พลังพิเศษของเหล่า X-Men: First Class

จากคำพูดของของเหล่านักแสดงของเรื่อง X-MEN: FIRST CLASS (เอ็กซ์-เม็น: รุ่นหนึ่ง) แนะนำตัวละครและจุดยืนของพวกเขาในภาพยนตร์ให้พวกเรารู้จัก

เจมส์ แม็คอวอย (ชาร์ลส์ ซาเวียร์/โพรเฟสเซอร์ เอ็กซ์) "ชาร์ลส์มีการเชื่อมโยงถึงทุกคน เพราะเขาสามารถรับรู้ประสบการณ์และเข้าใจพวกเขาได้ ความทรงจำของพวกเขาก็เหมือนความทรงจำของเขา แต่เขาไม่ได้มองไปที่เอริค เขาไม่รู้ว่าเอริคอยู่ที่นั่น ไม่รู้สึกถึงเขาได้อย่างทันที และเขาอาจเข้าไม่ถึงเอริคในแบบที่เข้าถึงคนอื่นๆ ด้วยซ้ำ ผมว่ามันเป็นการแข่งขันของใครที่กุมอำนาจอยู่เล็กน้อย และมันมีความรู้สึกระหว่างพวกเขา จากที่แม็กนีโตพูดว่า 'แกมีมันสมอง แต่ว่าฉันเป็นไพ่ตายของแก' ในทุกการผจญภัย 'ผมเป็นคนที่ร้ายกาจที่สุดในจุดนี้ คุณรู้ดีและผมเองก็รู้ดี' และผมคิดว่าตอนท้ายของภาพยนตร์เราจะเข้าใจมันได้เป็นอย่างดี เรามีมุมมองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และสิ่งที่ค่อนข้างงดงามคือฉากเหล่านั้นไม่ได้จบลงด้วยการประนีประนอมกันในท้ายที่สุด พวกเขาแตกแยกกัน จึงมีความเครียดเกิดขึ้นตลอดภาพยนตร์"

ไมเคิล แฟสเบ็นเดอร์ (เอริค เลห์นเชอร์/แม็กนีโต) "ในช่วงเริ่มต้นของภาพยนตร์ เราได้ทำความรู้จักกับเอริคในฐานะของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เราเริ่มต้นในค่ายกักกันที่กักตัวเขาเอาไว้และตัดเข้า 20 ต่อมา ซึ่งเป็นช่วงต้นของยุค 60 เอริคโตขึ้นเป็นหนุ่ม เขากำลังมีภารกิจไล่ล่าตัวเซบาสเตียน ชอว์ ที่แสดงโดย เควิน เบคอน ชอว์ได้ตัวเขาที่แคมป์ที่ให้ความสนใจ และอย่างที่เรารู้ว่านาซีมีการทดลองมากมายกับพวกเรื่องขนาดหัวกระโหลก ขนาดสมอง และการทดลองวิทยาศาสตร์กับมนุษย์เป็นส่วนหลัก ชอว์กำลังพยายามปลดปล่อยพลังนี้ในตัวแม็กนีโตออกมา เพื่อให้เขายอมรับว่าเขาสามารถปรับเปลี่ยนโลหะ โดยพื้นฐานแล้วเราจึงร่วมมือกับเอริคในภารกิจสยบไล่ล่าตัวชอว์"

โรส บริน (มอยร่า แม็คแท็กการ์ต) "มอยร่าทำงานให้ CIA ในหนังสือการ์ตูนเธอเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญด้านยีนมนุษย์กลายพันธุ์ และเธออยู่ในหนังภาคที่ 3 โอลิเวีย วิลเลียมส์ รับบทแสดงเป็นเธอ แต่ในการกำเนิดใหม่คราวนี้เธอทำงานให้ CIA และในช่วงแรกเริ่มได้ร่วมงานกับชาร์ลส์ ซาเวียร์ เพื่อการค้นหามนุษย์กลายพันธุ์ เธอรู้ว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านยีนของการกลายพันธุ์ เธอจึงหาตัวเขาและกลายเป็นพันธมิตรกัน เธอเป็นนักสำรวจหญิงตัวจริง มันเกิดขึ้นในปี 62 และเธออยู่ในหน่วย CIA มันจึงเป็นเรื่องใหม่มากที่ผู้หญิงจะได้รับโอกาสนั้น เธอทำหน้าที่ในสถานที่ที่มีความเร้นลับพอสมควร เธอจึงมีความกล้าและมีแรงผลักดันหลายอย่าง"

