กำเนิดพิภพวานร สุดล้ำ เทคนิคใหม่ สร้างซีซาร์ให้มีชีวิต

Rise of the Planet of the Apes ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนามาจาก Avatar เพื่อสร้างซีซาร์ให้มีชีวิตเหมือนจริง

สำหรับการสร้างซีซาร์และโลกที่เขาอาศัยอยู่เป็นการควบคุมของ Weta Digital เช่นเดียวกับเรื่อง Avatar และ Lord of the Rings ไตรภาค ที่พาผู้ชมสู่โลกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน โดยผู้ควบคุมอาวุโสด้านวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ของภาพยนตร์เรื่อง Rise of the Planet of the Apes (กำเนิดพิภพวานร) โจ เล็ทเทอรี่ เจ้าของ 4 รางวัลออสการ์ อธิบายว่า "สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Avatar เจมส์ คาเมรอน ได้สร้างโลกในจินตนาการที่มีความสมบูรณ์แบบที่ไม่มีใครเคยสัมผัสได้มาก่อน การท้าทายในเรื่อง Rise of the Planet of the Apes (กำเนิดพิภพวานร) ต่างจากเรื่องนั้นมาก มันน่ากังวลกว่าในบางประการ เราประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบางอย่างที่เราพัฒนามาจากเรื่อง Avatar เพื่อสร้างโลกที่สมจริง เข้าใจได้ ดูเป็นซานฟรานซิสโกในยุคปัจจุบัน ทุกๆ อย่างตั้งแต่เหล่าวานร สถานที่ ต้องรู้สึกสมจริง เพราะเรากำลังสืบค้นเรื่องราวที่สร้างขึ้นจากความจริง ไม่มุ่งไปที่แนวไซไฟนัก" เล็ทเทอรี่ ยกความดีความชอบให้แก่ รูเพิร์ท ไวแอ็ตต์ สำหรับการนำความคิดด้านเนื้อเรื่องที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริงและเอ็ฟเฟ็กต์ทั้งหลาย "รูเพิร์ทค่อยๆ ซึมซับไอเดียทั้งหมดของพวกเราที่เรานำลิงชิมแปนซีให้มีการผสมผสานที่ดูเหมือนจริง เราจึงเริ่มจากศูนย์ มันเป็นการถ่ายทำแบบใหม่กับภาพยนตร์ชุด Planet of the Apes เรากำลังนำเสนอสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแบบที่พวกเรารู้จัก เรากำลังทำให้มันมีความฉลาดเพิ่มขึ้นและมีนิสัยเจ้าเล่ห์เหมือนมนุษย์"

เมื่อ Weta Digital ใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์อันทันสมัยเพื่อเร็นเดอร์ภาพเหล่าวานรให้ดูสมจริง ทีมงานได้จับภาพการแสดงของนักแสดงชายฝีมือระดับโลก แอนดี้ เซอร์คิส เข้ามาใส่ในโปรเจ็กต์ เพื่อทำให้ซีซาร์มีความแตกต่างเพียงน้อยนิด มีอารมณ์ ชีวิตจิตใจ ความฉลาดและความรู้สึก ความช่วยเหลือของเซอร์คิสในภาพยนตร์เรื่อง Rise of the Planet of the Apes (กำเนิดพิภพวานร) ไม่อาจประเมินค่าได้ ไวแอ็ตต์กล่าวว่า "แอนดี้ เซอร์คิสคือชาร์ลี แชปลิน ในยุคของเรา ซึ่งนั่นผมหมายถึงเขาเป็นหนึ่งในนักแสดงรอบตัวเราเพียงไม่กี่คน ที่สามารถใช้เทคโนโลยีวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ได้ เพราะเขาเข้าใจถึงศักยภาพของสิ่งที่ผมสามารถเข้าถึงได้อย่างแท้จริง ผมคิดว่านักแสดงบางคนถูกวิธีการจับภาพการแสดงมาข่มขวัญ เพราะพวกเขาคิดว่ามันต่างจากการแสดงจริงๆ ของพวกเขาในภาพยนตร์ แต่ความเป็นจริงนั้นกลับตรงกันข้ามกัน แอนดี้เข้าใจดีว่าความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ เช่น ทุกลมหายใจ ทุกการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อที่เขาแสดงต่อหน้ากล้องเป็นการอธิบายจากการมองเห็น ภาพยนตร์คือสื่อกลางที่ใช้การมองเป็นส่วนสำคัญ และหากเราทำให้ตัวละครของเราบอกเล่าเรื่องราวได้ด้วยถ้อยคำที่น้อยที่สุด นั่นแหละคือสิ่งที่ดีที่สุด" บทบาทที่ต้องใช้ร่างกายอย่างเข้มงวด แสดงให้เห็นถึงการเดินทางที่แตกต่างออกไป ความแม่นยำในการฝึกซ้อมและการโฟกัสคือสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการจับภาพการเคลื่อนไหวของวานรที่สมจริง ผู้ควบคุมสตั๊นท์ เทอร์รี่ โนทารี่ อดีตผู้ชำนาญการที่ Cirque du Soleil มีส่วนช่วยเหลือในการจับภาพการแสดงของเหล่านักแสดงที่ต้องสร้างบทบาทของพวกเขาขึ้นมา โนทารี่ยังมีส่วนช่วยเหลือที่สำคัญในการจับภาพการแสดงของตัวละครวานรอื่นๆ ที่สำคัญอีกด้วย เมื่อเทคโนโลยีการจับภาพการเคลื่อนไหวของเหล่านักแสดงได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ในการแสดงอารมณ์และท่าทางในบทบาทของพวกเขาแล้ว เช่นเดียวกับ Weta Digital ที่ต้องขยายผลงานที่สร้างสรรค์ในภาพยนตร์เรื่อง Avatar สำหรับเรื่อง Rise of the Planet of the Apes (กำเนิดพิภพวานร) เป็นครั้งแรกที่ Weta Digital ถ่ายทำวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ในสถานที่จริง ภายนอกการควบคุมสภาพแวดล้อมของฉากที่มีการกั้นรั้ว ซึ่งรู้จักกันในชื่อ Volume เล็ทเทอรี่ อธิบายว่า "ที่เราเคยทำในเรื่อง Avatar คือเราใช้ชุดจับการเคลื่อนไหวและใช้เฮดเกียร์เพื่อจับการแสดงออกทางใบหน้าของนักแสดง เพื่อให้ได้การแสดงของพวกเขาที่ครอบคลุมอย่างสมบูรณ์แบบ แต่สำหรับเรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่เราใช้การจับภาพการแสดงแบบผสมผสานการแสดงไลฟ์แอ็คชั่นอย่างเต็มตัว การทำงานในเรื่อง Rise of the Planet of the Apes (กำเนิดพิภพวานร) กลายเป็นการแสดงที่เหล่านักแสดงทั้งหมดต้องแสดงร่วมกับคนอื่นๆ แล้วเราค่อยกลับมาให้ความสนใจเรื่องวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ที่สมจริงทีหลัง"

