รับชมที่นี่! รวมหนังผีสุดสยอง

Free Guy หนุ่มเสื้อฟ้า เกมเมอร์ และจดหมายรัก

Free Guy หนุ่มเสื้อฟ้า เกมเมอร์ และจดหมายรัก

 

หนุ่มนายธนาคารที่อยากฉีกกรอบวิถีชีวิตอันน่าเบื่อ

กาย (ไรอัน เรย์โนลด์) หนุ่มนายธนาคารผู้มีกิจวัตรประจำวันอันแสนซ้ำซาก เขาตื่นนอนในเวลาเดิม เพื่อทักทายปลาทอง สัตว์เลี้ยงแสนรักก่อนจะอาบน้ำและสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าเพื่อออกไปทำงาน ระหว่างทางเขาต้องแวะซื้อกาแฟเมนูโปรด ทักทายนายตำรวจ ทักกับเพื่อนยามรักษาความปลอดภัย ก่อนจะเดินเข้าที่ทำงานไปแบบเซ็งๆ

ในทุกวันหลังจากที่เขาคอยอนุมัติเช็คให้กับลูกค้า มักจะมีโจรปล้นธนาคารเดินเข้ามาแบบไม่ซ้ำหน้า เพื่อขู่กรรโชกและยิงกราดไปทั่ว หน้าที่ของกายคือการหมอบลงกับพื้นซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าวนไปเช่นนี้ทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้สังเกตเห็นหญิงสาวมือปืนลึกลับ (โจดี้ โคเมอร์) ซึ่งเขารู้ว่าเธอแตกต่างจากตัวเอง เนื่องจากเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้กายเข้าใจเช่นนั้นคือ บรรดาคนที่สวมแว่นกันแดดมักจะถูกจัดว่าเป็นพวก “ฮีโร่” ในขณะที่เขาเป็นแค่เพียงคนธรรมดา

ด้วยความพยายามจะติดตามเธอไป กายจึงเริ่มสะกดรอยมือปืนสาวที่เดินข้ามทางรถไฟ เข้าไปยังประตูลึกลับแต่ยังไม่ทันไร เขาก็ถูกรถไฟชนตายและฟื้นตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่อีกครั้ง ด้วยความพยายามอันไม่ลดละประกอบกับความอยากรู้อยากเห็น ทำให้กายขโมยแว่นกันแดดมาใส่ และนั่นเอง ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เปิดโลกให้เขาได้ค้นพบว่า เมื่อใดก็ตามที่เขาได้สวมแว่นกันแดด มันจะทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่สามารถเก็บไอเท็มต่างๆ และสามารถโจมตีผู้เล่นคนอื่นๆรวมไปถึงบรรดาตัวประกอบได้ด้วยเช่นกัน

 

โลกของเกมเมอร์

ในฐานะของผู้ชมที่เป็นผู้สังเกตการณ์ ทั้งฝั่งของกาย (โลกในเกม) และโลกแห่งความเป็นจริง (ที่มีมนุษย์สวมบทร่างอวตารและสกินของตัวเอง) เพื่อทำความเข้าใจว่า จริงๆแล้วการดำรงอยู่ของกายนั้น อยู่ในโลกของเกมที่มีชื่อว่า Free City เกมออนไลน์ที่ผู้เล่นสามารถสาดกระสุน ก่ออาชญากรรมกันอย่างบ้าคลั่งเพื่ออัปเลเวลของตัวเองให้สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยมีกายและบรรดาตัวละครอื่นๆในเกมนั้น เป็นแค่เพียง “ตัวประกอบ” ที่ทำให้เกมสนุกขึ้นเท่านั้นเอง

บรรดาหนังเรื่องดังในอดีตอาทิ The Truman Show  ว่าด้วยชายคนหนึ่งที่เกิดและเติบโตอยู่ในรายการเรียลลิตี้ตามติดชีวิตจริง ก่อนที่เขาจะเริ่มค้นพบความผิดปกติของชีวิตตัวเองเช่นหลอดไฟที่หล่นลงมาที่กลางถนน ทำให้เขาพยายามจะค้นหาความจริงว่าตกลงแล้วเขาเป็นใครและเมืองที่เขาอาศัยอยู่ตั้งอยู่ที่ไหนบนแผนที่โลก หรือหนังอย่าง A.I. Artificial Intelligence เล่าเรื่องของหุ่นยนต์ประดิษฐ์ที่ค้นพบว่าตัวเองมีความรู้สึก มีความรักและต้องการค้นหาความหมายของชีวิต นำไปสู่การตั้งคำถามถึงประเด็นที่ว่า “ชีวิตคืออะไร”

Free Guy เลือกจะบอกเล่าเรื่องราวในทิศทางเดียวกันกับหนังสองเรื่องที่ได้กล่าวถึง ในแง่มุมที่สนุกสนานและเถิดเทิงกว่า เมื่อหนังเลือกจะใส่พล็อตรองว่าด้วยมิลลี่ (โจดี้ โคเมอร์) โปรแกรมเมอร์สาวผู้เคยออกแบบเกม Free Life เธอได้เขียนโค้ดให้ตัวละครในเกมสามารถพัฒนาความคิดเป็นของตัวเองได้ ซึ่งถูกแอนทวน (ไทก้า ไวติติ) นำโค้ดของเธอไปใช้โดยที่ไม่ได้ให้เครดิตอย่างถูกต้องในเกม Free City โดยที่คีย์ (โจ คีรีย์) เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาเกมร่วมกับเธอ และปัจจุบันได้ทำงานเป็นลูกน้องของแอนทวน  

ผู้ชมจะได้เห็นความพยายามในการแฝงตัวเข้าไปเป็นผู้เล่นของมิลลี่ในฐานะมือปืนลึกลับ เพื่อแกะรอยหา “หลักฐาน” ที่ซ่อนอยู่ในเกม Free City เพื่อนำสิ่งเหล่านี้มาเป็นสิ่งที่ใช้ฟ้องร้องให้แอนทวนชดใช้ค่าลิขสิทธิ์ทางปัญญากับเธอ จนกลายเป็นการผจญภัยสุดตื่นเต้นเร้าใจในหนัง

 

จดหมายรัก

แม้ว่าผู้ชมที่ไม่เป็นเป็นคอเกมเมอร์หรือเกมออนไลน์ ก็พอจะทำความเข้าใจได้ว่าแท้ที่จริงแล้ว Free Guy เป็นหนังรักที่สะท้อนออกมาในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ความรักของตัวละครในเกมที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้กายอยากจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเองไปตลอดกาล ความรักระหว่างโปรแกรมเมอร์เกมที่หยิบเอาความรักในชีวิตจริง มาดัดแปลงให้กลายเป็นคาแรกเตอร์ของตัวละคร บทเพลง และการออกแบบเส้นเรื่องของตัวละครที่อยู่ในเกม Free City แบบกายเป็นต้น รวมไปถึงความรักของตัวผู้กำกับอย่างชอว์น เลวี ที่มีต่อเกมออนไลน์จนนำมาสู่การดูแลภาพรวมของหนังเรื่องนี้เป็นต้น

ตลอดทั้งเรื่องที่หนัง Free Guy ดำเนินไปเราจะได้เห็นการซ้อนทับไปทับมาระหว่าง เรื่องราวในเกม เรื่องราวในชีวิตจริง เรื่องราวที่ผู้ชมเชื่อมโยงติดต่อถึงกันด้วยโลกไร้พรมแดนอย่างอินเตอร์เน็ต จนทุกอย่างแทบจะไร้รอยต่อ ผู้คนทั่วไปสามารถซึมซับและรับรู้สิ่งที่ตัวละครในเกมรู้สึก ลงมือทำ และกลายเป็นปรากฏการณ์ไวรัลได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน เช่นเดียวกันสิ่งเหล่านี้ได้ส่งผ่านมาถึงผู้ชมในอีกทอดหนึ่งไปพร้อมๆกัน

ทั้งหมดทั้งมวล หนังอย่าง Free Guy เองได้สะท้อนว่าแท้ที่จริงแล้ว “เกม” ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนเสี้ยวหนึ่งของวิถีชีวิตมนุษย์ เราอาจจะจำลองตัวเองเข้าไปอยู่ในเกมเพื่อเป็นตัวละครสุดเท่ ทั้งที่ในโลกของความเป็นจริงเราอาจจะเป็นแค่คนเห่ยๆสักคน เพื่อปลดแอกสิ่งที่ขาดหายหรือไม่กล้าลงมือทำในชีวิตจริง ในขณะเดียวกันสิ่งที่ปรากฏอยู่ในเกมก็เป็นดังภาพสะท้อนสังคมว่าผู้คนกำลังโหยหาอะไร หรือต้องการจะหลีกหนีความเป็นจริงของโลกมนุษย์ในมิติไหน

ความสนุกของการดู Free Guy จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ฉากผจญภัยสุดตื่นตา ฉากแอ็คชั่นโครมคราม หรือความโรแมนติกของตัวเอกในเรื่อง แต่มันยังสะท้อนมุมมองด้านเทคโนโลยีที่พัฒนาไปกับยุคสมัย สอดรับไปกับแนวความคิดของผู้คนในโลกยุคปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจและลื่นไหลที่ไม่ว่าจะดูเอาความบันเทิง หรือดูเพื่อตกผลึกทางความคิดก็ได้เช่นเดียวกัน