือกที่ปฏิเสธความรับผิดชอบโดยการทอดทิ้งลูกของตัวไป
ชานและโซอิถูกแม่ทิ้งให้อยู่กับลุงป้า อยู่มาวันหนึ่งผู้ใหญ่ทั้งสองก็ทอดทิ้งพวกเขาไปอีก"ตอนที่ฉันไม่อยู่ แกเป็นพี่ชายให้โซอิด้วยนะ" ชานบอกแมอึม ซึ่งหลายคนที่ได้ยินเจ้าของเรียกสัตว์เลี้ยงว่า พี่ น้อง หรือ ลูก อาจจะรู้สึกขบขัน สำหรับคนที่รู้สึกเช่นนั้น อาจอนุมานได้ว่าเป็นคนไม่มีหัวใจ หรือไม่ก็คงไม่เคยเลี้ยงสัตว์ หรือถ้ามีเลี้ยงบ้าง แต่พวกเขาก็คงยังมีผู้คนอีกมากมายเหลือเกินที่คอยแวดล้อมรักใคร่สำหรับคนที่ไม่มีใคร หรือมีมากมายแต่ไม่รู้ใจและไม่ให้ใจกันมากพอ การมีสัตว์เลี้ยงสักตัวคอยอยู่ใกล้ ก็เป็นความอบอุ่นที่ไม่ต่างอะไรกับการได้อยู่ร่วมกับคนในครอบครัวเดียวกันเลยแต่แม้ว่าชานจะเห็นแมอึมเป็นเหมือนพี่น้อง แต่ในที่สุด เขาก็ทิ้งมันไปจนได้ ไม่ใช่ไม่เจ็บปวด แต่การได้เห็นหน้ามัน ทำให้เขาระลึกถึงความสูญเสียบางอย่างที่รวดร้าวเกินจะทนทานได้
ชานทิ้งหมาไปหาแม่ที่เมืองหลวง เพราะอย่างน้อยเธอก็น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตสุดท้ายที่ยึดโยงเขาไว้ในโลกใบนี้ได้ โดยที่เขาไม่ได้รู้เลยว่าสำหรับแมอึมในตอนนั้น เขาก็เป็นสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียวที่เกาะเกี่ยวลมหายใจมันไว้ได้เช่นกัน"Hearty Paws" เป็นหนังอีกเรื่องที่จะมาเรียกน้ำตาพรากๆ จากคุณ ซึ่งก็น่าสังเกตว่าเกาหลีเป็นชาติที่ถนัดทำหนังแนวทางนี้เสียเหลือเกิน พวกเขาทำหนังรักฉันชู้สาว เหมือนจะเลี่ยน แต่ในที่สุดมันก็ทำให้เราร้องไห้ได้เป็นวรรคเป็นเวร ครั้นพอจะทำหนังที่เกี่ยวกับความผูกพันของสิ่งมีชีวิต พวกเขาก็ทำเราสะอึกสะอื้นได้อย่างไม่หยุดหย่อนเพราะอะไรหนังเรียกน้ำตาเรื่องนี้ถึงไม่เลี่ยนอย่างที่ควรจะเป็น?
คำตอบก็อาจจะเป็นเพราะหนังนำเสนอประเด็นอื่นเคียงกันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเด็กถูกทอดทิ้ง โดยพวกเขาบางคนเลือกที่จะไปอยู่ในแก๊งขอทาน เพราะอย่างน้อยก็ดีกว่าไม่มีที่ไป หรือไม่ ก็สุขใจอยู่ลึกๆ ที่ถูกหัวหน้าแก๊งเรียกว่า "เราเป็นครอบครัวเดียวกัน" แม้ว่าหัวหน้าครอบครัวจะนิยมหลอกใช้ลูกหลานตัวเอง และให้กินดีอยู่ดีน้อยกว่าสุนัขที่เลี้ยงไว้ก็ตาม"โลกสวยงามจริงๆ ขอทานก็มีวันหยุด" คำพูดของตัวละครหนึ่งดังว่านี้ ยิ่งทำให้หนังมีมิติชวนขบคิดมากขึ้นไปอีก เพราะทั้งๆ ที่ทำท่าจะเป็นหนังสำหรับเด็ก แต่คำเสียดสีที่ว่าก็เป็นประโยคเด็ดๆ ที่ผู้ใหญ่ทั้งหลายควรมาได้ยินนอกจากประเด็นดังกล่าว "Hearty Paws" ยังมีความดีเด่นในแง่ตัวละคร ซึ่งหลักๆ ก็มีไม่กี่คน ซ้ำยังประกอบด้วยนักแสดงเด็กและหมาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งพวกเขา (และมัน) ก็เอาทั้งเรื่องได้อยู่หมัด "และก็น่าจะเป็นตัวละครที่พวกเราหลงรักไปอีกนานเท่านาน"
ที่มาจากหนังสือพิมพ์
แชร์เรื่องนี้



