
ท่ามกลางภาวะซบเซาครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมโทรทัศน์และภาพยนตร์จีน ซึ่งมีรายงานว่ากว่า 60% ของโปรเจกต์ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้เนื่องจากปัญหาขาดเงินทุน สื่อจีนกลับชี้ชัดว่า ยังมีนักแสดงหญิงเพียงไม่กี่คนที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้อย่างแท้จริง
โดย Sina ระบุชื่อ 4 นักแสดงหญิง ได้แก่ หยางมี่, จ้าวลี่อิ่ง, หยางจื่อ และไป๋ลู่ ว่าเป็นกลุ่มนักแสดงหญิงระดับแถวหน้าที่ยังมีพลังมากพอจะ “แบกโปรเจกต์” ซีรีส์ได้ด้วยตัวเอง ในช่วงเวลาที่ทั้งอุตสาหกรรมกำลังเผชิญวิกฤต
ไป๋ลู่
Sina อธิบายว่า การจะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “นักแสดงที่แบกโปรเจกต์ได้” ไม่ใช่เรื่องง่าย ผลงานส่วนใหญ่ต้องทำเรตติ้งดี มียอดผู้ชมสูง และสร้างกระแสพูดถึงในสังคมอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังต้องมีพลังเชิงพาณิชย์ ดึงดูดแบรนด์โฆษณา และทำให้แพลตฟอร์มกับนักลงทุนตัดสินใจอนุมัติโปรเจกต์ได้
อีกหนึ่งเงื่อนไขสำคัญคือ ความสามารถรอบด้าน นักแสดงต้องเล่นได้หลากหลายแนว ไม่ถูกจำกัดอยู่แค่บทบาทหรือประเภทเดียว
ในบรรดาทั้ง 4 คน หยางจื่อ และไป๋ลู่ โดดเด่นเป็นพิเศษในด้านความถี่ของผลงาน เพียงปี 2025 ปีเดียว ไป๋ลู่มีซีรีส์ออนแอร์ถึง 3 เรื่อง ได้แก่ เคราะห์สวรรค์ทัณฑ์รัก FEUD, ตำนานรักสวรรค์จันทรา Moonlight Mystique และ ล่องเรือชีวิตสู่ทิศเหนือ Northward ครอบคลุมตั้งแต่แนวเทพเซียนโรแมนติกไปจนถึงดราม่าสะท้อนสังคมร่วมสมัย ซึ่งล้วนทำผลงานได้ในระดับน่าพอใจ
คนในวงการเผยว่า ไป๋ลู่ เคยได้รับบทซีรีส์ให้เลือกมากถึง 80 บท แม้เธออาจไม่ถูกยกให้เป็นนักแสดงสายเทคนิคระดับท็อป แต่ผลงานของเธอมักสร้างทั้งกระแส ยอดผู้ชม และรายได้โฆษณาได้อย่างสม่ำเสมอ โดยซีรีส์ Northward ในปี 2025 ทำเรตติ้ง CVB สูงถึง 3.615% และส่งให้เธอได้รับการยกย่องจาก DataWin ว่าเป็น “นักแสดงหญิงยุคหลัง 90 ที่กล้าท้าทายแนวใหม่ๆ”
หยางจื่อ
ด้าน หยางจื่อ ยังคงเป็นนักแสดงหญิงที่โปรดิวเซอร์ต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่ง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เธอเป็นนักแสดงหญิงเพียงคนเดียวที่มีซีรีส์ซึ่งมียอดรับชมเฉลี่ยต่อ ตอนสูงกว่า 76 ล้านวิว จากเรื่อง Flourishing Peony
ภายในปีเดียว หยางจื่อ ถ่ายทำซีรีส์ถึง 3 เรื่อง ได้แก่ The Heir , The Tree of Life และ Magnolia Blossoms ซึ่งทั้งหมดเตรียมออกอากาศทาง CCTV ความสำเร็จที่ต่อเนื่องทำให้เธอเป็นตัวเลือกที่ทั้งนักลงทุนและนักแสดงร่วมงานให้ความเชื่อมั่น
หยางมี่
สำหรับนักแสดงหญิงที่เกิดหลังปี 1985 อย่าง หยางมี่ และจ้าวลี่อิ่ง ก็ยังพิสูจน์ให้เห็นถึงคุณค่าทางการตลาดที่ไม่เสื่อมคลาย หยางมี่เคยโด่งดังไปทั่วเอเชียจากซีรีส์ไอดอลหลายเรื่อง และกลับมาทวงบัลลังก์ในปี 2025 ด้วย This Thriving Land ที่ทำเรตติ้งและยอดผู้ชมได้อย่างแข็งแกร่ง