ความท้าทายของ Weta Digital และการผลิตทั้งหมดเกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทำจุดสำคัญของภาพยนตร์ ที่ทุกอย่างปรากฏให้เห็นจากทั้งด้านบนและด้านข้างรวมถึงใต้สะพาน Golden Gate (ถ่ายทำโดยสร้างฉากขนาดยักษ์ที่ด้านนอกแวนคูเวอร์ขึ้นมา) ฉากนั้นบรรยายถึงการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีความละเอียดซับซ้อนของฉากต่อสู้ เปลวไฟ ระเบิด เฮลิคอปเตอร์ รถนับร้อยคัน เหล่านักแสดงสมทบ และเมฆหมอกในบรรยากาศของซานฟรานซิสโก เช่นเดียวกับปฏิสัมพันธ์ขั้นสูงสุดของฉากดราม่า อารมณ์ความรู้สึกและตัวละครทั้งหมด ฉากดังกล่าวและฉากใหญ่อื่นๆ ของภาพยนตร์อยู่ในการช่วยเหลือของโครงเรื่องที่สะท้อนถึงแกนความรู้สึก แอนดี้ เซอร์คิส กล่าวเสริมว่า "ภาพยนตร์เรื่อง Rise of the Planet of the Apes (กำเนิดพิภพวานร) ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนภาพยนตร์ที่เดินหน้าไปด้วยฉากวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ มันรู้สึกเหมือนเนื้อเรื่องที่มีอานุภาพ พร้อมด้วยฉากหลังที่มีขนาดใหญ่ ฉากแอ็คชั่นและภาพที่น่าตื่นเต้น สร้างเข้ากับเรื่องราวได้อย่างประณีต นั่นคือเหตุผลที่ทำไมผมคิดว่ามันมีพลังมาก เพราะมันไม่มี 'ความตระการตา' มาปรากฏอยู่บนหน้าของคุณ ทั้งหมดคือการพบความสมจริงและความถูกต้อง" "ภาพยนตร์เข้าถึงความกลัวเมื่อแรกเริ่มของเราเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นการแย่งชิงโลกของเรา พูดง่ายๆ คือการปล่อยให้สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นมาครองโลก และเป็นการถามว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร" รูเพิร์ท ไวแอ็ตต์ กล่าวสรุป

เตรียมพบกับฉากสมจริงอลังการเหล่านี้ได้ใน Rise of the Planet of the Apes (กำเนิดพิภพวานร) 4 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

Concept Art ของ Rise of the Planet of the Apes

เรื่องย่อ + ตัวอย่างหนัง "กำเนิดพิภพวานร" ก่อนที่ฝูงลิงจะครองโลก ใน กำเนิดพิภพวานร

เรื่องล่าสุดของหมวด หนัง

ดูหมวด หนัง ทั้งหมด