เจสัน เฟลมิ่ง (อาซาเซล) "เขาเป็นคนชั่ว เควิน เบคอน มีผู้ร่วมทีมที่น่าหวาดกลัว หนึ่งในนั้นคือแจนยัวรี่ โจนส์ คนเก่ง และหนึ่งในนั้นคือเจสัน เฟลมิ่ง ผู้ไม่มีความเลิศหรูแต่ยังมีผิวสีแดงเป็นประกาย เช่นเดียวกับอเล็กซ์ กอนซาเลซ ผู้รับบทแสดงเป็นริพไทด์ ต่อมาเราได้เพิ่มโซอี้ เครวิตว์ เข้ามาในหนังด้วย พวกเขาเหมือนกับจอมอันธพาล แต่ความสามารถของผม หากผมมีทักษะในทุกด้าน ผมจะทำสิ่งที่อยู่นอกเหนือสิ่งที่อยู่ในบทสักหน่อย หากวันหนึ่งผมแสดงและเพิ่มบทพูดหรืออาจทำให้มีใบหน้าใกล้ชิดเข้ามาหน่อย ผมก็พอใจกับตัวเองแล้วเมื่อเวลาเดินหน้าไป เพราะมันเป็นภาพยนตร์เรื่องยาว ผมมีความสุขกับส่วนที่มีการพัฒนา แม็ตต์มาหาผมและบอกว่า 'เฟลมิ่ง รายละเอียดการถ่ายทำของกองสองมีคุณคอยพูดตลอดเวลา คุณไม่มีบทพูดเลย ทำไมคุณยังพูดอยู่?!'"

อเล็กซ์ กอนซาเลซ (จานอส คเวสเต็ด/ริพไทด์) "ริพไทด์ร่วมมือกับเซบาสเตียน ชอว์ รับบทแสดงโดยเควิน เบคอน โดยพื้นฐานแล้วเขาสามารถควบคุมกระแสลมได้ เขาสามารถเหวี่ยงคลื่นลมได้ด้วยมือของเขา แต่เวลาที่เขาโกรธจัด เขาสามารถสร้างทอร์นาโดขึ้นมารอบๆ ตัวเขาได้ เขาเป็นตัวอันตรายสุดๆ แต่ในทางตรงกันข้ามเขามีความเคารพและสุภาพมาก สำหรับผมแล้วเขาเหมือนพายุทอร์นาโด เวลาเราเห็นทอร์นาโดจากที่ไกลๆ มันดูสงบนิ่ง เพียงสิ่งเดียวที่เรามองเห็นได้คือลักษณะที่เหมือนหลอด แต่ภายในเมื่อมันใกล้เข้ามาดูน่ากลัวมาก ทุกอย่างภายในตัวริพไทด์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความฉุนเฉียวมาก เขาค่อนข้างเป็นคนเห็นแก่ตัวในช่วงเวลาที่เขาเป็นทอร์นาโด เขาสนุกกับมันได้ตลอดเวลา"

