ย้อนผลงานสยิว "ฟ่านปิงปิง" ที่เคยถูกแบน จนสะเทือนวงการ แต่เธอกลับมาได้!

ย้อนผลงานสยิว "ฟ่านปิงปิง" ที่เคยถูกแบน จนสะเทือนวงการ แต่เธอกลับมาได้!

ย้อนผลงานสยิว "ฟ่านปิงปิง" ที่เคยถูกแบน จนสะเทือนวงการ แต่เธอกลับมาได้!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เกือบหลับแต่กลับมาได้! เปิดตํานาน "ฟ่านปิงปิง" กับผลงานสยิว Lost in Beijing ที่เคยถูกแบนจนสะเทือนวงการ

หากเอ่ยชื่อของ "ฟ่านปิงปิง" (Fan Bingbing) นางพญาแห่งวงการบันเทิงจีน หลายคนคงนึกถึงภาพลักษณ์ที่หรูหรา สง่างาม และผลงานระดับฮอลลีวูดอย่าง X-Men: Days of Future Past แต่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ เธอเคยผ่านมรสุมข่าวฉาวที่เกือบทำให้อาชีพต้องสะดุด โดยเฉพาะผลงานภาพยนตร์ดราม่าสะท้อนสังคมเรื่อง Lost in Beijing ที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดในยุคหนึ่ง

เส้นทางของซูเปอร์สตาร์หญิงรายนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป จากรายงานของสื่อบันเทิงระดับโลกอย่าง Variety และ The Seattle Times ได้ย้อนรอยเหตุการณ์สำคัญเมื่อปี 2007 ที่ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวถูกสั่งแบนในประเทศจีน เนื่องจากมีเนื้อหาที่ล่อแหลมและฉากเปลือยที่สมจริงเกินกว่าที่กองเซ็นเซอร์จะรับได้

ฟ่านปิงปิง lost in beijing

Lost in Beijing ผลงานที่ท้าทายขอบเขตศีลธรรม

ภาพยนตร์เรื่อง Lost in Beijing (2007) กำกับการแสดงโดย Li Yu เป็นผลงานที่ตั้งใจตีแผ่ชีวิตของชนชั้นแรงงานและการอพยพย้ายถิ่นฐานในเมืองใหญ่ของจีน แต่สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักคือ ฉากเลิฟซีนที่ดุเดือดและการนำเสนอประเด็นสังคมที่ละเอียดอ่อน

ข้อมูลจาก The Seattle Times ระบุว่า แม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้รับคัดเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน (Berlin International Film Festival) แต่กลับต้องเผชิญกับแรงต้านมหาศาลในบ้านเกิด ฉากที่มีการเปลือยและการแสดงออกทางเพศที่ชัดเจนของฟ่านปิงปิง กลายเป็นหัวข้อถกเถียงว่านี่คือศิลปะหรืออนาจาร

ฟ่านปิงปิง lost in beijing

คำสั่งแบนและผลกระทบที่ตามมา

ความร้อนแรงของเนื้อหาทำให้หน่วยงานกำกับดูแลสื่อของจีนในขณะนั้น (SARFT) ตัดสินใจใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด โดยรายงานจาก Variety เปิดเผยว่า ทางการจีนได้สั่งแบนภาพยนตร์เรื่องนี้เนื่องจากมีเนื้อหาที่เข้าข่าย "ลามกอนาจาร" รวมถึงมีการนำเสนอฉากที่ผิดกฎหมายและขัดต่อศีลธรรมอันดี

ฟ่านปิงปิง lost in beijing

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากคำสั่งแบนในครั้งนั้น ส่งผลให้เกิดบทลงโทษที่รุนแรงต่อทีมงานเบื้องหลัง ดังนี้:

  • บริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ถูกสั่งห้ามผลิตภาพยนตร์เป็นเวลา 2 ปี
  • ผู้กำกับ Li Yu ถูกสั่งห้ามถ่ายทำภาพยนตร์ในจีนแผ่นดินใหญ่เป็นเวลา 2 ปี
  • มีการกล่าวหาว่าผู้สร้างพยายามเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ไม่ผ่านการเซ็นเซอร์ลงในโลกออนไลน์

แม้ว่าตัวของ ฟ่านปิงปิง จะไม่ได้รับโทษแบนโดยตรงเหมือนกับผู้กำกับ แต่ชื่อเสียงของเธอก็ถูกจับตามองและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วงเวลานั้น อย่างไรก็ตาม ด้วยความสามารถและการวางตัว ทำให้เธอสามารถก้าวข้ามดราม่าและกลับมาผงาดในวงการได้อีกครั้ง ซึ่งต่างจากกรณีของนักแสดงหญิงรายอื่นอย่าง ถังเหว่ย (Tang Wei) ที่เคยถูกแบนจากสื่อจีนหลังแสดงภาพยนตร์ Lust, Caution

ฟ่านปิงปิง lost in beijing

มรสุมลูกใหญ่ปี 2018 และการกลับมาอีกครั้ง

แม้จะรอดพ้นจากดราม่าหนังฉาวมาได้ แต่ฟ่านปิงปิงก็ต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตในปี 2018 จากคดีเลี่ยงภาษี สำนักข่าว NBC News รายงานว่า การหายตัวไปอย่างลึกลับของเธอในช่วงเวลานั้นสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก ก่อนที่จะมีการเปิดเผยว่าเธอถูกทางการจีนตรวจสอบและสั่งปรับเงินมหาศาลกว่า 883 ล้านหยวน (ประมาณ 4,000 ล้านบาท)

บทความจาก Yahoo Entertainment วิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ภาษีครั้งนั้นส่งผลกระทบต่ออาชีพของเธอรุนแรงกว่ากรณีภาพยนตร์ Lost in Beijing มาก เพราะทำให้เธอต้องหายหน้าไปจากวงการบันเทิงพักใหญ่ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันฟ่านปิงปิงได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอยังคงเป็นดาวค้างฟ้า โดยเริ่มกลับมาปรากฏตัวในงานอีเวนต์ระดับโลกและมีผลงานการแสดงในต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่สมกับฉายานางพญาแห่งแดนมังกร

สรุป

เส้นทางของ ฟ่านปิงปิง คือบทพิสูจน์ว่าในวงการบันเทิงไม่มีอะไรแน่นอน จากดราม่าภาพยนตร์ Lost in Beijing ที่ท้าทายกฎระเบียบ สู่คดีภาษีที่เกือบทำให้อนาคตดับวูบ แต่เธอก็สามารถ "กลับมาได้" ทุกครั้ง ด้วยฝีมือการแสดงและฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น ทำให้เธอยังคงเป็นหนึ่งในซูเปอร์สตาร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของเอเชีย

แหล่งอ้างอิง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล