แบทแมน เทพบุตรแห่งรัตติกาล จะยังไม่กลับมา
แบทแมน เทพบุตรแห่งรัตติกาล จะยังไม่กลับมาพบแฟนหนังบนจอเงินอีก จนกว่า The Dark Knight จะลงโรงฉายที่อเมริกาในวันที่ 18 กรกฎาคม 2008 แต่ไม่ทันไร เขาก็ได้สวมชุดที่พัฒนาขึ้นใหม่แล้ว ลินดี้ เฮมมิ่ง นักออกแบบเสื้อผ้า จึงจะมาบอกสิ่งที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับชุดสูทชูดใหม่ของแบทแมนกัน
HEAD GAMES
เคยสงสัยบ้างหรือเปล่าว่าทำไมใน Batman Begins แบทแมนแทบจะไม่หมุนศีรษะแหลมๆ ของเขาเลย? นั่นก็เพราะผ้าคลุมของชุดเก่าติดอยู่แน่นกับคอและไหล่ของชุดนั้น ซึ่งจำเป็นต่อการรักษาไว้ และเพื่อไม่ให้นักแสดงขยับไปมาภายใต้หน้ากาก แต่หน้ากากอันใหม่ที่สร้างตามแบบหมวกกันน็อกมอเตอร์ไซค์ จะแยกออกจากส่วนคอ ทำให้ตอนนี้ดาราหนุ่ม คริสเตียน เบล สามารถหันศีรษะจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง หรือพยักหน้าขึ้นลงได้แล้ว โดยเฮมมิ่งบอกว่า "นี่เป็นส่วนที่ทำยากที่สุดของชุดนี้เลย"
CAPE FEARจุดนี้คงไม่ต้องถามให้ยุ่งยาก "นี่เป็นความลับสุดยอด" เฮมมิ่ง กล่าว ความหมายเหรอ? "ฉันขอแค่พูดว่ามีหลายอย่างเกิดขึ้นกับผ้าคลุมก็แล้วกัน" ส่วนที่เราเดาเอาเอง คือมันใช้เป็นผ้าปูพื้นปิกนิกได้ด้วย
BLADES OF GLORYใบมีดที่แขนของแบทแมนเป็นส่วนหนึ่งของชุดสูท (ถุงมือจะสอดเข้าไปในแขนเสื้อของชุดสูท) แล้วอาวุธนี้จะย้อนกลับมาหาเหมือนบูมเมอแรงด้วย
RAW MATERIALชุดเก่งตัวใหม่ของแบทแมน ทำจากชิ้นแต่ละชิ้นของยาง, ไฟเบอร์กลาส และไนลอน กับแหโลหะ 200 ชิ้นประกอบเข้าด้วยกัน ทำให้ตอนนี้เสื้อผ้าของ บรูซ เวย์น มีเนื้อผ้าที่มีสไตล์ เป็นการบ่งบอกว่าชุดนี้สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ซับซ้อน "ฉันคิดว่าชุดนี้จะทำให้ดูน่าสนใจและสงสัยมากขึ้น" เฮมมิ่ง กล่าว พร้อมเสริมว่ามีสายยางยืดช่วยผูกชุดกับร่างกายของเบลด้วย
ส่วนพาหนะคันใหม่ของแบทแมน คราวนี้เป็นแบทไซเคิล 2 ล้อ ชื่อ "แบทพ็อด" พาหนะคันนี้ใช้ขับได้จริง เพียงแต่คุณต้องบ้าและเป็นคนฝรั่งเศส หรือถ้าพูดอีกอย่าง คือคุณต้องเป็น ฌอง-ปิแอร์ กอย นักขี่สตั๊นต์ที่กระโดดขึ้นแบทไบค์คันใหม่สุด แบทแมนอยู่ในที่ลับสุดยอดสักแห่งในอังกฤษ ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เพื่อเตรียมถ่ายทำ The Dark Knight