นิโคลาส เฮาล์ต (แฮงค์ แม็คคอย/บีส) "เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์หนุ่ม เป็นอัจฉริยะที่ชาญฉลาดมาก แต่ค่อนข้างขี้อายและทำตัวไม่ถูกเวลาอยู่กับสาวๆ ค่อนข้างเปิ่นในสังคมเวลาอยู่ในกลุ่มของผู้คน เขาเป็นคนดีแต่นั่นคืองานหนักสำหรับเขา เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีฝีมือ และเขาจะมาพร้อมสิ่งประดิษฐ์พวกนี้ที่ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง จากนั้นเขาได้ทดลองเซรั่มจากดีเอ็นเอของมิสทีก เพื่อพยายามหยุดยั้งเท้าของเขาที่กำลังจะมีขนาดใหญ่ยักษ์เหมือนลิง เพราะเขาเป็นคนที่มีจิตสำนึกถึงเรื่องนั้นมาก โชคร้ายที่มันเกิดข้อผิดพลาด เขาจึงกลายเป็น บีส ที่เรารู้จักจากหนัง การ์ตูน และหนังสือการ์ตูนอื่นๆ มันเป็นมนต์เสน่ห์ที่ได้เห็นความแตกต่างระหว่างตอนที่เขากลายเป็นบีสกับแฮงค์ และนี่เป็นตัวละครที่ดูเหมือนสัตว์และดูน่ากลัวมาก"

เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ (เรเว็น ดาร์คโฮล์ม/มิสทีก) "เรเว็นหรือมิสทีกเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ โดยธรรมชาติเธอมีตัวสีฟ้า ดูน่ากลัว ผมสีแดง และเธอยังมีความคล่องตัวที่เหนือมนุษย์อีกด้วย จริงๆ แล้วเธอเป็นเด็กวัยรุ่นธรรมดาทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับความไม่เชื่อมั่น ซึ่งความไม่เชื่อมั่นของเธอเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยปกติสักเท่าไหร่ เธอไม่เชื่อมั่นเรื่องการเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ และเธอเริ่มยอมรับมันได้อย่างช้าๆ และค่อยๆ เปิดเผยตัวเธอออกมา เธอเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้เป็นเวลานาน แต่จริงๆ แล้วเธอแค่เรียนรู้ความสามารถเหนือมนุษย์ของเธอ เธอค้นพบสิ่งนั้นในหนัง"

อีดี้ กาเธกี้ (อาร์แมนโด้ มูนอซ/ดาร์วิน) "ดาร์วินได้ฉายามาจากชาร์ลส์ ดาร์วิน บิดาแห่งทฤษฎีเรื่องวิวัฒนาการ ตัวละครของผมมีวิวัฒนาการเกิดขึ้นตลอดเวลา มันเรียกว่าปฏิกิริยาการปรับตัว ฉะนั้นไม่ว่าเขาจะอยู่ในสภาวะใด โดยพื้นฐานความอยู่รอดแล้วเขาจะกลายสภาพ หากเขาถูกโยนลงน้ำ เขาจะมีเหงือกเหมือนปลาขึ้นมาทันที หากอยู่ในที่มืด เขาจะมีสายตาอันแหลมคมภายใต้บรรยากาศมืดมิด เขาเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่เท่ห์มาก! สิ่งที่ผมชอบในพลังตัวละครของผม คือ X-Men ทั้งหลายจะมีพลังที่เจ๋งสุดๆ แต่ตัวละครนี้เราเห็นมันเกิดขึ้นได้จริง และเราเห็นได้ว่าทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น ในสถานการณ์ที่เหมาะสมแล้ว เราจะเห็นความคิดที่อยู่เบื้องหลังตัวละคร และความต้องการสร้างวิวัฒนาการนั้นขึ้นมา มันมีเรื่องของการให้เหตุผลอยู่ในนั้น มีความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุดหากมีบทที่ดี"

