ตัวละคร LGBTQ+ ในละครไทยที่ก้าวไปอีกขั้น ต้อนรับ Pride Month โดย แอดมินเพจกะเทยนิวส์

ตัวละคร LGBTQ+ ในละครไทยที่ก้าวไปอีกขั้น ต้อนรับ Pride Month โดย แอดมินเพจกะเทยนิวส์

วนกลับมาอีกครั้งแล้วนะเธอขา กับเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความหลายหลายทางอัตลักษณและเพศ Pride Month ที่ทั่วโลกแม้จะกำลังเผชิญกับสถานการณ์โควิดและค่อยๆฟื้นตัวกันอยู่ แต่การเคารพความหลากหลายทางเพศ ก็ยังคงจัดกันตามปกติตลอดทั้งเดือนนั่นเองเธอ เดือนนี้ เทยเลยจะขอฟาดบทความที่เกี่ยวข้องกับละครที่เป็นเพศหลากหลายอันน่าสนใจที่ผ่านหูผ่านตาเทยไปตลอดทั้งเดือนเลยค่ะ 

จัดไปค่ะ คุณกิตติขา

Gay OK Bangkok - ไดอารี่ตุ๊ดส์ซี่Gay OK Bangkok - ไดอารี่ตุ๊ดส์ซี่

แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การยอมรับในเรื่องเพศหลากหลาย จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นมาก ซึ่งก็ถือว่ามากแล้วในสังคมไทย ก็คงจะเหลือแต่ตัวกฎหมายในสภาที่รอแก้กับอคติทางสังคมอีกมาก ส่วนเรื่องในสื่อ ด้วยความที่ชาวเราชาวเธอ รวมถึงคนดูที่เปิดกว้าง รับสื่ออันหลากหลาย ข่าวสารอะไรใดใด ก็ช่วยให้สมอง สองตา อรุณเบิกฟ้า ให้เห็นว่าโลกเรานี้นะแม่นะ ก็ยังมีความหลากหลายทางอัตลักษณ์อยู่อีกมากมายเลย และก็เริ่มเคารพความหลากหลายทางเพศกันมากขึ้นค่ะ

หมุดหมายสำคัญของละครบ้านเราที่ลุกขึ้นมาเป็นปากเป็นเสียงให้กับชาวเรากันมากขึ้น เริ่มต้นกันที่ Gay OK Bangkok ที่เริ่มตีแผ่ชีวิตของเกย์จริงๆ ในกรุงเทพ ที่ไม่ใช่เกย์หรือกะเทยขำขัน ในแบบที่ละครในช่วงยุคก่อนหน้านั้นแสดงให้เราได้เห็นกันมาก่อนหน้านี้ แต่พาเราลงไปล้วงลึกถึงสิ่งที่เกย์กรุงเทพต้องเผชิญจริงๆ

ซึ่งหลังจากนั้น ความเกย์ ความใดใดก็ปรับแต่งให้เข้ากับความตลกขบขันที่มีมาก่อนหน้า ออกอาการยังก้าวไปข้างหน้าไม่เต็มขั้น จนกลายเป็น ไดอารี่ตุ๊ดส์ซี่ ที่เป็นส่วนผสมอันลงตัวระหว่างเกย์กรุงเทพที่มีชีวิตจิตใจจริงๆ พ่วงเข้ากับความตลกขำขัน ที่ยังเป็นรสนิยมหลักของกลุ่มคนดูชาวไทยอยู่

ผ่านมาในช่วงปี จะไม่พูดถึงสองเจ๊ที่โดดเด่นในโลกละครไทยไม่ได้เลย กับเจ๊คนแรก คือ เจ๊เพียง จาก อุ้มรักเกมลวง และ เจ๊ภากร จาก วุ่นรักนักข่าว ซึ่งเป็นสองตัวละครเกย์ที่มีบทบาทอยู่ในละครไทยที่ไม่ใช่ตัวละครตลกหรือตัวละครสมทบ แต่เป็นตัวละครหลักที่มีบทโดดเด่นอยู่เทียบเคียงคู่รักเพศอื่นๆ ซึ่งสิ่งที่ทำให้ทั้งสองตัวละครนี้เด่นชัดคือการที่เจ๊เพียงและเจ๊ภากร เป็นคนทำงานที่จริงจังกับการทำงานของตัวเองมาก มีบทบาทในการตัดสินใจแนวทางการใช้ชีวิต และความเกย์ หรือความออกสาวของคุณแม่ทั้งสอง ก็ไม่ได้คุกคามคนดู หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินเรื่องราวของละครแม้แต่น้อย ซึ่งนับเป็นก้าวที่สำคัญมากๆ ของละครไทยเลยก็ว่าได้นะเธอ

