The Crown S4: หญิงเหล็ก และลูกแกะในถ้ำสิงโต โดย ก้อง ฤทธิ์ดี

The Crown S4: หญิงเหล็ก และลูกแกะในถ้ำสิงโต โดย ก้อง ฤทธิ์ดี

มีหลายเหตุผลที่ทำให้ The Crown Season 4 ล่าสุดที่เพิ่งออกฉายใน Netflix ยังคงเป็นเพชรยอดมงกุฎในบรรดาซีรีส์ประเภทดราม่า/ประวัติศาสตร์ ที่ทั้งหนักแน่น สง่างาม ลึกซึ้ง สะเทือนใจ ชาญฉลาดในการสร้างเรื่องจากเหตุการณ์จริงของโลก โดยทั้งหมดอ้างอิงผ่านราชวงศ์วินด์เซอร์ของอังกฤษ – ตระกูลเก่าแก่ทรงอำนาจที่ถูกท้าทายด้วยสภาวะสังคมและการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา

The CrownThe Crown

ในบรรดาเหตุผลมากมายที่ทำให้ The Crown ซีซั่นใหม่น่าดูยิ่ง และอาจเรียกได้ว่าเป็นซีซั่นที่ดีที่สุด สำหรับผู้เขียนแล้วมาจากการที่ซีซั่นนี้เพิ่มและขับเน้นตัวละครผู้หญิงให้เกิดพลวัตทางอารมณ์และอุดมการณ์ยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าตัวเอก ควีนอลิซาเบธ หรือ “กัปตันทีมวินเซอร์” (แสดงโดยโอลิเวียร์ โคลแมน) จะเป็นตัวเดินเรื่องหลักมาตั้งแต่ซีซั่นแรก ในซีซั่นใหม่นี้มีตัวละครหญิงสำคัญเพิ่มมาอีกสองคน คือมากาเร็ต แธตเชอร์ (แสดงโดยกิลเลียน แอนเดอร์สัน) และเจ้าหญิงไดอาน่า (เอมม่า คอร์ริน) สามหญิง สามตำแหน่ง สามความเชื่อ นี่เป็นโครงเรื่องหลักที่วางพาดทั้ง 10 ตอนในซีรีส์นี้ ความสัมพันธ์อันวุ่นวายซับซ้อนระหว่างทั้งสามคน สามชีวิตที่ต่างมีฉากสำคัญแบบลืมไม่ลงของตัวเองในประวัติศาสตร์อังกฤษ (หรือประวัติศาสตร์โลกด้วยซ้ำ) ทำให้ซีซั่นใหม่นี้ดู “ร่วมสมัย” และยึดโยงกับความทรงจำของคนดูจำนวนไม่น้อยที่โตมาพร้อมกับการเห็นนางแธตเชอร์ และเจ้าหญิงไดอาน่า ในข่าวต่างประเทศในโทรทัศน์อยู่นานนับสิบปี

The CrownThe Crown

 เริ่มที่แธตเชอร์ก่อน นายกหญิงเหล็กของพรรคคอนเซอร์เวทีฟ โด่งดังและอื้อฉาวด้วยนโยบายรัดเข็มขัดและแปรรูปรัฐวิสาหกิจ แธตเชอร์ครองอำนาจยาวนานตั้งแต่ปี 1979 ถึง 1990 และเป็นนายกที่มีคนเกลียดมากที่สุดคนหนึ่งในโลกเลยก็ว่าได้ คือเกลียดแบบสาปส่ง ด่าทอ เห็นเป็นแม่มด เป็นนางมารที่จ้องทำลายชีวิตคนยากจนและคนหาเช้ากินค่ำในอังกฤษ บทของ The Crown ทำสิ่งที่เคยทำมาแล้วกับตัวละครอื่นๆ ในซีรี่ส์ คือการ humanize หรือ “หาความเป็นมนุษย์” ให้กับบุคคลที่มักจะถูกมองในแบบขาว-ดำ ไม่ใช่นะครับ หนังไม่ได้ “อวยแธตเชอร์ หรือพยายามแก้ตัวให้เธอ แต่ทำให้เห็นว่าแรงผลักดันของเธอมาจากไหน ชีวิตของเธอผ่านอะไรมาบ้าง เธอมีปมเรื่องอะไร และอะไรทำให้เธอต้องแกร่งขนาดนั้น แน่นอนว่าความโหดของแธตเชอร์ ยังไงก็เป็นความโหด โลกทัศน์ที่วางอยู่บนความเชื่อในการทำงานหนักโดยไม่สนใจระบบอันไม่เป็นธรรม เป็นสิ่งที่นักรัฐศาสตร์ลงความเห็นว่าช่างคับแคบและใจร้าย แต่ในขณะเดียวกัน หนังแสดงให้เห็นว่าเธอต้องต่อกรกับอะไรบ้าง ทั้งโลกการเมืองที่มีแต่ผู้ชายใส่สูทที่จ้องจับผิด หรือกับควีนอลิซาเบธและวงศ์วานของเธอ กับความหยิ่งยโส สายตาดูถูกเหยียดหยามของราชวงศ์ และการต้องพิสูจน์ตัวเองกับทุกคนตลอดเวลา

