รำลึกถึง “เอนีโน มอริโคเน่” นักประพันธ์ร้อยทำนอง โดย ก้อง ฤทธิ์ดี

รำลึกถึง “เอนีโน มอริโคเน่”  นักประพันธ์ร้อยทำนอง โดย ก้อง ฤทธิ์ดี

ค่ำวันที่ 5 กรกฎาคม ผู้ชมในรอบฉายสุดท้ายของโรงภาพยนตร์สกาลา ได้ชมหนังอิตาเลียน Cinema Paradiso ภาพยนตร์สุดซึ้งที่มีดนตรีประกอบอันโด่งดังและคุ้นหูที่ประพันธ์โดย เอนีโน มอริโคเน่ ศิลปินนักแต่งเพลงที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของโลกภาพยนตร์และโลกดนตรีคลาสสิก

บ่ายวันถัดมา คือวันที่ 6 กรกฎาคม มอริโคเน่ ในวัย 91 ปี เสียชีวิตลงที่อิตาลี ข่าวนี้กระทบใจไม่เพียงต่อผู้ทีมีโอกาสได้ชมหนังที่เขาแต่งเพลงประกอบในรอบของวันก่อนหน้า แต่เป็นข่าวที่แฟนหนัง และแฟนเพลงทั่วโลกรู้สึกถึงความสูญเสียครั้งใหญ่ไปพร้อมๆ กัน

เอนีโน มอริโคเน่Photo by Franco Origlia/Getty Imagesเอนีโน มอริโคเน่

เป็นเรื่องยากทีเดียวที่จะอธิบายว่า มอริโคเน่ ได้รับการยกย่องจากการแต่งเพลงให้กับหนังประเภทใดประเภทหนึ่ง ด้วยชีวิตการทำงานยาวนานถึงเจ็ดทศวรรษ นักประพันธ์เพลงชาวอิตาเลียนผู้นี้แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์และโทรทัศน์มานับได้ 500 กว่าเรื่อง ทั้งหนังอิตาเลียน หนังยุโรปอื่นๆ และหนังอเมริกัน เริ่มตั้งแต่ปี 1960 จนถึงวาระสุดท้ายก็ยังมีหนังที่เขาแต่งเพลงรอออกฉายอยู่

ภาพยนตร์เรื่องดังที่ทำให้ผู้ชมคุ้นเคยกับเพลงประกอบของมอริโคเน่ มีทั้ง Cinema Paradiso หนังของผู้กำกับ จูเซปเป้ ทอร์นาทอเร่ ที่มีธีมเพลงอันอ่อนหวานและสะเทือนอารมณ์, The Mission หนังประวัติศาสตร์เรื่องดัง, Malena หนังโรแมนติกอิตาเลียนที่มีแฟนๆ ในไทยไม่น้อย, Mission to Mars หนังอวกาศแปลกประหลาดของฮอลลีวูด และ The Hateful Eight หนังคาวบอยอารมณ์บูดของผู้กำกับ เควนติน ทารันติโน่ สิ่งที่น่าบันทึกไว้คือ เอนีโน มอริโคเน่ ได้รับรางวัลออสการ์เพียงตัวเดียวจากการทำงานทั้งชีวิตจากเรื่อง The Hateful Eight อันเป็นสิ่งที่สถาบันออสการ์ควรจะอับอายและทบทวนรสนิยมตัวเองอย่างยิ่ง เพราะกว่าจะสำนึกถึงความยิ่งใหญ่ของนักแต่งเพลงคนนี้ก็รอจนแกอายุไปเข้าไป 85 ทั้งๆ ที่ มอริโคเน่ สร้างงานอันน่าจดจำ เป็นเอกลักษณ์ มีสำเนียงชัดเจน และเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์โลกมากว่าครึ่งศตวรรษ

เอนีโน มอริโคเน่ กับการได้ออสการ์เพียงตัวเดียวในชีวิตการทำงานPhoto by Jason Merritt/Getty Imagesเอนีโน มอริโคเน่ กับการได้ออสการ์เพียงตัวเดียวในชีวิตการทำงาน

สำหรับคนดูหนังคาวบอย หรือจำเพาะลงไปว่าหนัง Spaghetti Western – หมายถึงหนังคาวบอยอเมริกันที่กำกับโดยผู้กำกับจากอิตาลีในยุคปลายทศวรรษที่ 60 ต่อทศวรรษที่ 70 ที่มีความโหด เข้มข้น และดุเดือดในบทเรียนชีวิตอันโหดร้ายท่ามกลางบ้านป่าเมืองเถื่อน – เพลงประกอบของ มอริโคเน่ เป็นส่วนผสมสำคัญที่สร้างบุคลิกและภาพจำของหนังตระกูลนี้ และทำให้ผู้กำกับหนังคาวบอยอย่าง เซอจิโอ เลโอเน่ กลายเป็นที่รู้จักในอเมริกา ในหนังคาวบอยไตรภาคชุดสำคัญ The Good, The Bad and the Ugly ต่อด้วย A Fistful of Dollars, For a Few Dollars More เสียงฮาร์โมนิกาอันโหยหวน เสียงระฆังแห่งความตาย เสียงกีตาร์อันแกว่งสะท้อน และท่วงทำนองดรามาที่ผสานไปกับท้องทุ่งและทะเลทรายที่โชกเลือด เป็นงานมาสเตอร์พีซที่ทั้งคนดู คนทำหนัง และนักแต่งเพลงทั้งโลกยกย่องในวิสัยทัศน์แห่งการสร้างสรรค์ เขายังร่วมงานกับเลโอเน ในหนังดัง Once Upon a Time in the West หนึ่งในซาวด์แทร็คภาพยนตร์ที่คนยังนิยมฟังกันอยู่จวบจนทุกวันนี้

Photo by Franco Origlia/Getty Images

นอกจากนี้ มอริโคเน่ ยังสร้างเพลงให้หนังสยองขวัญทั้งฝั่งยุโรปและอเมริกา อย่าง The Thing ที่ยังคงเป็นหนังคลาสสิกจนทุกวันนี้ และยังมี The Exorcist 2 รวมทั้งหนังสยองขวัญอิตาเลียนยุค 1970 ที่ร่วมงานกับผู้กำกับดาริโอ อาร์เจนโต้ ได้แก่ The Bird with the Crystal Plumage, The Cat O’ Nine Tails และ Four Flies on Grey Velvet    

และยังมีหนังอื่นๆ อีกมากมายที่ลิสท์ออกมาไม่หมด สรุปได้ว่างานของ มอริโคเน่ หลากหลายทำนองและสำเนียง ครอบคลุมหนังทุกประเภทและทำงานกับผู้กำกับทั้งสองฟากแอตแลนติค ทำทั้งหนังอาร์ตและหนังตลาด ทั้งหนังที่สดใสหวานชื่น และดุเดือดเลือดสาด การจากไปของนักแต่งเพลงท่านนี้ เป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของวงการภาพยนตร์โลกอย่างแท้จริง

 

เกี่ยวกับผู้เขียน
ก้อง ฤทธิ์ดี
นักเขียน/นักวิจารณ์ภาพยนตร์ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมากว่า 25 ปี