ฟ้าหลังฝน 5 ดาราจีนตัวท็อป ฝ่ามรสุมวงการบันเทิง สู้ด้วยผลงานและหัวใจแข็งแกร่ง

ฟ้าหลังฝน 5 ดาราจีนตัวท็อป ฝ่ามรสุมวงการบันเทิง ยืนหยัดด้วยฝีมือและผลงาน
วงการบันเทิงจีนในปี 2025 เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ กระแสข่าวทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ซึ่งซูเปอร์สตาร์หลายคนเผชิญกับมรสุมชีวิตข่าวลือที่ถาโถม ทั้งปัญหาสุขภาพ ข้อพิพาททางกฎหมาย ทำให้กระทบการทำงานในวงการ
นี่คือ 5 ดาราจีนตัวท็อปที่สามารถก้าวผ่านวิกฤตและพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานจนได้รับความนิยมอีกครั้ง!
จ้าวลู่ซือ (Zhao Lusi)
จ้าวลู่ซือ จากซีรีส์ เกมรักในเงาลวง
จ้าวลู่ซือ (Zhao Lusi) นักแสดงสาวชื่อดังของจีนที่ได้รับความนิยมอย่างมาก กลับต้องพบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิต หลังจากที่เธอเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตในช่วงปลายปี 2567 ต้องต่อสู้กับโรค Conversion disorder ที่ส่งผลให้เธอสูญเสียความสามารถในการพูดและเดินในระยะหนึ่ง อาการนี้เกิดจากความเครียดสะสมจากการทำงานหนักและถูกทำร้ายจิตใจจากคนใกล้ตัว
ท่ามกลางข้อพิพาทกับสังกัดเดิม ที่พยายามปิดกั้นโอกาสในอาชีพและแสวงหาผลประโยชน์จากตัวเธอ ซีรีส์เรื่อง เกมรักในเงาลวง (Love's Ambition) กลับสร้างปรากฏการณ์และได้รับความนิยมอย่างถล่มทลาย ซึ่งถือเป็นการกลับมาของจ้าวลู่ซือที่โดดเด่น เธอทำลายสถิติการเปิดตัวที่สูงสุดบน WeTV ในปี 2025 ด้วยยอดวิวที่ทำสถิติสูงถึง 63.28 ล้านวิวต่อตอน
จ้าวลู่ซือกลับมาอย่างเต็มตัวในงานคอนเสิร์ตวันเกิดของตัวเองในเดือนพฤศจิกายน พร้อมกับประกาศยุติสัญญากับต้นสังกัดเก่าและก่อตั้ง "Zhao Lusi Studio" เพื่อควบคุมการทำงานของตนเองอย่างเต็มที่ เธอได้รับการยอมรับและได้รับรางวัล "ศิลปินผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี" และ "รางวัลสไตลิสต์ยอดเยี่ยมแห่งปี" ในงาน Tencent Video All Star Night 2025 ซึ่งตอกย้ำความสำเร็จและอิทธิพลของเธอในวงการบันเทิงจีน
สวีข่าย (Xu Kai)
สวีข่าย จากซีรีส์ ใต้แสงจันทร์วันหวนคืน
สวีข่าย (Xu Kai) พระเอกซูเปอร์สตาร์ของจีน กลายเป็นจุดสนใจในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 หลังเผชิญมรสุมข่าวฉาวสองระลอกใหญ่ ทั้งประเด็นความรักในอดีตและข้อกล่าวหาเรื่องการพนัน ท่ามกลางช่วงที่ซีรีส์ใหม่กำลังออกอากาศ
ปลายเดือนสิงหาคม สวีลี่ซา ออกมาโพสต์แฉความสัมพันธ์ในอดีต โดยอ้างว่าเลิกรากับสวีข่ายตั้งแต่ปลายปี 2022 และพาดพิงถึงบุคคลที่สาม รวมถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในอดีตของเขา ฝั่งต้นสังกัดของสวีข่ายออกแถลงการณ์โต้ทันที ยืนยันว่าเขาโสด ข่าวทั้งหมดเป็นเท็จ และจะดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ผ่านไปไม่นาน สวีข่ายถูกโยงเข้าข่าวลือรุนแรงกว่าเดิม ถูกกล่าวหาว่าติดการพนันและเปิดคาสิโนส่วนตัวที่เหิงเตี้ยน พร้อมภาพสลิปโอนเงิน และคลิปหลุดว่อนโซเชียล ต้นสังกัดและทีมทนายปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ชี้ว่าเป็นข้อมูลบิดเบือน และดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งจากการตรวจสอบในภายหลังไม่พบว่าสวีข่ายมีความผิดแต่อย่างใด
