เปิดใจตลกรุ่นเก๋า "น้าพวง เชิญยิ้ม" จากลิเกสู่ตลก จากตลกสู่เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์

เปิดใจตลกรุ่นเก๋า "น้าพวง เชิญยิ้ม" จากลิเกสู่ตลก จากตลกสู่เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

นับเป็นศิลปินตลกที่ครบเครื่องเป็นที่สุด สำหรับ น้าพวง เชิญยิ้ม ที่มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ได้เล่าเรื่องราวชีวิตตั้งแต่เริ่มต้นเข้าวงการตลก พร้อมรับเป็นคนขี้อายแต่ก็จีบนางเอกลิเกแสนสวยมาเป็นภรรยาได้ และเคลียร์ชัดถูกยกให้เป็น เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์

น้าพวง เชิญยิ้ม : ดีใจมากที่ได้มารายการนี้เพราะ เห็นเพื่อนๆ ตลกเขามากันเยอะแล้ว

น้าพวง เชิญยิ้มน้าพวง เชิญยิ้ม

ต้องบอกว่า น้าพวง เริ่มจากการเป็นลิเกมาก่อน

น้าพวง เชิญยิ้ม
: ใช่ครับ ตอนนี้ยังไม่หายเลย ส่วนมากตลกรุ่นใหญ่ก็เริ่มจากการเป็นลิเกกันเยอะมาก ที่เข้ามาสู่วงการตลกตอนแรกเราก็ไม่ได้นึกว่าเราจะเข้ามานะ แต่ น้าโย่ง เขาก็เป็นลิเกแล้วเขาเข้ามาในวงการตลกก่อน แต่ตอนที่เราอยู่ภาคเหนือเราก็อยู่ด้วยกันคณะเดียวกัน (แล้วพองานทางเหนือไม่ค่อยมี) เราเลยย้ายเข้ามาเล่นในกรุงเทพฯ แล้ว น้าโย่ง เขารู้ข่าวก็เลยมาหาเราที่โรงลิเก ตอนแรกที่เจอกันเราจำเขาเกือบไม่ได้เพราะเขาสมบูรณ์ขึ้นแล้วเขาเปลี่ยนไปเยอะ แล้วเขาก็มาชักชวนเราไปเล่นตลกเราก็เลิกเล่นลิเกเลย เราก็ให้อดีตแฟนที่ตอนนี้คือภรรยาเล่นลิเกไปก่อน ซึ่งเขารับบทนางเอกลิเก

แต่เห็นบอกว่าในยุคนั้น น้าพวง เป็นคนขี้อายมาก โดยเฉพาะเวลาจีบแฟนชอบแต่ไม่กล้าจีบ

น้าพวง เชิญยิ้ม : ไม่ค่อยกล้าเป็นคนขี้กลัว ไม่ค่อยกล้า แต่เราก็ร้องเพลงตามจีบเขาไปหน้าเวทีเวลาที่เขาแสดงจนเขาใจอ่อน แต่เราก็จีบเขาอยู่นานหลายเดือนเหมือนกันแล้วก็ไปสู่ขอกับพ่อกับแม่เขาสินสอดเขาขอสี่พันแต่เรามีสองพัน เขาก็ช่วยเราอีกสองพันก็เลยได้แต่งงานกัน แต่เวลาเข้าหอเรานอนในโรงลิเก เป็นบ้านของหัวหน้าคณะต้องแยกมุ้งกันนอน เราก็ค่อยกล้าเพราะเราเป็นคนขี้เกรงใจแล้วก็คิดแทนเขาว่าเขาพร้อมหรือยัง แต่ภรรยาเขาก็บอกว่าเราไม่ต้องเกรงใจเปิดมุ้งให้เราเข้าไปหาเองเลย ที่เราทำแบบนั้นเพราะเราตั้งใจแสดงความบริสุทธิ์ใจให้เขาเห็นว่าเราไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้

น้าพวง เชิญยิ้มน้าพวง เชิญยิ้ม

ภรรยาดุไหม

น้าพวง เชิญยิ้ม : ไม่ดุเลยเพราะเขารู้ว่าเราไม่ใช่คนเจ้าชู้ (ต่อหน้าเขาเราก็ไม่ค่อยเจ้าชู้) (หัวเราะ) แต่ก็เป็นธรรมดาของผู้ชายแต่เราไม่ได้ไปมีอะไรเป็นตัวเป็นตนมีมองบ้าง มีแซวบ้างเป็นเรื่องปกติ

ย้อนกลับไปตอนนั้นเราก็ปล่อยให้ภรรยาเล่นลิเก แล้วเราก็เล่นตลกอยู่กับน้าโย่ง (แต่เห็นว่า น้าพวง ลาออกไปแล้วเขาไม่รับ)

น้าพวง เชิญยิ้ม
: พอเราเลิกเล่นลิเกเพื่อไปเล่นตลก น้าโย่ง เขาก็ไปฝากเราหลายคณะมากแล้วสุดท้ายไปอยู่คณะตูมตาม เชิญยิ้ม เขาตั้งคณะเราก็ไปอยู่กับเขาแล้วน้าโย่ง เขาก็เล่นอยู่คณะเดิมเขา แล้วมีวันหนึ่งน้าโย่ง โทรมาหาเราบอกเราว่าเดี๋ยวจะออกจากคณะที่เขาอยู่แล้ว ชวนเราไปตั้งคณะด้วยกันเราก็ตกลงได้เลย เราก็ไปบอก พี่ต้อย (ตูมตาม เชิญยิ้ม) ว่าเดี๋ยว น้าโย่ง เขาจะตั้งคณะแล้วนะเดี๋ยวผมของลาออกนะ พี่ต้อย เขาก็ดีเขาก็บอกเราว่าไม่เป็นไรๆเดี๋ยวหาคนอื่นมาแทนพอลาออกเสร็จเรียบร้อย สักสองวัน น้าโย่ง โทรมาบอกเราว่ายังออกไม่ได้ยังมีปัญหาผู้ใหญ่เขาขอไว้ยังตั้งคณะไม่ได้ ทำไงดีเราก็ไปไหนไม่เป็นเลยเราต้องไปสมัครใหม่ก็เข้าไปสมัครคณะเดิมพี่ต้อย ตูมตาม (หัวเราะ) เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร

จากวันที่ต่อสู้ชีวิตมา น้าพวง ไม่ใช่ตลกธรรมดาแต่ตอนนี้เขาเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์

น้าพวง เชิญยิ้ม : คือ เปิดเป็นห้องแถวครับ เป็นรายเดือนและรายวัน ไม่ถึงกับเป็นรีสอร์ทมีทั้งหมด 20 ห้อง แล้วก็มีร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด น้าพวง ไปชิมกันได้นะครับ เรียบคลอง 6 ธัญบุรี ยังไงฝากด้วยนะครับ ติดตามดูได้ทาง เฟสบุ๊ค น้าพวง เชิญยิ้ม


รายการ ต้มยำอมรินทร์ ย้อนหลัง

น้าพวง เชิญยิ้มน้าพวง เชิญยิ้ม

น้าพวง เชิญยิ้มน้าพวง เชิญยิ้ม