ชวนคุยเรื่องคอนเสิร์ตที่โปรดิวซ์เอง และตัวตนที่แท้จริงของสาวๆ 9nine (ตอนที่ 1)

ชวนคุยเรื่องคอนเสิร์ตที่โปรดิวซ์เอง และตัวตนที่แท้จริงของสาวๆ 9nine (ตอนที่ 1)
Tokyo Girls Update

สนับสนุนเนื้อหา

ถือว่าเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่อายุนาวนานทีเดียวสำหรับ 9nine ที่ถือกำเนิดขึ้นไนปี 2006 หลังจากผ่านการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย ปัจจุบัน 9nine ก็กำลังก้าวผ่านพ้นปี 2017 อันถือเป็นปีแรกกับจำนวนสมาชิก 4 คน (น้อยที่สุดเท่าที่เคยมี นับตั้งแต่ก่อตั้งวงด้วยจำนวนสมาชิก 9 คน ตามชื่อ 9nine) อย่าง ซาทาเกะ ยูกิ (Satake Uki), มุราตะ ฮิโรนะ (Murata Hirona), โยชิอิ คานะเอะ (Yoshii Kanae) และ ซากายะ นิชิวากิ (Sayaka Nishiwaki)

แม้จะเหลือเพียง 4 คน แต่ก็ถือว่าเป็นปีแห่งความท้าทาย เพราะสาวๆ ได้มีโอกาสได้ทำกิจกรรมใหม่ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การ์ตูนทางโทรทัศน์ เรื่อง THE REFLECTION โชว์ทางโทรทัศน์อย่าง Asakusa Bebi 9 คอนเสิร์ตในต่างประเทศ จนมาถึงบทสรุปปิดท้ายปลายปีอย่างคอนเสิร์ต Quattro Formaggi ที่จัดขึ้นเมื่อ 26 ธันวาคม 2017 ที่ผ่านมา ณ Zepp TOKYO

เมื่อมองจากผลงาน 4 ด้านในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการแสดงสด งานเพลง การเป็นที่รู้จักไปยังต่างประเทศ เราจะมองกันให้ลึกซึ้งขึ้นกว่านั้น ถึงความดึงดูดใจของสาวๆ 9nine และความรู้สึกของพวกเธอกับคอนเสิร์ตในวันที่ 26 ธันวาคม ซึ่งครั้งนี้เราอยากเน้นเป็นหลักในเรื่องการผลิตผลงานของตัวเอง กับรูปแบบของจำนวนสมาชิกที่เปลี่ยนไป


เสน่ห์ 4 สไตล์ ที่น่าติดตรึงใจของ 9nine 

#1 คอนเสิร์ตที่โปรดิวซ์ด้วยตัวเอง และการสร้างบางอย่างที่พิเศษสุด ทุกๆ เพลงคือความแตกต่าง

 

นับจากโซโล่คอนเสิร์ตช่วงปีใหม่ มาจนถึงโซโล่คอนเสิร์ตที่นากาโน่ ซัน พลาซ่า ปี 2017 นี้ ถือเป็นปีที่จำนวนสมาชิกเปลี่ยนไปเหลือเพียง 4 คน เราได้ยินว่าหลังจากการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ทุกคนต้องมีส่วนในการผลิตผลงานและกำหนดรูปแบบสไตล์ของตัวเองอย่างมาก และการตัดสินใจในทุกๆ คอนเสิร์ตก็ขึ้นกับไอเดียและความคิดเห็นของสมาชิกในวงเป็นหลัก?

นิชิวากิ : การได้ผลิตผลงานและกำหนดรูปแบบสไตล์ของตัวเองมีความหมายต่อเรามาก เพราะมันทำให้เรากำหนดทิศทางการแสดงสดได้ และช่วยทำให้แฟนๆ พึงพอใจ เราเริ่มทำแบบนี้กันตั้งแต่การแสดงสดครั้งแรกที่มีการปรับเปลี่ยนสมาชิก นั่นก็คืองาน Tokyo Idol Festival

จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับวงเราในตอนนั้น มันทำให้เราอยากสร้างเวทีของเราเองขึ้นมา เราอยากนำความรู้สึกของพวกเราและความรู้สึกของแฟนๆ มาสะท้อนในการแสดง ซึ่งเวที HOT STAGE ใน Tokyo Idol Festival ก็คือส่วนหนึ่งของความรู้สึกนั้นค่ะ

คุณมีส่วนในการโปรดิวซ์งานคอนเสิร์ตอย่างไรบ้าง?

มุราตะ : เราเป็นคนกำหนดเรื่องราวหลัก เรื่องราวย่อย แล้วธีมกันเองค่ะ

ซาทาเกะ : รวมถึงการกำหนดรายชื่อเพลง แล้วก็ไฮไลท์ในแต่ละฉากของเพลง อย่างเช่น “Kan-chan น่าจะแสดงตรงนี้เป็นอะแคปเปล่านะ” หรือว่า “ถ้าจังหวะนี้มีเสียงย่ำเท้าด้วย คงเจ๋งเลย” เราตัดสินใจกันเองทุกอย่างเลยค่ะ รวมถึงซาวด์เอฟเฟกต์ แสงสี แล้วก็ตำแหน่งบนเวที

โยชิอิ : เราต้องมาระดมสมองกันก่อนค่ะ ว่าอยากให้มีอะไรบ้าง เช่น ออกแบบให้มีเวทีสี่ด้าน หรือ เสื้อผ้าแบบชุดมิโกะในศาลเจ้า หลังจากนั้นก็ตามจัดลำดับความสำคัญ เพื่อเขียนลงในรายการ

มุราตะ : เราต้องตรวจสอบว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง ที่งบประมาณที่กำหนดค่ะ

โยชิอิ : อย่างเช่นว่า เราฟันธงว่าโซโล่คอนเสิร์ตช่วงปีใหม่จะต้องมีแท่นยืนร้องเพลง เพราะว่าสถานที่จัดงานไม่มีจอภาพ ถ้าไม่มีแท่นยืนคนดูที่อยู่ด้านหลังก็จะเห็นเราแค่ส่วนหน้า ไม่ได้เห็นทั้งตัว

นิชิวากิ : ถ้าได้มองจากมุมที่เปลี่ยนไป เพลงก็จะเปลี่ยนไปจากปกติที่เคยเป็นด้วย เราได้แนวคิดนี้จากตอนที่ไปร่วมคอนเสิร์ตของศิลปินคนอื่นค่ะ เราจึงคิดว่าการมีหลายเวทีช่วยให้เราได้นำเสนอมุมมองที่แตกต่างกันออกมา

โยชิอิ : ความแตกต่างระหว่างแต่ละเพลงจะช่วยทำให้ผู้ชมไม่เบื่อไม่เสียก่อนค่ะ เราเลยทำแบบว่า เพลงแรก ร้องเหมือนกับต้นฉบับ พอเพลงที่สองก็มานั่งร้องเพลง และเพลงสุดท้ายร้องบนเวที อะไรแบบนี้

ซาทาเกะ : ทุกเพลงจะมีอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่แตกต่างจากเพลงอื่นๆ ค่ะ

นิชิวากิ : สิ่งสำคัญอยู่ตรงที่ จะทำอย่างไรให้วันนั้นเป็นวันพิเศษ ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับการดึงความรู้สึกพิเศษให้ออกมาให้ได้ แต่ในอีกทางหนึ่งก็มีปัญหาเหมือนกันว่า แฟนๆ บางคนติดตามเราจากการฟังซีดี ดู PV หรือดูการแสดงสดจากโทรทัศน์ คนเหล่านี้ก็จะอยากมาฟังเราร้องเพลงแบบที่เหมือนกับต้นฉบับ ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องยากเหมือนกัน ที่จะปรับและเรียบเรียงบทเพลงให้มีความพิเศษ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ต่างจากต้นฉบับมากนัก

ซาทาเกะ : เราวางแผนเรื่องสินค้าด้วยนะคะ เพราะเราได้ยินว่าแฟนๆ บางคนบ่นเรื่องไม่มีไซส์เสื้อยืดที่ใส่ได้พอดี ดังนั้นถึงจะมีคนที่ซื้อไม่เยอะก็ตาม แต่เราก็ออกแบบให้มีเสื้อยืดถึง 5 ไซส์ เพื่อให้พอดีสำหรับทุกคนค่ะ

แฟนๆ ต้องดีใจมากแน่

นิชิวากิ : คนจัดการเรื่องสินค้าก็คือ Kan-chan ค่ะ ได้อยู่ในฐานะ Yoshii P

9nine-official-AS-201712-04

โยชิอิ : คอนเสิร์ตเรามีชื่อว่า “Quattro Formaggi” ดังนั้นฉันเลยออกแบบให้ของขายมีความแฟนซี โดยเชื่อมโยงกับพิซซ่าน่ะค่ะ

นิชิวากิ : ฉันอยากได้มากๆ เลยล่ะ!

โยชิอิ : ความฝันของฉันคือการทำแบรนด์ 9nine ซึ่งฉันคิดว่าการผลิตและออกแบบสินค้าให้วงเนี่ย เหมือนสานต่อความฝันของฉันเลยล่ะ อย่างเช่น เสื้อยืดตัวยาวใส่ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เพิ่มความแฟนซีด้วยการดีไซน์ให้ขายในกล่องพิซซ่า เสื้อมีจำนวนจำกัดด้วยนะ ดังนั้นเธอควรจะซื้อไปใส่สักตัว (หัวเราะ)


ชื่อของคอนเสิร์ตตัดสินใจกันได้ตอนตีสอง โซโล่คอนเสิร์ตของ 9nine ต้องใช้เวลา 3 เดือน

 

ถ้าพวกคุณเป็นคนวางแผนทุกอย่างเอง แปลว่าคอนเสิร์ตหนึ่งครั้งต้องประชุมกันมากมายเลยสิ?

นิชิวากิ : เรามีประชุมกันบ่อยมากๆ เลยล่ะ ก่อนจะเริ่มฝึกซ้อม

ซาทาเกะ : เราตัดสินใจกันเรื่องชื่อคอนเสิร์ตกันที่ร้าน Bamiyan กันตอนเที่ยงคืนเลยนะ

นิชิวากิ : คอนเสิร์ตของพวกเราที่นากาโน่ ซัน พลาซ่า มีเอฟเฟกต์บนเวทีเต็มไปหมด ตอนนั้นเองที่เราตัดสินใจเรื่องธีมของคอนเสิร์ต คือเราจะเลือกใช้ในสิ่งที่พวกเราสี่คนมี และจากนั้นเราถึงค่อยมาคิดเรื่องชื่อคอนเสิร์ตกัน

โยชิอิ : เรามีไอเดียตั้งชื่อคอนเสิร์ตกันได้กระฉูดมาก อย่างตอนหนึ่งเราคิดกันว่าจะใช้ชื่อ “Matsuri- and – Carnival” แต่จากนั้นไม่นานก็มีคนเสนอมาอีกว่า เอาชื่อ “Soba-and-Pasta-“ ดีไหม ตลกมาก

นิชิวากิ : ตอนที่เราเริ่มคิดชื่อกัน เราคุยกันเรื่องพิซซ่าที่มีท็อปปิ้งเป็นชีสชนิดๆ ต่างๆ 4 หน้า เรามักคุยเล่นกันว่า “เราคือทีมพิซซ่า” อะไรแบบนี้ (ชื่อกลุ่มแชทของ 9nine ล้วนมาจากช่วงเวลาที่กินพิซซ่า และคุยเรื่องสำคัญๆ ทั้งนั้น)

ซาทาเกะ : คุณนากาฮามะ (Nagahama) ผู้กำกับ THE REFLECTION ชอบเปรียบเทียบเรากับพวกนินจาเต่าตลอดเลยนะ แล้วเราก็เหมือนอาหารโปรดของพวกเขาคือ พิซซ่าด้วยแหละ

นิชิวากิ : มันยากมากที่จะเลือกเพียงชื่อเดียวจากไอเดียทั้งหมด ดังนั้นกว่าเราจะติดสินใจกันได้ ก็เลยตั้งตีสอง


เพื่อที่จะทำให้การแสดงเปล่งแสงประกายออกมาได้จากภายใน สมาชิกทุกคนเตรียมตัว เพ่งสมาธิไปยังวันจัดคอนเสิร์ต

 

Quattro Formaggi เป็นคอนเสิร์ตแบบไหน?

นิชิวากิ : เราอยากแสดงให้เห็นว่าพวกเราเติบโตขึ้นมากแค่ไหนในฐานะ 9nine ปี 2017 เราได้มีประสบการณ์บางอย่างที่มีเอกลักษณ์และพิเศษมาก ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพบเจอมานี่แหละ เป็นบทเรียนที่เราอยากทำมาใส่ไว้ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ เราอยากเห็นว่าพวกเราเองได้เติบโตขึ้นมากแค่ไหน

พูดตามตรงว่า เราเองก็ยังต้องฝ่าฟันและพยายามอยู่ ตอนที่เราพูดว่า เราใส่ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วในการแสดงครั้งนี้ คนก็จะคาดหวังในตัวพวกเรามาก ซึ่งอันที่จริงเราเองก็ยังมีหลายอย่างที่ต้องทำต่อไป แต่ยังไงก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราได้พบเจอผู้คน ได้มีประสบการณ์มากมาย และเราก็เปลี่ยนไปมาก ดังนั้นในคอนเสิร์ตครั้งนี้ เราอยากทำให้แฟนๆ เห็น และบอกตัวเองให้เข้าใจว่า เราโตขึ้นแล้วจริงๆ

เพื่อจะทำอย่างเต็มที่ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ เราจะทำทุกอย่าง ไม่ว่าอะไรก็ตาม จนกว่าจะถึงวันแสดง โดยปกติแล้วบนเวทีพวกเราจะลงรายละเอียดกันมาก ไม่ว่าจะเรื่องธีม หรือเอฟเฟกต์บนเวที แต่ในครั้งนี้ มันจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า

9nine-official-AS-201712-03

โยชิอิ : เราอยากส่งมอบความรู้สึกของเราผ่านทางการแสดง มากกว่าแค่การมาใส่เสื้อผ้าสวยๆ โชว์บนเวทีเท่านั้น เปรียบเทียบกับคอนเสิร์ตปีใหม่แล้ว เอฟเฟกต์บนเวทีรอบนี้ดูจะเรียบง่ายขึ้น เพราะเราอยากให้การแสดงของเราเปล่งแสงประกายออกมาจากความรู้สึกภายใน เหมือนกับที่วางแผนกันไว้ว่า เราอยากวาดความรู้สึกให้เป็นรูปเป็นร่างส่งไปถึงทุกคน และหวังว่ามันจะปะทุออกมาในคอนเสิร์ตค่ะ

มุราตะ : ตัวคอนเสิร์ตเองเรียบง่ายมาก ในทางที่ดีนะคะ ฉันคิดว่าคอนเสิร์ตปีใหม่ และคอนเสิร์ตที่นากาโน่ ซัน พลาซ่านั้นมีสีสันมาก แต่ครั้งนี้มันต่างกัน มันเป็นสีสันของความเรียบง่าย เหมือนสัมผัสของอากาศ อุณหภูมิของผู้ชม ดังนั้นจึงจินตนาการได้ยากว่าจะออกมาแบบไหน คอนเสิร์ตครั้งอื่นๆ เราทำโดยอิงกับสิ่งที่เราอยากทำ มันจึงง่ายที่จะนึกภาพตาม แต่คอนเสิร์ตครั้งนี้จะออกมาแบบไหนนั้น ขึ้นกับทักษะและการแสดงของพวกเราล้วนๆ เลย


นับจากเรื่องเอฟเฟกต์บนเวที การจัดวางเสียง การผลิตสินค้า การวางตำแหน่งการร้องไปจนถึงการจัดตารางเวลา 9nine ซึ่งรู้จักตัวเองมากขึ้นจะออกแบบทุกอย่าง ตัวตนของทั้ง 4 คน จะสร้างความกลมกลืนให้เวทีคอนเสิร์ตครั้งนี้

 

ส่วนไหนของคอนเสิร์ตที่คุณอยากให้แฟนๆ จับตามองมากที่สุด?

ซาทาเกะ : คุณ ABO ครู DJ ของฉัน ซึ่งเป็นคนทำเพลงในคอนเสิร์ตเราทุกๆ รอบ ครั้งนี้ฉันได้ลองแนะนำไอเดียบางอย่าง และครูก็ใส่มันลงในเพลงด้วย เราใส่ข้อความของเราลงไปในซาวด์ และทำให้เป็นซาวด์เอฟเฟกต์ ลองคิดดูสิว่า แฟนๆ จะรู้สึกแบบไหน สำหรับช่วงเต้น ฉันทำเพลงกับคุณ ABO แล้วเราก็เลือกเพลงให้เหมาะกับบุคลิกของสมาชิกแต่ละคนค่ะ อย่างแบบ เพลงนี้ต้องเหมาะกับฮิโรโระแน่ๆ หรือเสียงแบบนี้ เหมาะกับแสงแบบนั้นเลยนะ ด้วยความช่วยเหลือของคุณ ABO เราจึงสามารถใส่ลูกเล่นความพยายามบางอย่าง ที่ทำให้ทุกเพลงมีอะไรมากกว่าแค่ร้องและเต้น 

9nine-official-AS-201712-02

แสดงว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้ เราจะได้เห็นสมาชิกวงแต่ละคนแสดงในเพลงฝีมือของซาตาเกะซัง ผู้ซึ่งรู้จักสมาชิกทุกคนดีที่สุดสินะ แม้แต่เสียงก็สามารถเป็นผลงานโปรดิวซ์ของซาตาเกะซังในฐานะ DJ ได้?

นิชิวากิ : สำหรับฉันแล้วคงเป็นส่วนของการสร้างอารมณ์ร่วม ฉันอยากทำให้คนสนุกค่ะ จึงมักเป็นคนทำหน้าที่สร้างบรรยากาศเสมอ อย่างในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ช่วงท้ายๆ ถือว่ายากมากค่ะ ดังนั้นเราไม่ได้ต้องการแค่ให้แฟนๆ ตื่นเต้น แต่เราเองก็ต้องคอยกระตุ้นบรรยากาศด้วย คิดว่าช่วงเวลานี้เป็นหน้าที่ของฉันล่ะ ดังนั้นฉันจะต้องทำให้ดีที่สุด

โยชิอิ : ฉันเป็นคนชอบร้องเพลงค่ะ ดังนั้นก็เลยอยากแสดงให้เห็นอะไรพิเศษเพิ่มในช่วงเต้นด้วย

นิชิวากิ : เจ้าตัวอาจจะพูดเองยาก (หัวเราะ) แต่ความภาคภูมิใจของพวกเราก็คือ เสียงร้องที่ใสเหมือนแก้วของ Kan-chan นี่แหละ ที่จะต้องเจิดจ้า ดังนั้นด้วยการใช้เอฟเฟกต์บนเวที Kan-chan จะโบยบินได้! และนี่แหละส่วนที่ฉันโปรดิวซ์ล่ะ

โยชิอิ : เพราะสมาชิกในวงรู้จักกันและกันดี เราจึงสามารถให้คำแนะนำ และไว้วางใจกันได้ และนั่นทำให้เรารับผิดชอบในสิ่งที่ได้รับความวางใจให้ทำอย่างดีที่สุด สินค้าที่โปรดิวซ์โดย Yoshii P จะต้องมีเยอะเลย (หัวเราะ)

มุราตะ : ฉันรับผิดชอบในส่วนการเต้น ฉันจึงอยากเห็นการแสดงในแบบมุมกว้าง สิ่งที่กระทบประสาทสัมผัสทางตามากที่สุดก็คือการเต้นนี่แหละ ดังนั้นเราจึงคิดถึงวิธีที่จะเต้นร่วมกัน การจัดวางตำแหน่ง และออกแบบการแสดงที่จะทำให้ผู้ชมมีความสุขเมื่อได้มอง

ซาทาเกะ : ฮิโรโระกำกับท่าทางการเต้นของทุกคน และจัดการส่วนของเพลงจาก laptop ของเธอล่ะ

9nine-official-AS-201712-05

มุราตะ : หลังจากที่จัดตำแหน่งสมาชิกใหม่ ช่วงแรกๆ ทีมงานจะเป็นคนดูแลเรื่องของเพลง แต่บางทีก็มีปัญหาเรื่องการจับคู่เพลงกับท่าเต้นที่อาจจะไม่เข้ากัน ทำให้การแสดงโดยรวมออกมาดูไม่ดี ทีมงานจึงบอกว่าเราจะดูแลส่วนของเพลงเองก็ได้ ดังนั้นหน้าที่นี้ก็เลยตกอยู่กับฉันค่ะ

ปริมาณข้อมูลเยอะจนไม่อยากจะเชื่อ laptop ฉันมีแต่ข้อมูลเต็มไปหมด ขนาดมือถือก็ยังแบ็คอัพไม่ได้เลย ฉันเลยรู้ว่า เพลงของ 9nine มีมากกว่าที่คิด ตอนนี้ฉันก็เป็นเหมือนผู้จัดการเบื้องหลังของวงแล้วนะ (หัวเราะ) ตอนนี้ฉันจดบันทึกการประชุม และจัดการตารางเวลาสำหรับคิวซ้อมด้วย

โยชิอิ : จริงด้วย เธอมักจะพูดแบบ “วันนี้เราต้องเสร็จงานนี้แล้วนะ ดังนั้นมาทำงานนี้ให้เสร็จภายในวันนี้ดีกว่า” เราก็ต้องทำตามเธอ แบบนี้แหละ (หัวเราะ)


เสียงเรียกในคอนเสิร์ตคือ Honey! สู่การเป็นคอนเสิร์ตที่ดีที่สุด

 

หลังจากฟังมาทั้งหมด ชักอยากดูคอนเสิร์ตขึ้นมาแล้วสิ

ซาทาเกะ : เราสี่คนคือพิซซ่า แฟนๆ คือน้ำผึ้ง ทุกคนจำเป็นสำหรับคอนเสิร์ตนี้นะ

มุราตะ : คอนเซ็ปต์ยังคงเหมือนเดิมแต่เริ่มต้นไม่เคยเปลี่ยน สิ่งนี้สะท้อนมาถึงสินค้าในงานด้วย

นิชิวากิ : เรามาส่งเสียงว่า Honey ให้ทุกคนพูดว่า Honey

ในภาษาอังกฤษ คำว่า Honey หมายถึงคนสำคัญ?

ซาทาเกะ : ว้าว เยี่ยมเลย มาพูดกันเถอะ

ทุกคน : ใช่แล้ว!

นิชิวากิ : เราเพิ่งตัดสินใจ (หัวเราะ) กรุณามองไปข้างหน้า เมื่อพวกเราพูดว่า Honey แบบนี้ในคอนเสิร์ต ขอให้นึกว่า มันหมายถึงคุณนะ

ชักน่าตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว เราได้เห็นว่าทุกๆ คนน่าหลงใหลแค่ไหนทางทวีตนะ

มุราตะ : พูดตามตรง พวกเรายกระดับขึ้นไปมากเลยนะ แต่เราก็ยังต้องก้าวต่อไป

โยชิอิ : นึกถึงตัวเองหลังจากคอนเสิร์ตไม่ออกเลย ฉันจะหัวเราะหรือร้องไห้กันนะจะรู้สึกกังวล หรือโล่งใจ หรือเต็มอิ่ม อะไรจะเกิดขึ้นน้า

มุราตะ : ฉันคิดจริงๆ นะว่า ฉันต้องหมดพลังแน่ๆ จิตวิญญาณคงจะล่องลอยไป

 

ไว้ภาคสอง เรามาคุยกับสาวๆ ต่อเรื่องความดึงดูดใจของสาวๆ ผ่านทางงานเพลงที่โปรดิวซ์โดย Trevor Horn ที่ทำให้เป็นที่รู้จักไปยังต่างประเทศ และเรื่องราวของแฟนคลับ ที่คุณจะต้องรักพวกเธอ