Slumdog Millionaire พาเที่ยว นครมุมไบ

กลายเป็นพระเอกของเวทีออสการ์ปีนี้ไปตามคาด สำหรับ Slumdog Millionaire ที่กวาดไปถึง 8 รางวัลหลักๆ สูงสุดในบรรดาหนังที่เข้าชิงปีนี้ ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง The Curious Case of Benjamin Button ที่ได้ไปเพียง 3 รางวัล ในขณะที่บนตารางบ็อกซ์ออฟฟิศในอเมริกา Slumdog ก็โกยรายได้ไปเกิน 100 ล้านเหรียญเรียบร้อยโรงเรียนอินเดีย เมื่อตัวหนังกระหึ่มขนาดนี้ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า เมืองมุมไบ สถานที่ถ่ายทำของหนังทั้งเรื่อง จะมีผู้คนให้ความสนใจมากขึ้น และเปลี่ยนความคิดที่ว่าเมืองนี้มีแต่ชุมชนเสื่อมโทรม กลายเป็นเมืองที่มีสีสันน่าเที่ยวขึ้นมาทันตาเห็น ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็เหมือนกับหนังที่มีโลเคชั่นแปลกตาเรื่องอื่นๆ คือ ทัวร์ท่องเที่ยวตามรอยหนัง นครมุมไบ (หรือบอมเบย์เดิม) ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีชุมชนแออัดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะบริเวณที่เรียกว่า ธาราวี ที่มีพื้นที่เพียง 2 ตารางกิโลเมตร แต่มีประชาชนอาศัยอยู่มากถึง 1 ล้านครัวเรือน ซึ่งเป็นมาตรการควบคุมชุมชนแออัดของรัฐบาล ส่งผลให้พื้นที่ที่เล็กกว่าเซ็นทรัลปาร์คในนิวยอร์คแห่งนี้ กลายเป็นแหล่งชุมชนเสื่อมโทรมจนแทบไม่มีใครอยากเข้าไปเยือน แต่หลังจากที่ Slumdog เข้าฉาย บริษัททัวร์หลายแห่งก็เกิดไอเดียจัดเรียลลิตี้ทัวร์ขึ้นมา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนนครมุมไบเพิ่มขึ้นถึง 25% นับตั้งแต่หนังเข้าฉาย ถือเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของบริษัททัวร์ ที่คาดว่านักท่องเที่ยวจะลดลงไปมาก หลังจากเหตุก่อการร้ายในโรงแรมกลางนครมุมไบ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว “ก่อนหน้านี้คนทั้งโลกคิดว่าทั้งนครมุมไบมีแต่สลัมเสื่อมโทรมทั้งเมือง” คริส เวย์ เจ้าของหนึ่งในบริษัทเรียลลิตี้ทัวร์กล่าว เขาอาศัยอยู่ในมุมไบมาตั้งแต่ปี 2004 “มันเป็นความเข้าใจผิดโดยสิ้นเชิง นั่นคือสิ่งที่เราพยายามทำอยู่ คือล้างภาพในแง่ลบของสลัม โดยหันไปเสนอจิตวิญญาณที่แท้จริงของชุมชน” เรียลลิตี้ทัวร์ที่ว่านี้คือการพานักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสวิถีของชุมชนอย่างใกล้ชิด (อารมณ์ประมาณโฮมสเตย์ในบ้านเรา) โดยมีค่าใช้จ่ายเพียง 10-20 เหรียญ ขึ้นอยู่กับโปรแกรมทัวร์ว่านานแค่ไหน และหลายบริษัทก็บริจาคเงินรายได้จากการท่องเที่ยวให้องค์กรการกุศลของชุมชนถึง 80% ของรายได้ทั้งหมดเลยทีเดียว การจัดทัวร์เพื่อบริจาครายได้ให้ชุมชนในอินเดียนั้น เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยที่หนังเรื่อง Salaam Bombay! ของผู้กำกับ มีร่า แนร์ เข้าฉายในปี 1988 โดยมีองค์กรการกุศลที่ชื่อ Salaam Baalak Trust เป็นแกนนำ ขณะที่ชุมชนแออัดอื่นๆ ในโลกก็มีการจัดทัวร์เพื่อการกุศลเช่นกัน หรือกระทั่งตอนที่พายุเฮอริเคนแคทริน่า ถล่มนิวออร์ลีนในสหรัฐฯ ก็มีการพาทัวร์ชุมชนที่ได้รับความเสียหาย เพื่อนำรายได้มาบริจาคให้ผู้ประสบภัยเช่นกัน “การที่นักท่องเที่ยวได้มาทัวร์แบบนี้มันจะเป็นประสบการณ์ที่ใหม่มาก มันช่วยให้พวกเขาเปิดหูเปิดตากับสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต มันอาจจะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อโลกได้เลย” เจฟฟ์ กรีนวอลด์ ผู้บริหารของเว็บไซต์ท่องเที่ยว EthicalTraveler.org กล่าว “จุดสำคัญมันอยู่ตรงที่ลูกทัวร์ของเราจะได้สัมผัสถึงสีสันของชุมชนอย่างแท้จริง มันอาจทำให้ชีวิตคุณมีคุณค่ามากขึ้น ซึ่งมันต่างจากการไปเที่ยวสวนสัตว์ หรือโคลอสเซี่ยม ที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากแท่งหินอายุพันปี”

เนื้อหาสนับสนุนโดย

เรื่องล่าสุดของหมวด หนัง

ดูหมวด หนัง ทั้งหมด