แม้ข่าวดราม่าจะถาโถม สวีข่ายเลือกใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ปล่อยให้กฎหมายจัดการ ขณะที่ซีรีส์ ใต้แสงจันทร์วันหวนคืน (Moonlit Reunion) แม้จะถูกกระแสข่าวสกัดดาวรุ่ง แต่ยังได้รับความนิยมและการตอบรับที่ดี ขณะเดียวกันแบรนด์ต่างๆ ไม่ได้มีการถอนตัวหรือยุติการร่วมงานกับเขา ปัจจุบันสวีข่ายยังเดินหน้าถ่ายทำผลงานซีรีส์เรื่องใหม่ตามปกติ และมีแฟนๆ ไปรอให้กำลังใจที่กองถ่ายทุกวัน
ซ่งจู่เอ๋อร์ (Song Zu Er)
ซ่งจู่เอ๋อร์ จากซีรีส์ ปรปักษ์จำนาน
ซ่งจู่เอ๋อร์ (Song Zu Er) เริ่มเข้าสู่วงการตั้งแต่วัยเด็ก จากงานโฆษณาและละครโทรทัศน์ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ก่อนโด่งดังทั่วประเทศจากบท “นาจา” ในละครแฟนตาซี Prelude of Lotus Lantern (2009) จนได้รับฉายา “นักแสดงเด็กขวัญใจชาวจีน”
ปี 2017 เธอกลับมารับงานแสดงเต็มตัวหลังเรียนจบมัธยมปลายที่สหรัฐฯ และร่วมรายการวาไรตี้ Divas Hit the Road ทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ก่อนสอบติดสถาบันภาพยนตร์ปักกิ่ง (Beijing Film Academy) ในปี 2018 ด้วยคะแนนอันดับ 3 ของประเทศ และในปี 2019 ยังติดโผ Forbes China 30 Under 30 Asia
เส้นทางที่กำลังรุ่งต้องสะดุดในต้นปี 2023 เมื่อซ่งจู่เอ๋อร์ถูกกล่าวหาว่าหลีกเลี่ยงภาษี 45 ล้านหยวนจากคำร้องของอดีตพนักงาน ส่งผลให้งานในวงการต้องหยุดชะงักแม้ยังไม่มีข้อสรุปในขณะนั้น ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2024 สตูดิโอของเธอออกแถลงยืนยันว่า สรรพากรจีนตรวจสอบแล้วไม่พบการเลี่ยงภาษี และไม่เคยถูกลงโทษใดๆ พร้อมชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องโกงสอบเข้ามหาวิทยาลัยว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยกระบวนการสอบและคะแนนสอบทั้งหมดได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แม้คดีจะคลี่คลาย แต่ซ่งจู่เอ๋อร์หายเงียบไปเกือบ 2 ปี ก่อนจะกลับสู่วงการในปี 2025 อย่างสมศักดิ์ศรี ด้วยซีรีส์ ล่าปีศาจพิฆาตรัก (The Demon Hunter’s Romance) และ ปรปักษ์จำนน (The Prisoner of Beauty) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและกระแสตอบรับที่ดีถล่มทลายจนได้รับรางวัลซีรีส์แห่งปี รวมถึงผลงานซีรีส์ Created in China ซึ่งออกอากาศที่จีนในปีนี้ด้วย
อวี๋ซูซิน (Yu Shuxin)
อวี๋ซูซิน จากซีรีส์ ทางรักคู่ขนาน
ตลอด 9 ปีในวงการบันเทิง อวี๋ซูซิน (Esther Yu Shuxin) เป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงที่เผชิญกระแสแอนตี้และคำวิจารณ์หนักที่สุด โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับคุณพ่อและครอบครัวที่ถูกโจมตีขุดคุ้ยอย่างต่อเนื่อง จนในเดือนพฤษภาคม 2025 คุณพ่อของเธอมอบอำนาจให้สำนักงานกฎหมายในปักกิ่ง ยื่นฟ้องผู้ใช้ Weibo ฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการโกงทรัพย์สินรัฐและปล่อยเงินกู้นอกระบบ พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยตัวตนจริงและชดใช้ค่าเสียหาย 170,000 หยวน โดยศาลนัดไต่สวนในเดือนมกราคม 2026
