***********************
พันนา ฤทธิไกร ปรมาจารย์นักบู๊ ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวบนถนนสายแอคชั่นไทยมาหลายทศวรรษ จึงไม่แปลกที่เขาจะกลายเป็นไอดอลของนักแสดงแอคชั่นและสตันต์แมนมากมาย เขายังเป็นคนสำคัญที่ปลุกปั้น 'จา พนม' (Tony Jaa) จนก้าวสู่นักแสดงแอคชั่นระดับโลก ปัจจุบันพันนายังคงกำกับภาพยนตร์ กำกับคิวบู๊ ออกแบบท่าทางการต่อสู้ และแสดงสตันต์แมนให้กับภาพยนตร์หลายเรื่อง ผลงานที่ผ่านมา เช่น องค์บาก1-3, ต้มยำกุ้ง, โคตรสู้โคตรโส, ช็อคโกแลต, เกิดมาลุย เป็นต้น "วงการหนังไทยตอนนี้ ในความรู้สึกของผม หลังจากทำองค์บากจนถึงต้มยำกุ้ง ช็อคโกแลต หรืออะไรต่างๆ ผมรู้สึกว่าจะกำลังจะอิ่มตัว นอกเสียจากว่า มีใครค้นคิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาอีก จากสิ่งที่เป็นไทยนี่แหละ" พันนา ฤทธิไกร กล่าว เซ้ง กวี ศิริคเณรัตน์ ผู้นำแบรนด์ Thai Stuntmen สู่ระดับสากล เขามีประสบการณ์ทำงานในสายสตันต์อย่างยาวนานมากกว่า 20 ปี ซึ่งเขาได้เป็นสตันต์แมนและ Stunt Coordinator ให้แก่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์หลายเรื่อง เช่น Bangkok Dangerous, Rambo 4, Street Fighter The legend of Chun Li, Shanghai, Largo Winch 2, The Hangover2 เป็นต้น "จริงๆ แล้วคำพูดที่ว่าอยากเห็นสตันต์ไทยไปต่างประเทศ ผมใช้คำพูดที่ว่าอยากเห็นไปเยอะกว่านี้ และอยากให้ได้ไปแทบทุกทีม นั่นหมายถึงว่าถ้าได้ไปทุกทีม มันก็จะเป็นการการสร้างcredit ให้Thai Stunt Teamอีก แล้วก็จะเป็นการสร้างความเป็นอยู่ให้Thai Stunt Team ดีขึ้น" เซ้ง กวี ศิริคเณรัตน์ แผงฤทธิ์ แสงชา ผู้กำกับคิวบู๊มากฝีมือ มี 2 รางวัลตุ๊กตาทองเป็นเครื่องการันตี นอกจากงานกำกับคิวบู๊แล้ว เขายังสอนการแสดงฉากแอคชั่น รวมทั้งฝึกยุวสตันต์รุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาประดับวงการ ผลงานที่ผ่านมา เช่น บางระจัน, 2499 อันธพาลครองเมือง, ฟ้าทะลายโจร, ท้าชน, ขุนแผน แสนสะท้าน, ขุนศึก, ขุนรองปลัดชู เป็นต้น แอ๊นท์ วัชรชัย สุนทรศิริ เริ่มต้นเป็นสตันต์แมนแสดงแอคชั่นโชว์ในสวนสัตว์เอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง เขาฝึกวิธีสตันต์แมนจากลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง จนมีโอกาสได้ไปศึกษางานที่ universal studio และทุกวันนี้จากประสบการณ์สั่งสมบวกกับทักษะความสามารถพิเศษ เขากลายเป็นสตันต์ม้าแถวหน้าของประเทศ ผลงานที่ผ่านมา เช่น ตำนานสมเด็จพระนเรศวร, สามพันโบก, ขุนรองปลัดชู, ตะวันเดือด เป็นต้น ปัจจุบันนอกจากงานแสดงภาพยนตร์และละครโทรทัศน์แล้ว เขายังคงแสดงสตันต์โชว์ในต่างประเทศด้วยเรื่อยมา