ซีรีส์เรื่องดังกล่าวทำเรตติ้งสูงสุดถึง 4.53% กลายเป็นผลงานที่มีเรตติ้งสูงสุดของ CCTV-8 ในรอบ 3 ปี และยังเป็นซีรีส์แนวสมจริงที่ต้องใช้ทักษะการแสดงและความลึกของตัวละครอย่างมาก
จ้าวลี่อิ่ง
ขณะที่ จ้าวลี่อิ่ง ถูกมองว่าเป็นกรณีตัวอย่างที่หาได้ยาก จากนักแสดงสายไอดอลสู่การเป็นนักแสดงคุณภาพ เธอคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาแล้วถึง 3 ครั้ง จากเวทีใหญ่ที่สุดของจีนอย่าง Feitian Awards และ Magnolia Awards
ผลงานของเธอมักติดอันดับ 1-2 ด้านเรตติ้งโทรทัศน์ และมียอดผู้ชมเฉลี่ยต่อตอนมากกว่า 50 ล้านวิว ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงที่วงการให้ความไว้วางใจมากที่สุด
Sina ระบุว่า ในช่วงที่นักแสดงระดับกลางและหน้าใหม่จำนวนมากต้องเผชิญภาวะ “งานหาย” จากการเลื่อนหรือยกเลิกโปรเจกต์ มีเพียงนักแสดงที่พิสูจน์พลังเรตติ้งและรายได้มาแล้วเท่านั้น ที่ยังถูกโปรดิวเซอร์แย่งชิงตัว
รายชื่อนี้ก่อให้เกิดเสียงถกเถียงไม่น้อย โดยเฉพาะคำถามว่าทำไม จ้าวลู่ซือ และ หลิวอี้เฟย จึงไม่มีชื่ออยู่ในลิสต์
ในกรณีของจ้าวลู่ซือ เธอเคยเป็นที่รักของนักลงทุนอย่างมาก โดยเฉพาะ Tencent Video จนถูกขนานนามว่า “องค์หญิงแห่ง Tencent” อย่างไรก็ตาม ปัญหาสุขภาพและข้อพิพาทด้านสัญญากับต้นสังกัดเดิม ทำให้เธอห่างหายจากกองถ่ายมานานกว่าหนึ่งปี และยังไม่สามารถรับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่ต้องใช้ความพร้อมของร่างกายในการถ่ายทำ ด้วยปัญหาด้านสุขภาพถือเป็นความเสี่ยงในการทำงาน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนไม่น้อย
หลิวอี้เฟย
ส่วน หลิวอี้เฟย แม้จะยังเป็นนักแสดงหญิงที่มีอิทธิพลสูงและติดท็อป 10 นักแสดงหญิงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แต่สไตล์การเลือกรับงานที่พิถีพิถัน และการเว้นช่วงยาว 1-2 ปีต่อหนึ่งผลงาน ทำให้เธอไม่สอดคล้องกับสภาพอุตสาหกรรมที่ต้องการความรวดเร็วและผลตอบแทนในระยะสั้น
Sina สรุปว่า นอกเหนือจากนักแสดงหญิงระดับท็อปเหล่านี้ นักแสดงรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ยังคงต้องพึ่งพาบทและคุณภาพของเนื้อเรื่องมากกว่าพลังดาราเพียงอย่างเดียว นักแสดงอย่าง อวี๋ซูซิน, หวังฉู่หราน และเฉินตูหลิง มักจะเฉิดฉายได้ก็ต่อเมื่อเจอบทที่เหมาะสม
ในยุคที่ซีรีส์สั้นกำลังมาแรง อุตสาหกรรมซีรีส์ฟอร์มยาวของจีนจึงยิ่งเผชิญแรงกดดันมากขึ้น และนั่นยิ่งทำให้นักแสดงหญิงที่ “แบกโปรเจกต์ได้จริง” กลายเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่สุดของวงการ
อัลบั้มภาพ 6 ภาพ
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :kbizoom