กอยเป็นคนเดียวที่ขับแบทพ็อดคันใหม่นี้ ซึ่งถือเป็นมอเตอร์ไซค์ที่สุดขั้วมากจนยากที่จะเชื่อว่ามีคนสร้างมันขึ้นมา มันไม่เพียงมีตะขอเกี่ยว, ปืนแคนนอน และปืนกล ล้อหน้าและล้อหลังยังใหญ่มโหฬารถึง 508 มิลลิเมตร และเครื่องยนต์ก็อยู่ตรงดุมล้อของแต่ละล้อ เวลาบังคับทางต้องใช้ไหล่ ไม่ใช่มือเหมือนมอเตอร์ไซค์ทั่วไป เพราะมันไม่มีแฮนด์จับ แต่มีเกราะป้องกันขนาดพอดีแขนแต่ละข้างเหมือนกับแขนเสื้อมาแทนที่ และหมุนได้รอบตัวรถ
ส่วน foot peg 2 อัน อยู่ห่าง 3 ฟุตครึ่ง จากแต่ละด้านของตัวถังที่คนขับใช้หนุนท้อง ตัวถังสามารถขยับขึ้นลงได้ด้วย สำหรับกรณีที่แบทแมนจำเป็นต้องหลบลูกกระสุนหรือสไลด์ผ่านใต้รถเทรลเลอร์ ซึ่งเป็นฉากที่คุณก็รู้ดีว่าจะต้องมีแน่
ลูเซียส ฟ็อกซ์ กูรูอุปกรณ์ไฮเทคประจำแผนกวิทยาศาสาตร์ประยุกต์ของ เวย์น เอ็นเตอร์ไพรส์ (รับบทโดย มอร์แกน ฟรีแมน) เป็นคนคิดไอเดียสร้างแบทพ็อดขึ้น แต่เขาได้รับเครดิตแค่ในหนังเท่านั้น ตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังพาหนะคันนี้ คือ นาธาน โครว์ลี่ย์ ผู้สร้างแบทโมบิลให้กับ Batman Begins หนังฮิตของค่ายวอร์เนอร์ส บราเธอร์ส เมื่อปี 2005
"วิธีที่เราสร้างหนัง คือสร้างสิ่งต่างๆ ขึ้นมาจริงๆ เราพยายามไม่พึ่งวิชวล เอฟเฟกต์" โครว์ลี่ย์ กล่าว ซึ่งท้ายที่สุดเขาได้งานง่ายกว่าใครเพื่อน กับการสร้างมอเตอร์ไซค์ของจริงขึ้นมา
ส่วนคนที่สร้างสรรค์มอเตอร์ไซค์คันนี้ขึ้นมาจริงๆ คือ คริส คอร์โบลด์ "ตอนแรกผมคิดว่าเราจะไม่มีโอกาสทำสำเร็จแล้ว (ผู้กำกับฯ) คริส โนแลน และ นาธาน จะคอยแวะมาดูมันมากกว่าคิดถึงเรื่องกลไก นั่นเป็นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุด คือเข้าใจวิสัยทัศน์ของพวกเขา แต่ต้องทำให้มันใช้งานได้"
แล้วเขาก็ไม่ได้ทำแค่หนเดียว แต่ต้องพยายามอีกหลายหน ความจริงแบทพ็อดมีถึง 6 คัน เผื่อกรณีที่มีคันใดคันหนึ่งหรือหลายคันพังระหว่างการถ่ายทำ ซึ่งก็มีแนวโน้มเป็นไปได้สูง
คอร์โบลด์ไม่ยอมบอกว่า เขาใส่เครื่องยนต์แบบไหนให้กับแบทพ็อดสีเงินเทาคันนี้ โดยบอกแค่ว่า "เครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง" แถมยังไม่ยอมบอกว่าความเร็วสูงสุดเท่าไร โดยก็บอกแค่ว่า "เร็วมากๆ" แล้วเงินที่ใช้ไปล่ะ? "ผมบอกเรื่องนี้กับคุณไม่ได้" คอร์โบลด์ กล่าวและหัวเราะ "ผมไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพวกโปรดิวเซอร์ด้วยซ้ำ"
