หนีไดโนเสาร์กับน้องๆ ใน Jurassic World : Camp Cretaceous โดย แอดมินเพจกะเทยนิวส์

หนีไดโนเสาร์กับน้องๆ ใน Jurassic World : Camp Cretaceous โดย แอดมินเพจกะเทยนิวส์

คุณกิตติคะ นานๆที เหยี่ยวเทยจะแวะเวียนไปดูซีรีส์ในหมวดเด็กๆ บ้าง แหม สื่อก็มีหลากหลายหมวดใช่ไหมล่ะเธอ ก็เลยอยากจะย้อนวัยลงไปแอ๊บแอ๊บ้าง ก็เลยอยากจะหยิบยกซีรีส์การ์ตูนสำหรับเด็กเรื่องนึง มาเล่าสู่กันฟังบ้างค่ะ กับซีรีส์ที่ Spin-Off เรื่องราวมาจากภาพยนตร์ชื่อดัง Jurassic World

กับเรื่อง Jurassic World : Camp Cretaceous

ซีรีส์เรื่องนี้เป็น Netflix Series ที่น่าสนใจเอามากๆ จัดอยู่ในหมวดการ์ตูนสำหรับเด็กที่มีอายุ 7+ ขึ้นไป สามารถรับชมได้ทุกวัยจริงๆนะเธอ และความน่าสนใจของเรื่องนี้ คือการพาเราไปเจอเหตุการณ์ของเด็ก 6 คนที่มีความสามารถและอภิสิทธิ์พิเศษ ล้วนได้รับเชิญมาร่วมเข้าค่ายครีเทเชียสของสวนสนุก Jurassic World ก่อนเหตุการณ์ในภาพยนตร์จะเกิดขึ้น 3 วัน แต่ทว่าจบลงพร้อมกัน

เรื่องเริ่มต้นด้วยหนุ่มแดเรียสที่ติดวีดีโอเกมส์ไดโนเสาร์งอมแงม เขาเล่นจนชนะและได้รางวัลเป็นตั๋วมาร่วมค่ายครีเทเชียส ที่จัดโดยสวนสนุกจูราสสิคเวิร์ล ร่วมกับเพื่อนใหม่อีก 5 คนได้แก่เด็กหนุ่มไฮโซผู้โอ้อวดอย่างเคนจิ สาวน้อยเน็ตไอดอลบรู๊คลิน เบนเด็กเนิร์ดผู้รักความสะอาด แซมมี่สาวร่าเริง และยาชิม่าผู้เงียบขรึม ทั้งหกต้องร่วมผจญภัยและใช้ชีวิตในแคมป์เพื่อเรียนรู้เรื่องราวของไดโนเสาร์ไปตลอดหนึ่งอาทิตย์ด้วยกัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในแคมป์เยาวชน

แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อไดโนเสาร์พันธุ์ผสมที่เพาะขึ้นแลปเกิดหลุดออกมาและทำให้สวนสนุก Jurassic World เกิดขัดข้องและนักท่องเที่ยวทั้งหมดต้องอพยพออกมาจากเกาะ เด็กๆทั้ง 6 คนที่ดันถูกทิ้งไว้ที่แคมป์ ต่างก็ต้องหาวิธีเอาตัวรอดกันเองในสถานการณ์ทีคับขัน เพื่อไปให้ทันเรือรอบสุดท้ายที่จะออกจากเกาะไป

ความน่าสนใจของเรื่องนี้นะเธอจ๋า คือความที่เนื้อเรื่องนั้นคาบเกี่ยวกับไป Jurassic World ฉบับภาพยนตร์ หากใครเคยดู Jurassic World มาแล้ว ก็จะจำได้กับตัวละครบางตัว เนื้อเรื่องบางช่วยที่เกิดขึ้นพร้อมๆกัน ทำให้เติมเต็มอรรถรสการรับชมได้มากขึ้นเลยล่ะ มันว้าวนะว่าบาป

ความน่ารักอีกอย่างนึงของซีรีส์เรื่องนี้ คือการเลือกให้ตัวละครหลักทั้ง 6 ตัวมีความหลากหลายทางสีผิว เชื้อชาติ และอาจหมายรวมถึงรสนิยมทางเพศด้วย ตัวละครแดเรียสเด็กเนิร์ดผิวดำ ที่มาที่นี่ตามคำสัญญาของพ่อ หรือแม้แต่หนุ่มเคนจิที่มีโมเมนต์จิ้นจิกหมอน กับเบน เด็กหนุ่มอีกคนที่ดูจะเกาะแกะต้องการการปกป้องดูแลอยู่เสมอ และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้การผจญภัยของพวกเขาน่าสนใจ ตรงนี้ตัวซีรีส์เลือกเล่าความสัมพันธ์ของกลุ่มเด็กที่มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป และค่อยๆเรียนรู้กันไปนั่นเอง

และสิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย ก็คือน้อง Bumpy ไดโนเสาร์ที่ถูกเพาะในแลปแต่เผอิญน้องไม่สมมาตร น้องเลยต้องมาวิ่งต้อยๆอยู่กับพวกเด็กเพื่อหนีหายนะ ซึ่งความไม่สมบูรณ์ ความขาดๆเกินๆ ของน้อง Bumpy ก็ดูเหมือนจะสะท้อนถึงตัวเด็กๆ เอง ว่าจะจัดการแก้ปัญหาต่างๆกันได้ยังไง

แต่ก็นะเธอ หนังเด็ก ก็คือหนังเด็ก ก็จะมีจุดที่แบบว่า เห้ยแก เอาดีดีป่านนี้พวกแกตายได้เลยนะ โดนจับกินได้เลยอ่ะแก แต่เด็กๆก็ดันรอด รอดตลอด มีพระดีตลอดเว่อ ก็นะเธอ เข้าใจได้ ความเป็นหนังเด็ก แต่ก็เพราะเอาหนังเด็กมาวางเทียบกับจักรวาลของ Jurassic World มันก็จะเลยแบบ แก ในไทม์ไลน์ของหนัง คือคนถูกจับกิน คนตายกันเพียบเลย แต่หนูหกคน โบ๊ะบ๊ะแล้วรอด กะเทยงงแล้วหนึ่งค่ะ

อย่างไรก็ตามความน่าสนใจของซีรีส์แนวการ์ตูนเรื่องนี้คือ แม้ว่าจะเป็นการ์ตูนสำหรับเด็ก ที่ลงอายุไว้เพียง 7+ แต่ทว่ากลับมีฉากไดโนเสาร์กินคน แม้จะไม่มีเลือดสาด แต่ก็มีให้เห็นการกิน การถูกฆ่าในหลายตอนเลยล่ะเธอ ซึ่งนับเป็นมิติใหม่ของมาตรฐานการทำสื่อสำหรับเด็กเหมือนกันว่าแบบ เห้ย เราสามารถทำหนังที่มีการฆ่าให้เด็กเห็นได้หรือไม่

จริงๆประเด็นนี้เกิดขึ้นกับ Jurassic Park มาตั้งแต่หนังต้นฉบับเลยนะเธอ หากเราย้อนภาพกลับไป สมัยที่หนังไดโนเสาร์ตำนานเรื่องนี้ออกมาใหม่ๆ ผู้กำกับ Stephen Speilberg ก็เจอปัญหานี้กับการผ่านกองเซ็นเซอร์ของค่ายผู้ผลิตอย่าง Universal เช่นกัน เพราะหนังไดโนเสาร์ทำโดยผู้ใหญ่ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเด็กเป็นกลุ่มคนดูหลัก การให้เห็นฉากไดโนเสาร์กินคนแบบจะจะนั้น รับได้แค่ไหน

มีการถกเถียงและหาเหลี่ยมมุมที่จะรับกันได้ทั้งสองฝ่ายหลายต่อหลายครั้ง จนมาลงตัวเอาจุดที่ว่า ในภาค Jurassic Park ไม่มีการเห็นฉากที่ทีเร็กซ์ หรือแร็พเตอร์ ฝังเขี้ยวลงไปจะจะจนเลือดสาด หลบมุมกล้องต่างๆเอา แต่ก็นะเธอ ก็ยังเหลือฉากในตำนานอย่างทีเร็กซ์งาบคุณทนายที่นั่งในห้องน้ำไปต่อหน้าต่อตา แต่ก็นั่นแหละ ก็มีการเกลาให้เด็กดูได้ รวมไปถึงการไปเน้นฉากที่เกี่ยวข้องกับรถ การตกจากที่สูงต่างๆ การหลบในซอกมุมที่ไดโนเสาร์จะไม่เห็น ให้หวาดเสียวกันเล่นๆ นั่นเอง

ซึ่งคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการให้เด็กได้เห็นฉากการกินคนของไดโนเสาร์นั้น ก็คงพอจะอธิบายได้ว่า การล่าของสัตว์กินเนื้อ เป็นวัฏจักรในธรรมชาติ ไม่ต่างอะไรจากเด็กๆ นั่งดูสารคดี National Geographic แล้วเห็นสิงโตและหมาไนล่ากวาง เพียงแต่กวางกลายเป็นมนุษย์ที่ถูกล่าโดยธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่กว่าอย่างไดโนเสาร์นั่นเองแหละเธอ ดังนั้นหนัง Jurassic Park จึงมีฉากให้เห็นพอกลมกล่อม ต่างจากภาค Jurassic World ที่มีความเลือดโฉ่งฉ่างมากกว่า

แต่ทว่าในซีรีส์นี้ ข้อคิดที่ได้จากการเรียนรู้ตัวเอง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค การดึงเอาทักษะของแต่ละคนมาใช้ ก็ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้สนุก กลมกล่อม ดูเพลิน ดูกันได้ทั้งครอบครัวจริงๆ นะเธอ

และทาง Netflix ก็เพิ่งจะประกาศว่ามี SS2 ต่อในปีหน้าด้วยล่ะ ความสนุกของเด็กๆทั้ง 6 จะยังมีต่อไปแน่นอน

ว้าวนะเธอ

เหยี่ยวเทย รายงาน