ทำความรู้จักร้านราเม็งที่เปิดแค่วันละ 2 ชั่วโมง แต่เบื้องหลังเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ

ทำความรู้จักร้านราเม็งที่เปิดแค่วันละ 2 ชั่วโมง แต่เบื้องหลังเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ
Anngle

สนับสนุนเนื้อหา

ร้านราเม็งแบบเชนสโตร์ที่มีแฟนๆ ไปทั่วเมืองซาไก จังหวัดโอซาก้า “เทมปิจิโอะราเมง เบระชิโอะ” ขึ้นชื่อในเรื่อง “อุปสรรคเยอะ” เอ๊ะ... ทำไมคออาหารพูดถึงร้านนี้แบบนี้ละเนี่ย? แต่ขอบอกก่อนเลยว่ามันเติมเต็มช่องว่างในหัวใจคุณมากกว่าที่คิดอย่างแน่นอน


จะกินได้ก็เฉพาะวันธรรมดา และแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น

ร้านตั้งอยู่ห่างจากสถานีสึมิโยชิฮิงาชิ รถไฟสายนันไคโคยะเพียง 2 นาที (สาขาเบระชิโอะฟุคุชิ สายสึมิโยชิฮิงาชิ) เป็นร้านที่อยู่ในตัวศูนย์สึมิโยชิไลฟ์ซัพพอร์ต ส่วนเหตุผลที่ถูกพูดถึงว่า “อุปสรรคเยอะ” ก็เพราะร้านเปิดเฉพาะวันธรรมดา ตั้งแต่ 11 โมงครึ่ง และเปิดแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น! ร้านนี้ได้รับการประเมินในเกณฑ์ดี 3.5 ดาวจากเว็บไซต์แนะนำร้านอาหารของญี่ปุ่น นี่ไม่ใช่ร้านทั่วๆ ไปที่เปิดเพราะจะขายราเม็งเพียงอย่างเดียวหรอกนะ ทางร้านเขามีอะไรที่ลึกซึ้งและอ่อนโยนมากกว่านั้น

หากทำงานตามขั้นตอนที่วางไว้ให้ได้ ความบกพร่องทางร่างกายก็ไม่ใช่ปัญหา

เมื่อได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณฮะระตะ ประธานศูนย์สึมิโยชิไลฟ์ซัพพอร์ตก็ได้ทราบว่า ทางศูนย์มีโครงการที่จะช่วยให้ผู้มีความบกพร่องทางร่างกายได้ทำงานที่พวกเขาทำได้ดีและไม่ลำบากจนเกินไป อย่างแมคโดนัลด์ญี่ปุ่นเองก็มีโครงการแบบนี้มาก่อนแล้ว เลยคิดว่าน่าจะหาร้านค้าแบบเชนสโตร์เข้ามาร่วมมือตรงนี้ ประเด็นสำคัญอยู่ที่หากผู้มีความบกพร่องทางร่างกายต้องการจะทำงาน พวกเขาจะต้องปรุงราเม็งตาม know-how และเสิร์ฟอาหารที่มีรสชาติอร่อยตรงกับที่ร้านต้องการได้

แล้วก็มาโป๊ะเชะที่เบระชิโอะราเม็ง

คุณฮะระตะเป็นแฟนคลับตัวยงของร้านราเม็งเบระชิโอะราเม็ง ท่านปรึกษากับประธานบริษัทถึงแนวคิดนี้ และผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือ... ผ่านฉลุย! เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่พอเหมาะพอเจาะพอดี เพราะหลังจากมีการพูดคุยได้ประมาณครึ่งปี โครงการก็ออกมาเป็นรูปร่าง กำเนิดเป็น “ร้านเบระชิโอะฟุคุชิ สาขาสึมิโยชิ” ขึ้นมา

ความรู้สึกร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมของคนพิการ

นี่ก็ผ่านมา 10 ปีแล้วจากวันนั้น ปัจจุบันข้างๆ ร้านราเม็งมี “โคะบุงคิสสะ” เป็นร้านกาแฟที่มีผู้มีความบกพร่องทางร่างกายทำงานอยู่เช่นเดียวกัน โดยคุณนารุมิยะ ผู้เข้ารับสวัสดิการจากศูนย์สึมิโยชิไลฟ์ซัพพอร์ตกล่าวความในใจว่า "หากอยู่แต่ที่บ้านก็กลายเป็นคนเก็บตัวไปโดยปริยาย มาที่นี่ได้พูดคุยกับลูกค้า กับเพื่อนร่วมงาน รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมครับ"

บริเวณล็อบบี้ของศูนย์มีโต๊ะเก้าอี้เอาไว้ให้ใช้งานได้ฟรี ผู้คนที่อาศัยอยู่แถวนั้นเข้าออกได้ตามสบาย แม้แต่เด็กๆ ก็มานั่งทำการบ้านหลังเลิกเรียน พวกเขายังทราบด้วยว่ามีร้านราเม็งอยู่ แม้ว่าช่วงหลังเลิกเรียนอาจจะไม่ทันได้ลองทาน เพราะร้านปิดไปเสียก่อนแล้ว แต่ก็พาคุณพ่อคุณแม่มารับประทานช่วงวันหยุดยาวได้

ศูนย์สึมิโยชิไลฟ์ซัพพอร์ตได้เปลี่ยนสถานที่ธรรมดาทั่วไปแห่งหนึ่งให้กลายเป็นที่ที่เปิดกว้างเข้าถึงได้สำหรับทุกคนในชุมชนจริงๆ แม้กระทั่งผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย พวกเขาพยายามทำให้ทุกคนใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างสะดวกสบายมีความสุขเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นจริงๆ อยากให้มีองค์กรที่คิดสร้างสรรค์และลงมือทำเพื่อส่วนรวมแบบนี้มากขึ้นไปอีก แต่ที่แน่ๆ เราต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน แล้วสังคมจะดีและน่าอยู่ขึ้นเอง 

ติดตามSanook! Fanpage

ข่าว เกมส์ ดูดวง ดารา เว็บบอร์ด คลิปวิดีโอ หนัง ละคร ท่องเที่ยว กีฬา ความรัก