รอบรู้ทุกเรื่อง "สนามบินฮาเนดะ" ความสะดวกสบายในทุกอณูพื้นที่

รอบรู้ทุกเรื่อง "สนามบินฮาเนดะ" ความสะดวกสบายในทุกอณูพื้นที่
All About Japan

สนับสนุนเนื้อหา

สนามบินฮาเนดะ สนามบินใหญ่ที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่นซึ่งว่ากันว่าคนเยอะติดอันดับโลก เป็นสนามบินที่สะดวกมากๆ สำหรับคนที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวโตเกียว จากที่นี่เดินทางเข้าเมืองโตเกียวทำอย่างไร? มีของฝากอะไรให้ซื้อ? อาบน้ำได้ไหม? เทียบกับนาริตะที่ไหนดีกว่า? เรามีคำตอบให้


สนามบินฮาเนดะ

สนามบินฮาเนดะ

ที่นี่คือสนามบินที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น Tokyo International Airport หรือที่ทุกคนเรียกกันคุ้นปากว่า สนามบินฮาเนดะ นั่นเอง สนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เขตโอตะ จังหวัดโตเกียว โดยตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองหลวง เป็นสนามบินที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ในปี 2016 มีผู้ใช้บริการมากกว่า 79 ล้านคน ทำให้ที่นี่เป็นสนามบินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก และอันดับ 3 ของเอเชีย!

ที่นี่มีด้วยกัน 3 อาคาร คือ อาคารผู้โดยสาร 1 จะเป็นของ JAL อาคารผู้โดยสาร 2 จะเป็น ANA และสายการบินในประเทศอื่นๆ ส่วนอาคารผู้โดยสาร 3 คือสายการบินระหว่างประเทศนั่นเอง 

ที่สนามบินฮาเนดะมีให้บริการทั้งเที่ยวบินในประเทศและระหว่างประเทศ แต่จะเน้นในประเทศเป็นหลักมากกว่า โดยชื่อ ฮาเนดะ นั้นมาจากการที่สนามบินตั้งอยู่ในบริเวณเมืองฮาเนดะ ซึ่งเป็นชื่อเมืองที่ตั้งอยู่ ณ บริเวณสนามบินในอดีต ทำให้คนญี่ปุ่นเรียกกันติดปากว่าสนามบินฮาเนดะเป็นต้นมา

การเดินทางเข้าเมืองจากสนามบินฮาเนดะ

การเดินทางเข้าเมืองจากสนามบินฮาเนดะ

จากสนามบินเราสามารถเดินทางต่อเข้าตัวเมืองโตเกียวได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยรถไฟ 2 สาย คือ Keikyu และ Tokyo Monorail 

รถไฟ Keikyu Line 
เป็นสายด่วนพิเศษ เดินทางเข้าไปยังสถานี Shinagawa ได้ (ซึ่งสถานีนี้มีทั้งรถไฟสายสำคัญอย่าง Yamanote Line และชินคันเซน) โดยคันที่เร็วที่สุดใช้เวลาเดินทางจากสนามบินเพียงแค่ 11 นาทีเท่านั้น ส่วนใครที่จองที่พักแถบโยโกฮาม่าก็สามารถนั่งรถไฟนี้โดยไปเปลี่ยนรถได้ที่สถานี Keikyu Kamata

รถไฟ Tokyo Monorail 
รถไฟเข้าเมืองโตเกียวจะไปสุดสายที่สถานี Hamamatsucho (บนสาย Yamanote Line เช่นเดียวกัน) ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 13 นาทีเช่นกัน เรียกว่าเร็วมาก และสะดวกสบายสุดๆ โดยสถานีรถไฟของทั้ง 2 เส้นนี้ คือ สถานี Haneda Airport International Terminal ทางเข้าอยู่ที่ชั้น 3

นอกจากรถไฟแล้วก็มีรถบัสให้บริการที่ชั้น 2 โดยในส่วนของรถบัสนี้นอกจากมีให้บริการในช่วงเวลาปกติแล้ว ยังมีรถบัสที่ให้บริการช่วงกลางดึก เหมาะสำหรับคนที่บินมาลงไฟลท์กลางคืน และก็มีบริการรถแท็กซี่ที่ชั้น 1 อีกด้วย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.haneda-airport.jp (อังกฤษ)

สายการบินจากไทยที่มาลงสนามบินฮาเนดะ

สายการบินจากไทยที่มาลงสนามบินฮาเนดะcommons.wikimedia.org

สายการบินจากไทยที่บินมาลงที่ฮาเนดะนั้นจะมีแต่สายการบินแบบ Full Service คือ สายการบินการบินไทย รอบออกจากไทย 13.00 น. (TG660) และรอบดึกออกจากไทย 22.45 น. (TG682) นอกจากนี้จะมีสายการบินสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง JAL รอบออกจากไทย 09.45 น. (JL32) และรอบออกจากไทย 21.55 น. (JL34) กับสายการบิน ANA รอบออกจากไทย 09.35 น. (NH848) และรอบออกจากไทย 22.05 น. (NH850) 

ส่วนสายการบินโลว์คอสต์หรือสายการบินเจ้าอื่นที่ราคาถูกกว่า 3 เจ้าหลักที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็มีเช่นกัน แต่จะมีจอดแวะพัก เช่น Air Asia จะแวะพักที่มาเลเซียก่อน เป็นต้น แต่ว่าราคาก็ถูกกว่ากันเยอะมากทีเดียว หากใครไม่ติดใจเรื่องเวลาสามารถใช้บริการสายการบินโลว์คอสต์ได้เช่นกัน