ในส่วนของงานสร้าง ล่าสุด คริสเตียน เบล ดาราหนุ่มผู้รับบทแบทแมน พระเอกของพวกเรา ได้ออกมาเผยความคืบหน้าว่า หนังในภาคนี้เป็นอย่างไรบ้าง ในเมื่อพวกเขาไม่คิดและความรู้สึกเหมือนกับตอนสร้าง Batman Begins ซึ่งตอนนั้น เบลยังใหม่กับแคแรกเตอร์นี้ หลังจากที่ Batman & Robin ล้มเหลวไป แถมหนังภาคต่อเรื่องนี้ก็ดูจะได้รับผลพวงดีๆ ตามมาหลายอย่าง
"เรื่องนั้นทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ผู้คนไม่ได้กำลังตั้งคำถามสงสัยว่า "พวกเขาจะทำหนังเรื่องนี้หรือเปล่า?" ซึ่งก็มีการยอมรับว่า "ใช่ คนพวกนี้รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่" และก็เพราะเราคุ้นเคยกันดีแล้ว นี่เป็นหนังเรื่องที่ 3 แล้วที่ผมร่วมงานกับ คริส (โนแลน) และ ไมเคิ่ล (เคน) ผมได้ทำความรู้จักกับทุกคน เราทุกคนรู้ว่าจะทำงานกันยังไง เหมือนกับว่านี่เป็นหนังเรื่องที่ 5 ของผมกับ ดี.พี. งานมันไปฉิวมาก เพราะมันไม่ต้องมีคำถามที่พยายามแจงงานของกันและกันอีกแล้ว เราทุกคนรู้ว่าเราชอบทำยังไง แล้วมันก็มีรหัสง่ายๆ ระหว่างเราทุกคนในเรื่องการสื่อสาร"
ดาราหนุ่มหน้าคมยังบอกด้วยว่า พวกเขารู้สึกกดดันบ้างเหมือนกัน ในการพยายามทำหนังให้ดีกว่าภาคแรก แต่นั่นก็เป็นสิ่งจำเป็น "ใช่ คุณต้องทำ คุณต้องทำแบบนั้น ถ้าเราแค่ทำเหมือนเดิม แล้วจะทำไปทำไม? มีผู้คนที่ต้องการสิ่งนี้ แต่มันก็ดีขึ้นจริงๆ เราจึงต้องทำให้ได้ ไม่เช่นนั้นมันก็คงเป็นระฆังคนตายใช่ไหม? ถ้าเราทุกคนชะล่าใจ แล้วพูดว่า "ใช่แล้ว เราก็แค่ทำเหมือนกับที่เคยทำมา" แน่นอน เราใช้จุดแข็ง และเราก็จะไม่ทิ้งสิ่งที่เวิร์ก แต่เราก็ต้องก้าวไปข้างหน้าด้วย"
นอกจากนี้ เขายังบอกบทบาทที่ ฮีธ เล็ดเจอร์ มารับบทเป็น เดอะ โจ๊กเกอร์ จอมวายร้ายหน้ายิ้มนั้น จะดำมืดกว่าภาคก่อนๆ อีก "ที่แน่ๆ ผมคิดว่าเราลงไปลึกกว่าที่ภาคอื่นเคยทำ แน่นอน เรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นตัวการ์ตูน แต่เราก็พยายามตั้งอยู่บนรากฐานที่ค่อนข้างสมจริงมากกว่าภาคอื่นๆ"
The Dark Knight นำแสดงโดย คริสเตียน เบล, ฮีธ เล็ดเจอร์, มอร์แกน ฟรีแมน, ไมเคิ่ล เคน, แกรี่ โอลด์แมน, อารอน แอ็คฮาร์ต, แม็กกี้ จิลเลนฮาล, เอริค โรเบิร์ตส์, แอนโธนี่ ไมเคิ่ล ฮอลล์ และ เนสเตอร์ คาร์โบเนลล์
สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