The CrownThe Crown

สิ่งที่แฟนๆ จะถกเถียงกันแน่ๆ คือการแสดงของกิลเลียน แอนเดอร์สัน ชัดเจนว่าเธอไม่ได้พยายาม “เลียนแบบ” เป็นแธตเชอร์ตัวจริง (ซึ่งเมอรีล สตรีพเคยทำในหนัง Iron Lady) แต่เธอดีไซน์ตัวละครนี้ใหม่ เล่นให้เป็นละครมากขึ้น ทั้งน้ำเสียง สีหน้า การวางจังหวะคำพูด ผู้เขียนยังรู้สึกก้ำกึ่งกับการตีความตัวละครแบบนี้ เพราะแรกๆ ดูขัดตา ขัดหูไม่น้อย และยังดูต่างจากการแสดงของนักแสดงคนอื่นๆ ในฉากเดียวกัน แต่พอผ่านไปหลายๆ เอพิโสด ก็ยอมรับว่าชินขึ้น และทำให้ซีรีส์มีสีสันขึ้นมาในอีกแบบที่นึกไม่ถึง

ส่วนตัวละครเจ้าหญิงไดอาน่า ถึงแม้ซีซั่นนี้จะไม่ใช่เรื่องของเธอทุกเอพิโสดแต่เธอเป็นไฮไลท์ของซีซั่นนี้ เงาทะมึนและฝันร้ายที่รอวันกลายเป็นจริง ครอบคลุมความรู้สึกของเราตั้งแต่เห็นตัวละครไดอาน่าปรากฏตัวในฉากแรก ความสดใส น่ารัก ความอ่อนโยนไร้เดียงสาของเธอตอนเป็นวัยรุ่นไร้มารยาที่แอบหลงรักเจ้าฟ้าชายชาลส์ ยิ่งตอกย้ำความน่าสะพรึงกลัวที่จะเกิดขึ้นมาตามมา ความรักและการแต่งงานของไดอาน่ากับชาลส์  เริ่มต้นด้วยการเป็นแฟรี่เทล – นิทานชวนฝันของเจ้าหญิงกับเจ้าชาย – ทั้งที่ความจริงแล้วมันคือโศกนาฏกรรมตั้งแต่เริ่มต้น เพราะชาลส์ไม่เคยรักไดอาน่า แต่กลับปล่อยให้ครอบครัวของเขาบงการชีวิต และลากลูกแกะน้อยเข้าสู่รังสิงโตที่กลุ้มรุมทำร้ายเธอ ไม่ว่ารังนั้นจะหรูหราและประดับด้วยเพชรทองขนาดไหนก็ตาม

ช่วงต้นของซีรีส์ที่เราเพิ่งเห็นไดอาน่า เห็นความไร้เดียงสาของเธอและเห็นเธอถูก “ทดสอบ” โดยบรรดาพระญาติ สำหรับผู้เขียนแล้วมันเกือบจะเป็นหนังสยองขวัญ เพราะเธอเป็นเหยื่อของความโหดร้ายทารุณที่ผู้สูงศักดิ์ประเคนให้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่นับว่าเรา “รู้ล่วงหน้า” ว่าชีวิตของเธอจะขมขื่นเพียงไหนและจะพบจุดจบอย่างไร การมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ที่เรารู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว จึงน่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง

ผู้หญิงสามคนใน The Crown ทำให้ซีซั่นใหม่นี้มีอะไรให้พูดถึงมากจริงๆ ยังไม่ไปถึงเรื่องการเมืองและเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์อื่นๆ แล้วเราอาจจะมาต่อกันในคอลัมน์หน้าอีกครั้ง

The CrownThe Crown