โซอี้ เครวิตซ์ (แองเจิล ซัลวาดอร์/เท็มเปสต์) "แองเจิล ซัลวาดอร์ เป็นนักเต้นอะโกโก้ที่บินได้ ฉันมีรอยสักรูปปีกคู่หนึ่งที่หลัง ซึ่งกลายเป็นปีกของแมลงขึ้นมา และฉันสามารถพ่นอาเจียนที่เป็นกรดออกมาได้ ฉันต้องทำแบบนั้น 2-3 ครั้ง เธอเริ่มต้นจากด้านดีร่วมกับโพสเฟสเซอร์ เอ็กซ์ กับ แม็กนีโต พวกเขารับเธอเข้ามาเป็นหนึ่งใน X-Man จากนั้นเธอหันเข้าหา Hellfire ของเซบาสเตียน ชอว์ ฉันว่ามันเป็นการเข้าใกล้การต่อสู้เพื่อความเสมอภาคกับมนุษย์ที่มีความแตกต่าง บางคนเปรียบเทียบความแตกต่างของทั้งสองด้านนั้น ในหนังเรื่องนี้มันคือ Hellfire กับ X-Men แต่ต่อมามันเป็นเรื่องของซาเวียร์กับแม็กนีโต บางคนเปรียบเทียบมันกับมาร์ติน ลูเธอร์ คิง กับ มัลคอล์ม เอ็กซ์ จริงๆ แล้วพวกเขาต่อสู้เพื่อสิ่งเดียวกัน แต่มีวิธีการเข้าถึงจุดนั้นที่แตกต่างกัน ฉันคิดว่าเธอเชื่อมั่นว่าด้านการแข่งขันรุกรานเป็นสิ่งที่ถูกต้อง"

ลูคัส ทิล (อเล็กซ์ ซัมเมอร์ส/ฮาว็อค) "อเล็กซ์ ซัมเมอร์ส เจ้าองสุดยอดชื่ออย่าง ฮาว็อค คือ สก็อตต์ 'ไซคล็อพส์' น้องชายของซัมเมอร์ส ผมสามารถปล่อยลำแสงพลาสม่าออกจากตัวได้แทนที่จะออกมาแค่สายตา เหมือนกับสก็อตต์ไม่สามารถควบคุมพลังตัวเองได้หากไม่มีแว่นตาหรือที่บังแสงของเขา ในอดีตอเล็กซ์ไม่เคยควบคุมพลังของเขาได้ด้วยซ้ำ เกิดการระเบิดขึ้นเสมอเพราะไม่มีการควบคุมพลัง ในหนังสือการ์ตูนเขามีชุดดูดซับพลังที่มากเกินไป แต่มันเหมือนกับตัววัดพลังที่บอกว่าเขามีพลังแค่ไหนมากกว่า ในทางตรงกันข้ามภาคนี้ผมมีบางอย่างที่เชื่อมโยงถึงมันได้ เพราะผมไม่สามารถควบคุมมันด้วยตัวเองได้ มันคือแผ่นตรงหน้าอกที่เอาไว้เพ่งรังสี ฉะนั้นผมจะไม่ปล่อยพลังไปทั่วทุกที่แล้ว"

คาเล็บ แลนดรี้ โจนส์ (ฌอน แคสซิดี้/แบนชี่) "แบนชี่มีเสียงกรีดร้องที่เร็วเหนือเสียง ในภาคนี้เขาได้เรียนรู้วิธีการบิน วิธีหลอมวัตถุ ในช่วงแรกเริ่มสิ่งเดียวที่เขารู้เป็นอย่างดีคือวิธีการทำลายสิ่งของ ผมเดาว่าเป็นพวกประตูรถ อะไรทำนองนั้นนะ เขามีการคัดสรรโสตประสาท ในหนังสือการ์ตูนเหมือนพวกเขาสร้างเขาขึ้นมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำอีก เขาดูดีอยู่เสมอ เหมือนกับเขาดูดีที่สุด เห็นได้ชัดว่าในบทภาพยนตร์ให้คำจำกัดความเขาได้มากกว่าหนังสือการ์ตูน เพราะผมต้องแสดงตามที่บทบอก ผมพยายามใส่เข้าไปให้มากเท่าที่จะทำได้ ผมรู้ว่าในหนังสือการ์ตูนเกี่ยวข้องกับเรื่องความรักกับมอยร่าด้วย ผมจึงพยายามมองเธอในแบบที่ค่อนข้างแตกต่างออกไปในยามที่ผมทำได้ ฉะนั้นเวลาแฟนๆ ดูแล้ว พวกเขาจะสังเกตเห็นมันได้"

เรื่องล่าสุดของหมวด หนัง

ดูหมวด หนัง ทั้งหมด