จูงลูกพาหลานไปฟังเพลงเพราะๆใน Trolls World Tour

จูงลูกพาหลานไปฟังเพลงเพราะๆใน Trolls World Tour

การกลับมาอีกครั้งของเหล่าโทรลล์สตัวจิ๋วซึ่งพวกมันมาพร้อมกับบทเพลงสุดไพเราะที่จะทำให้ผู้ชมมีความสุขกันอีกครั้งในภาคต่ออย่าง Trolls World Tour

เมื่อโลกของโทลล์สนั้นกว้างไกลกว่าที่คิด

จากเรื่องราวในตำนานที่ถูกเล่าจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เหล่าโทรลล์สแต่ละคนได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างสามัคคีและอยู่กันอย่างสงบ สายทั้งหกของพิณที่มิอาจทำลายได้ ได้พันผูกโลกแห่งเสียงดนตรีของพวกเขาเอาไว้ด้วยกัน โทรลล์ส ตระกูลป็อป รวมไปถึงโทรลล์ส จากเผ่าคันทรี่, เทคโน, คลาสสิก, ร็อค และฟั๊งก์ ต่างสำรวจทั้งเสียงดนตรีและคำร้องสุดสร้างสรรค์ของพวกเขา

แต่เมื่อดนตรีในแต่ละแนวทางได้รับความนิยมลดลง เมื่อเหล่านักดนตรีเริ่มอ่อนล้า เหล่าผู้พิทักษ์ของเผ่าโทรลล์ส แต่ละชนเผ่า รวมถึงสมาชิกของเผ่าเร็กเกตัน, ฮิปฮอป, เคป็อป และสมูธ แจ๊ซ เริ่มกระจัดกระจายไปทั่วแผ่นดิน ประวัติศาสตร์ถูกบอกเล่าโดยผู้ชนะ ดังนั้น หนังสือบันทึกประวัติศาสตร์ของเผ่าโทรลล์ส ป็อป จึงเล่าเรื่องราวของพวกเขาในแบบที่มีแต่ดนตรีป็อปเท่านั้น

ชาวโทรลล์วร็อคเกิดความเบื่อหน่ายที่ชนเผ่าของตัวเองต้องเป็นรองชาวป๊อป และมีความคิดที่จะยึดครองโลกใบนี้ ราชินีป๊อปปี้แห่งโทรลล์ส ป็อป ที่เพิ่งขึ้นครองบัลลังก์ ต้องก้าวเข้ามาขัดขวางและหนทางเดียวที่เธอรู้ ป๊อปปี้เริ่มต้นการเดินทางเพื่อรวบรวมเผ่าต่างๆ ให้เป็นหนึ่ง และแสดงให้บาร์บเห็นว่าวิธีของเธอมันผิด

ป๊อปปี้จึงพยายามมองโลกด้วยแง่ดี ประกอบกับมุมมองที่มีต่อโลกใบนี้ยังคงคับแคบไม่กว้างไกล การถูกเลี้ยงดูมาแบบไข่ในหินทำให้เธอมองโลกทุกอย่างสวยงามไปหมดจนมองไม่เห็นชนวนความขัดแย้งที่แท้จริง ซึ่งไม่สามารถเยียวยาได้ด้วยอ้อมกอดเท่านั้น

ป๊อปปี้จึงต้องออกเดินทางไกลเพื่อไปรวบรวมชนเผ่าโทรลล์สให้กลับมาเป็นปึกแผ่นเดียวกัน โดยมีสหายคู่ใจอย่างแบรนช์ ซึ่งเขาแอบหลงรักราชินีป๊อปปี้แต่ต้องเก็บงำความรู้สึกดังกล่าวเอาไว้ข้างใน นอกจากนี้เพื่อนร่วมเดินทางยังประกอบไปด้วยผู้เสพติดขนมสายไหม และมิสเตอร์ดิงเกิลส์ ผู้เป็นห่วงว่าผู้ปกครองของพวกเขาจะเริ่มนำพวกเขาไปสู่หายนะ

บัดนี้ ป๊อปปี้ผู้ตั้งใจดี ต้องตอบรับโอกาสที่จะเติบโตในแบบที่เธอต้องมีเพื่อจะเป็นผู้นำที่ดี เธอจะเปลี่ยนไปเป็นราชินีผู้สูงศักดิ์ที่รับฟังเสียงของคนอื่นๆ หรือเธอจะเปลี่ยนวิถีแห่งอดีตของชนเผ่าได้หรือไม่ โทรลล์ส สาวจะได้เรียนรู้บทเรียนที่ล้ำค่าที่สุดนั่นก็คือ การเชื่อหัวใจตัวเอง และเปิดหูรับฟังคนอื่น

 

บทเรียนแห่งการเติบโต

Trolls ภาคแรกคือการบอกเล่าเรื่องราวแห่งความเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ของตัวละครโทรลล์ส ตามประเด็นที่ว่าด้วย“การสัมผัสถึงแหล่งกำเนิดความสุขที่พวกเรามีอยู่ภายใน และไม่หลงไปกับการจัดการภายนอก” แต่ประเด็นของหนังภาคแรกคือการสำรวจภายในจิตใจตัวเองของป๊อปปี้

