ได้เวลาสำรวจชนชั้นผ่าน “Parasite” อีกครั้งทาง Netflix พร้อมกัน 25 ก.ค.นี้

ได้เวลาสำรวจชนชั้นผ่าน “Parasite” อีกครั้งทาง Netflix พร้อมกัน 25 ก.ค.นี้
Netflix

สนับสนุนเนื้อหา

Parasite ชนชั้นปรสิต เตรียมออกอากาศวันแรก 25 กรกฎาคมนี้ และไม่ใช่เรื่องเดียว ยังมาพร้อมผลงานสำคัญของผู้กำกับ บงจุนโฮ ทั้ง The Host, Okja, Snowpiercer ที่รับชมได้ทาง Netflix เท่านั้น!

ParasiteParasite

เส้นทางสู่ความสำเร็จของ Parasite

Parasite คือภาพยนตร์ที่ถูกกล่าวขวัญและได้รับคำนิยมว่าเป็น “ผลงานที่ดีทีสุดของ บงจุนโฮ” ไล่เรียงความสำเร็จได้จากไทม์ไลน์ที่หนังเรื่องนี้อยู่ในกระแสมากว่าหนึ่งปี

21 พฤษภาคม 2019 ภาพยนตร์เรื่อง Parasite เข้าฉายครั้งแรกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส และเป็นภาพยนตร์เกาหลีใต้เรื่องแรกที่ได้รับรางวัลเกียรติยศปาล์มทองคำ (the Palme d’Or) ก่อนที่สิ้นเดือนพฤษภาคม Parasite เข้าฉายอย่างเป็นทางการที่เกาหลีใต้ ทำรายได้ในประเทศตัวเองไป 72.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากทุนสร้างเพียง 11 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเมื่อรวมรายได้ทั่วโลก Parasite ทำรายได้ 257.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขึ้นเป็นภาพยนตร์เกาหลีที่ทำรายได้ทั่วโลกสูงสุด

ในฤดูประกาศรางวัลเวทีสำคัญของโลก Parasite กลายเป็นภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับรางวัลยิ่งใหญ่อย่างเป็นประวัติการณ์ เริ่มจากรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม จาก BAFTA Awards และ Golden Globes, รางวัลทีมนักแสดงยอดเยี่ยม จาก Guild Awards และสี่รางวัลใหญ่จากเวที Academy Awards ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม และภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ส่วนในเกาหลีใต้ Parasite ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จาก Baeksang Arts Awards และ 5 รางวัลจากงาน Grand Bell Awards ซึ่งเป็นเวทีประกาศรางวัลด้านภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ของเกาหลี

ความสำเร็จของ Parasite ไม่ได้มาจากรายได้และรางวัลเพียงอย่างเดียว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ อย่างการที่หน่วยงานเมืองโกยางจะนำ Goyang Aqua สตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์ให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยทางเมืองโกยางยังได้ประกาศการลงทุนราว 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อก่อสร้างศูนย์ภาพยนตร์และวัฒนธรรม ที่มีกำหนดเสร็จในปี 2026 และหลายๆ ฉากใน Parasite จะจัดแสดงที่นี่พร้อมกับฉากสำคัญจากหนังเกาหลีเรื่องดังอื่นๆ

และถ้าคุณยังไม่ได้ดู Parasite หรือถ้าดูแล้วเป็น #ทีมใต้โซฟา #ทีมชั้นใต้ดิน ก็ควรรวมตัวหน้าจอดูอีกรอบ เก็บตกรายละเอียดหนังวิพากษ์ชนชั้นที่เจ็บแสบที่สุดแห่งปี เข้าฉาย 25 กรกฎาคมนี้ ทาง Netflix

 

ถนนของ บงจุนโฮ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ความสำเร็จของ Parasite ไม่ได้มาง่ายๆ และถนนที่บงจุนโฮเดินก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเป็นผู้กำกับที่ผ่านประสบการณ์ทำงานมา 20 ปี สิ่งที่เก็บเกี่ยวและสะสมมาตลอดจึงเป็นเหมือนบันไดที่ทำให้ภาพยนตร์ Parasite เดินทางมาถึงจุดสูงสุด และผู้คนทั่วโลกต่างเฝ้ารอผลงานภาพยนตร์เรื่องต่อไปของเขา

บงจุนโฮบงจุนโฮ

บงจุนโฮ เริ่มต้นงานกำกับในปี 2000 กับภาพยนตร์เรื่อง Barking Dogs Never Bite และมาเป็นที่รู้จักกว้างขวางจาก The Host (2006) หนังสัตว์ประหลาดที่สะท้อนภาพสังคมเกาหลี ได้อย่างสนุกสนานครบรส ทั้งดราม่า แอคชั่น ไซไฟ และความดีงามของหนังเรื่องนี้ก็เป็นที่กล่าวขวัญในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนั้น   

The HostThe Host

Okja (2017) เป็นผลงานระดับฮอลลีวูดต่อจากภาพยนตร์ Snowpiercer ที่เขาข้ามเขตแดนเกาหลีใต้ไปกำกับให้ ทั้งยังเป็นผู้กำกับคนแรกๆ จากฝั่งเอเชียที่ร่วมทำงานออริจินัลคอนเทนท์ให้กับ Netflix และการเข้าฉายครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ Okja ผู้ชมได้ลุกขึ้นยืนปรบมือยาวนาน และเมื่อออกอากาศก็ได้รับคำนิยมว่าเป็นผลงานที่มหัศจรรย์

Okja เล่าเรื่องราวการผจญภัยของเด็กหญิงที่ถูกเลี้ยงมาพร้อมๆ กับ โอคจา หมูยักษ์ที่ได้รับการพัฒนาสายพันธ์โดยบริษัทนวัตกรรมอาหาร จากเกาหลีใต้สู่นิวยอร์ค คือการผจญภัยที่เด็กหญิงของโอคจา ควบคู่ไปกับเส้นเรื่องคือการเสียดสีสังคมที่เป็นสไตล์ชัดเจนของบงจุนโฮ ซึ่งเขาร่วมเขียนบทกับ จอน รอนสัน

OkjaOkja

ภายหลังจากภาพยนตร์ Parasite (2019) ชื่อของบงจุนโฮกลายเป็นชื่อผู้กำกับระดับโลกที่ผลงานต่อจากนี้จะถูกจับตามอง และไม่ปล่อยให้ต้องรอนาน บงจุนโฮได้นำภาพยนตร์ Snowpiercer ในปี 2013 มาตีความและรีบูทใหม่เป็นออริจินอลซีรีส์ Snowpiercer (2020) โดยตัวเขาเองรับหน้าที่ Executive Producer และร่วมเขียนบทกับ เคลลี่ มาสเตอร์สัน

SnowpiercerSnowpiercer

Snowpiercer (2020) คือซีรีส์ดิสโทเปียสะท้อนสังคมแห่งโลกอนาคต ความเหลื่อมล้ำในสังคมกำลังจะถูกถ่ายทอดผ่านรถไฟที่วิ่งในโลกที่กลายเป็นน้ำแข็ง หัวขบวนคือชนชั้นนำที่เต็มไปด้วยอภิสิทธิ์และใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ในขณะที่ท้ายขบวนที่คือชนชั้นล่างที่ถูกกดทับและอยู่อยากลำบาก นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ คอลเนลลี่ นักแสดงรางวัลออสการ์จากเรื่อง A Beautiful Mind และ ดาวีด ดิกส์ นักแสดงรางวัลแกรมมี่และโทนี่ จากเรื่อง Hamilton และ Black-ish