ช้อปปิ้ง Duty Free ซื้อของฝากในสนามบินฮาเนดะ

ช้อปปิ้งduty free ซื้อของฝากในสนามบินฮาเนดะcommons.wikimedia.org

ร้านค้าในสนามบินแห่งนี้มีให้เลือกด้วยกันหลากหลายร้าน แทบไม่ต่างจากห้างสรรพสินค้าทั่วไปเลย ทั้งยังมีประเภทสินค้าที่หลากหลายทั้งขนม ของหวาน ของทานเล่น ของเล่น ไปจนถึงสินค้าคาแรกเตอร์น่ารักๆ ของญี่ปุ่น 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาคารผู้โดยสาร 1 มีโซนร้านค้าขนาดใหญ่อยู่ภายใน ซึ่งมีความสูงถึง 6 ชั้น มีทั้งร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ มากกว่า 70 ร้าน

ส่วนในด้านของสินค้าปลอดภาษี ก็มีเครื่องสำอางแบรนด์ดังๆ ทั้งของต่างชาติไปจนถึงแบรนด์ของญี่ปุ่นเองหลายร้าน หรือจะเป็นสินค้าประเภทแฟชั่น อย่างกระเป๋าขวัญใจสาวญี่ปุ่นอย่างแบรนด์ Samantha Thavasa รวมไปถึงร้านเสื้อผ้าราคาประหยัดอย่าง UNIQLO หรือแบรนด์อินเตอร์อย่าง Cartier, COACH, GUCCI, HERMES, CHANEL เป็นต้น

อาบน้ำที่สนามบินฮาเนดะ

หากใครเดินทางมาถึงสนามบินในช่วงดึกมากๆ หรือรอเปลี่ยนเครื่อง หรือรอขึ้นเครื่องรอบเช้ามากๆ ที่สนามบินแห่งนี้ก็มีให้บริการทั้งเลานจ์พักผ่อน รวมไปถึงห้องอาบน้ำด้วย 

ห้องอาบน้ำตั้งอยู่ที่ชั้น 2 มีทั้งหมด 15 ห้อง สามารถใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ค่าบริการคนละ 1,030 เยน หรือราวๆ 300 บาท (ระยะเวลา 30 นาที หลังจากนั้นคิดทุกๆ 15 นาที 520 เยน หรือประมาณ 150 บาท) โดยในห้องน้ำมีให้บริการทั้งผ้าขนหนู แชมพู ครีมอาบน้ำ ไดร์เป่าผม ส่วนแปรงสีฟัน ที่โกนหนวด อุปกรณ์ล้างเครื่องสำอางนั้นมีค่าบริการ

ในส่วนของเลานจ์นั้นมีให้บริการ Sky Lounge ที่ชั้น 4 โซนกลาง (24 ชั่วโมง) และโซนทิศเหนือ (07.00-01.00 น.) คิดค่าบริการ 1,030 เยนสำหรับผู้ใหญ่ (ประมาณ 300 บาท) และ 520 เยน (ประมาณ 150 บาท) สำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี นอกจากนี้ที่เลานจ์ในโซนทิศเหนือก็มีให้บริการห้องอาบน้ำด้วยในราคาเท่ากันคือ 1,030 เยน (30 นาที)

ข้อแตกต่างของสนามบินฮาเนดะกับนาริตะ

ข้อแตกต่างของสนามบินฮาเนดะกับนาริตะwww.flickr.com

สิ่งแตกต่างที่เห็นได้ชัดของสองสนามบินนี้คือสายการบินจากไทย ที่ฮาเนดะจะมีแต่สายการบิน Full Service เท่านั้นที่บินตรง ส่วนสายการบินโลว์คอสต์ก็ต้องไปต่อเครื่องเอา เพราะสนามบินฮาเนดะจะเน้นบินภายในประเทศเป็นหลัก ในส่วนของอาคารผู้โดยสาร และร้านค้าต่างๆ ที่โซนตึกบินในประเทศก็จะมีเยอะกว่าและสะดวกสบายกว่า ในขณะที่สนามบินนาริตะจะเน้นบินระหว่างประเทศ มีเที่ยวบินจากทั่วโลกมาจอดจำนวนมาก 

แต่หากพูดถึงความสะดวกสบาย จากสนามบินฮาเนดะจะสามารถเดินทางเข้าตัวเมืองโตเกียวได้เร็วกว่า เนื่องจากตั้งอยู่ในโตเกียว โดยใช้เวลาแค่ 13 นาที ไปยังสถานี Shinagawa สถานีใหญ่กลางโตเกียว ที่มีทั้งรถไฟสาย Yamanote และรถไฟชินคันเซน

สำหรับสนามบินนาริตะ ที่จริงแล้วมีที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดชิบะ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว ทำให้ใช้เวลาในการเดินทางจากสนามบินสู่เมืองมากกว่า เฉลี่ยอยู่ทีี่ประมาณ 1 ชั่วโมง

สรุป

หากใครที่สามารถหาไฟลท์ได้ ชอบเดินทางกันเป็นครอบครัว มีเด็กๆ หรือมีผู้สูงอายุ เราก็อยากแนะนำให้ลองมาเปลี่ยนมาลงที่สนามบินฮาเนดะดู เพราะว่าคนไม่พลุกพล่านเท่าที่นาริตะ และเข้าออกเมืองได้เร็วกว่ามากๆ สะดวกสบายกว่ากันเยอะจริงๆ