สำหรับเรื่องราวในภาคที่ 2 นี้ คือการสำรวจเรื่องราวภายนอก เรื่องของสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเมื่อป๊อปปี้ค้นพบว่าทุกเสียงล้วนมีความสำคัญ และเราทุกคนจำต้องรู้จักเป็นฝ่ายรับฟัง เธอก็เกิดความเข้าใจในตัวเพื่อนๆ โทรลล์ส และคิดหาทางได้ว่าเผ่าของเธอต้องอยู่ร่วมกับโลกโทรลล์ส อื่นๆ อย่างสันติสุขทางดนตรีได้อย่างไร หนังภาคนี้จึงเป็นการขยายโลกของ Trolls ให้กว้างออกไป โดยที่ทีมงานจึงสร้างแผนที่ทั้งหมดของแผ่นดินต่างๆ ที่อิงจากดนตรีแนวต่างๆ ด้วย

นอกจากนี้ตัวหนังยังได้ดร.ดาร์เนลล์ ฮันท์ อธิการบดีของคณะสังคมศาสตร์ของ UCLA เขาคือนักวิชาการที่มีชื่อเสียงในเรื่องเชื้อชาติ สื่อ และวัฒนธรรม ฮันท์ ซึ่งเคยเป็นอดีตประธานฝ่ายสังคมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และเป็นผู้นำของศูนย์ Ralph J. Bunche Center for African-American Studies คือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องความหลากหลายและการอยู่ร่วมกัน เขาอยากเข้ามาช่วยทีมผู้สร้างไขปริศนาในการนำเสนอธีมดนตรีที่มีความซับซ้อนอีกด้วย

 

เหล่าแสดงนำผู้ให้เสียงพากย์และขับร้อง

สำหรับนักแสดงที่มารับบท ป๊อปปี้และแบรนช์ ความท้าทายที่พวกเขาต้องเผชิญคือความท้าทายที่ไม่เคยมีใครคาดถึงมาก่อน เมื่อถึงเวลาของ แอนนา เคนดริค ผู้มอบความลึกให้กับตัวละครที่แสนสนุกสนานของเธอ การกระทำต่อไปของป๊อปปี้ถือว่าสะเทือนอารมณ์มากที่สุด “แอนนาเป็นคนฉลาดมากเลยครับ และเป็นคนช่างคิดเกี่ยวกับธีมที่เรานำเสนอ และวิธีที่จะนำมาใช้กับป๊อปปี้ได้” เดวิด พี สมิธ ผู้กำกับบอก “และเธอก็ไม่อายกับทุกคนเลยครับ”

วอล์ท ดอร์นอีกหนึ่งผู้กำกับร่วม ผู้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทั้งเคนดริค และจัสติน ทิมเบอร์เลก เพื่อพัฒนาตัวละครฮีโร่ทั้งสองตัว และเขาก็ตื่นเต้นมากที่ทิมเบอร์เลกเห็นด้วยที่จะเพิ่มความรับผิดชอบของเขามากขึ้นไปอีก “จัสตินกำลังออกเวิลด์ทัวร์ตอนที่เราเริ่มงานสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ” ผู้กำกับบอก “แต่เขาก็เข้ามาทำงานด้วยตั้งแต่แรกเลย ตอนที่เราเริ่มเสนอไอเดียเรื่องนี้กับเขา และคุยกันว่าเพลงจะออกมาในแนวทางไหน เขาตื่นเต้นมาก เพราะเขาต้องทำงานกับแนวเพลงทุกแนว และได้ร่วมงานกับศิลปินที่แตกต่างกันไปด้วยหลายคนครับ”

ป๊อปปี้กับแบรนช์ยังได้ผนึกกำลังกับอีกหลายคนในกลุ่มสแน็คแพ็ค ดอร์นอธิบายว่าทำไมพวกเขาถึงถูกเลือกมาให้ร่วมเดินทางไปในครั้งนี้ “บิ๊กกี้กับมิสเตอร์ดิงเกิลส์ คือตัวละครโปรดของพวกเราครับ เราอยากดึงตัวละครเก่าๆ ของเรามาร่วมเดินทางในครั้งนี้ด้วย และเพราะบิ๊กกี้เป็นตัวละครที่ตลกมาก เขาชนะรางวัล และไม่ใช่แค่บิ๊กกี้กับเจมส์ คอร์เด้น ซึ่งสุดยอดมากเท่านั้น แต่มันยังมีเรื่องความสัมพันธ์ของบิ๊กกี้กับมิสเตอร์ดิงเกิลส์ คนดูเรียกมิสเตอร์ดิงเกอร์สว่าเป็น ‘คู่ซี้ของเขา’ พวกเขาคิดถึงความสัมพันธ์ของพวกเขากับสัตว์เลี้ยงครับ” ที่ตามติดไปด้วยก็คือคูเปอร์ สมาชิกสี่ขาหนึ่งเดียวของชนเผ่าป็อป ผู้สนใจจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับผู้คนของเขาให้มากขึ้น รวมถึงอิทธิพลทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้หัวใจของเขาเต็มไปด้วยจังหวะ