5 สิ่งที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับ Zack Snyder's Justice League

5 สิ่งที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับ Zack Snyder's Justice League
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

แทบจะไม่มีภาพยนตร์เรื่องใดในโลกที่มีเหล่าแฟนๆ เรียกร้องให้กลับมาสร้างขึ้นใหม่ หนึ่งในนั้นคือ Zack Snyder’s Justice League ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บรรดาสาวกได้ผลักดันผ่านแฮชแท็ก #Releasethesnydercut โดยได้ปักวันฉายภาพยนตร์กับเวอร์ชั่น “Snyder Cut” ในวันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคมเวลา 14.01 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่งจะฉายรอบปฐมทัศน์พร้อมกับสหรัฐอเมริกาทาง HBO GO มาดูกันว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงได้มีแฟน ๆ คลั่งไคล้กันอย่างมากมาย!

1.ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความยาวถึง 4 ชั่วโมง 2 นาที!
พูดได้เลยว่าการกำกับของแซ็ค สไนเดอร์ นั้นเป็นภาพยนตร์ที่มีความยาวเป็นสองเท่าของภาพยนตร์ทั่วไป ซึ่งโดยส่วนมากจะมีความยาวไม่เกิน 2 ชั่วโมงเท่านั้น และนั่นอาจทำให้คุณสงสัยว่า แซ็ค สไนเดอร์ ได้ใส่อะไรลงไปในมหากาพย์เรื่องนี้บ้าง ถึงทำให้ภาพยนตร์ยืดยาวไปได้อีกตั้ง 2 ชั่วโมง คำตอบคือ มากเกินกว่าจะจินตนาการ!

ในเวอร์ชันนี้แฟน ๆ จะได้เห็นภูมิหลังของสมาชิกแต่ละคนในทีม Justice League และสิ่งที่ผลักดันให้พวกเขามาอยู่ในจุดที่เป็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ซูเปอร์แมน หรือ คลาร์ก เคนต์ (เฮนรี่ คาวิลล์), แบทแมน หรือ บรูซ เวย์น (เบน แอฟเฟล็ก), วันเดอร์ วูแมน หรือ ไดอาน่า พรินซ์ (กัล กาด็อต), เดอะ แฟลช หรือ แบร์รี อัลเลน (เอซรา มิลเลอร์), อควาแมน หรือ อาเธอร์ เคอร์รี่ (เจสัน โมมัว) และ ไซบอร์ก หรือ วิคเตอร์ สโตน (เรย์ ฟิชเชอร์)

สไนเดอร์ยังใส่รายละเอียดให้ผู้ชมรู้จักกับเบื้องหลังของความซับซ้อนในชีวิตของพวกเขา เอลินอร์ (คาเรน ไบรสัน) แม่ของวิกเตอร์ สโตน และเรื่องราวความรักของไอริส เวสต์ (คีร์ซีย์ คลีมอนส์) ผู้เป็นที่รักของแบร์รี่ อัลเลน ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเรื่องราวที่สะเทือนอารมณ์มากขึ้นสำหรับตัวละครอย่าง โลอิส เลน (เอมี แอดัมส์) รวมถึงความเป็นมาของวัลโก (วิลเลม เดโฟ) ตัวละครผู้มีบทบาทสำคัญต่ออดีตของ อควาแมน และการได้เรียนรู้ความรักของ ไซลาส สโตน (โจ มอร์ตัน) ที่มีต่อไซบอร์ก ลูกชายแท้ๆของเขาในทุกรายละเอียดของอารมณ์และความรู้สึก

2.Zack Snyder’s Justice League เป็นภาพยนตร์ใหม่แกะกล่อง
จากงานทั้งหมดที่เขาเคยถ่ายทำ (และยังไม่เคยนำมาใช้) มาใช้เป็นฉากในมหากาพย์ใหม่เรื่องนี้

  • ฉากที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน!

ฉากใหม่ที่มี เดธสโตรก (โจ มังกานิเอลโล), นักล่ามนุษย์ชาวดาวอังคาร (มาร์เชี่ยน แมนฮันเตอร์) หรือ คาลวิน สวานวิก (แฮร์รี่ เลนนิกซ์) และ ไรอัน ชเว (เฉิง ไค) ) เป็นฉากที่ถ่ายทำเพื่อสร้างความเชื่อให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น มหาวายร้าย ดาร์คซายด์ (เรย์ พอร์เตอร์) ซึ่งฉากเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เวลาของหนังยืดยาวไปได้ถึง 4 ชั่วโมง แม้แต่ฉากจบและเรื่องย่อหลังจบเครดิตหนัง ก็เป็นฉากที่ถูกถ่ายทำใหม่อย่างสดๆ ร้อนๆ เช่นกัน

  • ฉากใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ เดอะ แฟลช และ เดอะ โจ๊กเกอร์

เมื่อเอซรา มิลเลอร์ กำลังถ่ายทำภาพยนตร์ Fantastic Beasts ในสหราชอาณาจักร สไนเดอร์ต้องกำกับและถ่ายทำฉากใหม่กับเขาผ่านการประชุมทางวิดีโอบน Zoom ในขณะเดียวกันผู้กำกับรู้สึกเสียดายเป็นอย่างมากที่ไม่สามารถทำให้ แบทแมน และ โจ๊กเกอร์ มาเผชิญหน้ากันได้ เขาจึงใส่ความเสียดายนี้ลงไปโดยการดึง จาเร็ด เลโท มาปฎิบัติหน้าที่เพียงแค่ฉากเดียวเท่านั้น

  • ฉาก VFX ใหม่นับพันฉาก

การถ่ายทำยังคงดำเนินต่อไปในช่วงที่มีการระบาดของโรคอย่างหนัก ทำให้ต้องใช้คอมพิวเตอร์ กราฟฟิคเข้ามาช่วยในการถ่ายทำทางไกลข้ามประเทศ ทำให้สามารถเร่งกระบวนการทำงานให้เร็วขึ้นได้

  • เพลงประกอบภาพยนตร์ที่แต่งขึ้นใหม่

Junkie XL หรือที่รู้จักกันในชื่อ ทอม โฮลเคนบอร์ก ผู้สร้างสรรค์งานดนตรีประกอบภาพยนตร์ในเวอร์ชั่นก่อน กลับมาสานต่อโปรเจ็กต์นี้ โดยเขียนขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยที่มีความสอดคล้องกับการต่อสู้ของตัวละครแต่ละตัว

3.เรื่องราวที่ถูกแบ่งออกเป็น 6 ตอน
แฟน ๆ สามารถเลือกชมมหากาพย์ภาพยนตร์ด้วยการรับชมแบบรวดเดียวหรือรับชมจนจบตอนที่ 3 แล้วค่อยเบรคเพื่อไปผ่อนคลายก่อนกลับมาพบกับความตื่นเต้นต่อไป

ตอนที่ 1: "Don't Count On It, Batman"
ตอนที่ 2: "Age of Heroes"
ตอนที่ 3: "Beloved Mother, Beloved Son"
ตอนที่ 4: "Change Machine"
ตอนที่ 5: "All The King's Horses"
ตอนที่ 6: "Something Darker"
บทส่งท้าย

โดยปกติแล้วนี่เป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญของการรับชมบนบริการสตรีมมิ่งเช่น HBO GO

4.เครื่องแต่งกายที่สมจริงมากยิ่งกว่าเดิม
เครื่องแต่งกายที่ถูกใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์นั้น ดูเหมือนฮีโร่ของเราผ่านการต่อสู้กับวายร้ายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ในความเป็นจริงชุดเหล่าที่ถูกทำขึ้นมีอายุการใช้งานอย่างจำกัด เมื่อเวลาผ่านไป 4 ปี เบน แอฟเฟล็ก พยายามใส่ผ้าคลุมของแบทแมนอีกครั้ง แต่มันก็มีรอยขาดซะแล้ว เพราะเวลาที่มีอยู่จำกัด ทำให้ไม่สามารถหาชุดใหม่มาทดแทนได้ จึงต้องดำเนินการถ่ายทำต่อไปด้วยชุดที่มี แต่ผลลัพธ์ที่ออกมา กลับเป็นที่น่าพอใจอย่างคาดไม่ถึง

5.อย่าได้ดูถูกพลังของแฟนหนังเด็ดขาด!
โอกาสในการปล่อยหนังในเวอร์ชั่นพิเศษนี้เกิดขึ้นจากความทุ่มเทของแฟนๆ ในโปรเจ็กต์ #ReleaseTheSnyderCut ซึ่งการดำเนินการในโปรเจกต์นี้ พวกเขาได้ติดต่อวอเนอร์บราเธอร์หลายครั้งเพื่อกดดันให้มีการปล่อยภาพยนตร์ของสไนเดอร์แทนเวอร์ชั่นเดิม รวมไปถึงการทุ่มเทกับโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดต่างๆ ในโซเชียลมีเดียให้ได้รับความสนใจจากคนหมู่มาก จนถึงขนาดที่ส่งเครื่องบินไปที่สตูดิโออีกด้วย

Zack Snyder’s Justice LeagueZack Snyder’s Justice League

Zack Snyder’s Justice LeagueZack Snyder’s Justice League

Zack Snyder’s Justice LeagueZack Snyder’s Justice League

Zack Snyder’s Justice LeagueZack Snyder’s Justice League