 เจ๊เพียง (อุ้มรักเกมลวง) - เจ๊ภากร (วุ่นรักนักข่าว)เจ๊เพียง (อุ้มรักเกมลวง) - เจ๊ภากร (วุ่นรักนักข่าว)

จุดที่น่าสนใจก็คือ อุ้มรักเกมลวง และ วุ่นรักนักข่าว เป็นละครที่มี คุณเจ๊ อยู่เป็นตัวละครหลักเหมือนกัน ตำแหน่งแทบจะคล้ายกัน แต่มาจากสองช่อง และมีจุดจบตัวละครที่คล้ายกันคือ ตัวละครเจ๊ทั้งสองจะต้องย้ายไปต่างประเทศ หรือไม่ก็แต่งงานกับชาวต่างชาติ ซึ่งนั่นเทียบได้กับบทบาทของชาวเราของไทยที่เกิดขึ้นจริงในสังคมก็คือ ท้ายที่สุดแล้ว สังคมไทย ยังไม่เปิดรับตัวละครเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่ คุณแม่ ก็เลยถูกวางให้หาทางลงให้ตัวละครโดยการออกไปใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอื่นแทน และปล่อยให้ตัวละครชายหญิงได้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งอยู่ในสังคมนี้เหมือนเดิม

ซึ่งก็จะไปเป็นแนวทางเดิมของจุดจบตัวละครเกย์จากหลายๆเรื่องก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังดีที่บทบาท มีการปูทางให้เห็นความสำคัญของตัวละครชัดขึ้นให้มากกว่าแต่ก่อนเหมือนกัน

เต๋ โอ้เอ๋ว - แปลรักฉันด้วยใจเธอเต๋ โอ้เอ๋ว - แปลรักฉันด้วยใจเธอ

แน่นอนค่ะกะเทย ถ้าเราลองลดช่วงวัยลงไปอีกหน่อย ลดลงไปหาความโรแมนติกที่พูดเรื่องเพศหลากหลายล้วนๆ ก็คงต้องลงไปดูที่ แปลรักฉันด้วยเธอ ซึ่งก็เพิ่งออนแอร์ Part 2 ไปไม่กี่ตอนที่ผ่านมา กับความรักของ เต๋และโอ้เอ๋ว ซึ่งตกอยู่ในกรอบภาวะการเรียนรู้ตัวตนและเพศสภาพ ซึ่งถึงแม้ซีรีส์จะปูให้เน้นความโรแมนติกแบบวาย แต่ก็เป็นซีรีส์วายเรื่องแรกที่ลงไปจับประเด็นความอึดอัดและการก้าวผานเพศภาวะอย่างจริงจัง รวมถึงความกดดันจากสังคมและครอบครัวอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นความรักของวัยรุ่นมัธยม มหาวิทยาลัย ที่ต้องก้าวผ่านอะไรหลายๆ อย่าง เรียนรู้ว่าความรักแบบลูกกวาดหวานใส อาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป แบบที่ซีรีส์วายเรื่องอื่นๆ พยายามจะนำเสนอ

ในมุมมองของเทย ก็คิดว่าความชาวเราในเดือน Pride Month ประจำปีนี้ ก็เหมือนกับสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้นในไทย แม้ว่าเราจะต้องเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่บทบาทของเก้งไทย ก็เริ่มลุกขึ้นมาผงาด มาปรากฏมุมมองอันหลากหลายให้ได้เห็นกันมากขึ้น ซึ่งก็ต้องขอบพระคุณไปยังการเคลื่อนไหวภายนอก และการเปิดมุมมองที่กว้างขึ้นของคนดูด้วยนั่นเอง

เทยปริ่มอกปริ่มใจซะไม่มี

เหยี่ยวเทย รายงาน