ในช่วงเวลาเดียวกัน อวี๋ซูซินได้สิ้นสุดสัญญากับ Huace Film & TV ที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่ปี 2017 สัญญาหมดลงเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2025 โดยไม่มีข้อพิพาทหรือค่าเสียหาย ทำให้การทำงานต่อจากนี้อยู่ภายใต้การบริหารของสตูดิโอส่วนตัวของเธอทั้งหมด
นอกจากประเด็นครอบครัว เธอยังถูกโจมตีในหลายเรื่อง ทั้งการแสดง น้ำเสียง และพฤติกรรมไม่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน ซึ่งอวี๋ซูซินเลือกนิ่งเงียบไม่ตอบโต้ ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายปีถือว่าฟ้าเริ่มเปิดให้เธออีกครั้ง เมื่อซีรีส์ ทางรักคู่ขนาน (SPEED AND LOVE) ที่เธอแสดงนำได้รับกระแสตอบรับดี แม้จะออนแอร์แบบไม่โปรโมตล่วงหน้าและเปิดตัวไม่แรงนัก แต่ความนิยมค่อยๆ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กลายเป็นบทพิสูจน์ว่า ท่ามกลางข่าวลบ ฝีมือและความสามารถของอวี๋ซูซินยังคงทำให้เธอยืนหยัดในวงการได้ และยังมีแฟนๆ จำนวนไม่น้อยที่พร้อมสนับสนุนและปกป้องเธอเสมอ
ไป๋ลู่ (Bai Lu)
ไป๋ลู่ จากซีรีส์ ชายาเคียงหทัย
นักแสดงหญิงแถวหน้าของวงการจีน ไป๋ลู่ (Bai Lu) แม้ในปีนี้จะไม่ได้มีข่าวเสียหาย รวมทั้งมีผลงานโดดเด่นกับซีรีส์ออนแอร์ถึง 3 เรื่อง ได้แก่ ตำนานรักสวรรค์จันทรา (Moonlight Mystique), ล่องเรือชีวิตสู่ทิศเหนือ (Northward) และ เคราะห์สวรรค์ทัณฑ์รัก (Feud) นับเป็นอีกหนึ่งปีทองในเส้นทางการแสดงของเธอ แต่ไป๋ลู่ก็ต้องเผชิญมรสุมครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อเธอต้องต่อสู้กับโรคลึกลับที่ทำให้ร่างกายอ่อนแรงอย่างรุนแรง จนจำเป็นต้องหยุดงานทั้งหมดเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างจริงจัง
ย้อนกลับไปช่วงกลางปี ระหว่างถ่ายทำซีรีส์ ชายาเคียงหทัย (Mo Li) มีรายงานว่าไป๋ลู่มักมีอาการเจ็บปวดและอ่อนล้าในกองถ่าย แต่เธอเลือกเก็บเงียบและทำงานต่ออย่างมืออาชีพ เนื่องจากกองถ่ายของจีนทำงานเป็นระบบและมีตารางการถ่ายทำที่ถูกกำหนดไว้แล้ว จนกระทั่งร่างกายของนางเอกสาวทนไม่ไหวและต้องยุติทุกงานในที่สุด สื่อจีนระบุว่าอาการเริ่มรุนแรงตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ทั้งอ่อนเพลียเรื้อรัง ปวดศีรษะ และปวดลามตั้งแต่ศีรษะถึงลำคอและกระดูกสันหลัง ก่อนจะทรุดหนักในเดือนสิงหาคมจนไม่สามารถทำงานได้
ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา สุขภาพของไป๋ลู่ทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักลดจาก 48 เหลือ 43 กิโลกรัม ทั้งที่สูง 165 เซนติเมตร ทำให้ร่างกายอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหว แม้จะเข้ารับการตรวจจากหลายแผนก แพทย์ยังไม่สามารถวินิจฉัยสาเหตุได้แน่ชัด และจัดอยู่ในกลุ่มโรคที่วินิจฉัยยาก ปัจจุบันเธออยู่ระหว่างการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันควบคู่กับการฝังเข็มแบบแพทย์แผนจีน ซึ่งหลังบำบัดต่อเนื่อง อาการเริ่มดีขึ้น ปัจจุบันไป๋ลู่กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้แล้ว แต่ยังคงอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี