มินิรีวิว โน้ตบุ๊ก Samsung Series 5 Ultra 13"

มินิรีวิว โน้ตบุ๊ก Samsung Series 5 Ultra 13"
Blognone

สนับสนุนเนื้อหา

มินิรีวิว โน้ตบุ๊ก Samsung Series 5 Ultra 13"

ช่วงหลังซัมซุงบุกตลาดโน้ตบุ๊กในบ้านเรามากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากโน้ตบุ๊กรุ่นถูกที่เจาะตลาดล่างแล้ว ก็มีโน้ตบุ๊กตระกูล Samsung Series ออกมาจับตลาดกลางถึงบนอย่างต่อเนื่อง

ที่เคยรีวิวไปแล้วบน Blognone ก็มี Series 9 ตัวท็อป และ Series 7 ที่เน้นความแรงอีกสักหน่อย

คราวนี้เป็นคิวของ Series 5 Ultra ซึ่งเป็น ultrabook ตัวแรกของซัมซุงครับ

Series 5 Ultra เปิดตัวในเมืองไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ (ทดลองจับ Samsung Series 5 Ultra รุ่น 13 และ 14 นิ้ว โดยคุณ Blltz) ตัวที่ผมได้มารีวิวเป็นรุ่น 13.3" ราคาอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 30,900 บาท

สเปกเบื้องต้นของรุ่นนี้คือ

  • หน้าจอ 13.3" 1366x768 กันสะท้อน
  • Core i5-2467M 1.6GHz
  • RAM 4GB
  • ฮาร์ดดิสก์ 500GB โหมดไฮบริด ทำงานร่วมกับ SSD Cache 16GB
  • การ์ดจอ Intel HD 3000
  • หนัก 1.42 กิโลกรัม

สำหรับรุ่น 14" จะได้จอใหญ่ขึ้น, การ์ดจอ Radeon, เพิ่มฮาร์ดดิสก์เป็น 1TB, ไดรฟ์ดีวีดี อย่างอื่นเหมือนกันหมด

ดีไซน์ภายนอก

ถ้า Samsung Series 7 ถูกเปรียบเทียบว่าหน้าตาเหมือน MacBook Pro ตัว Series 5 นี้คงหนีไม่พ้นการเทียบกับ MacBook Air แน่ๆ (คือมันมีส่วนที่ต่างไปบ้าง แต่โดยรวมเหมือนมาก สุดท้ายคงมี Series 9 ที่ดูแตกต่างมากที่สุด)


ขนาดของตัวเครื่องถือว่าค่อนข้างบางเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กสายนี้ (ดูจากรูปมันจะไม่ค่อยบางเท่าไรนะครับ แต่ลองจับแล้วบางจริง)

พอร์ตเชื่อมต่อด้านซ้ายมือก็มีสายชาร์จ, ช่องเสียบสายแลน (บานพับเปิดได้), USB 3.0 สีฟ้า, HDMI, ไมโครโฟน-หูฟัง, Micro USB สำหรับต่อจอนอก VGA (มีหัวแปลงมาให้ในชุด)

ด้านขวามือจะมีพอร์ตน้อยกว่าหน่อย คือ USB 2.0 สองพอร์ต และช่องเสียบ SD ที่มีตัวปิดช่องมาให้

หัวแปลง Micro USB เป็น VGA มีมาให้ในกล่อง ใช้งานได้โอเคไม่มีปัญหา อาจจะแลกกับความไม่สะดวกสบายอยู่บ้างเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กที่มี VGA ในตัว แต่ได้ความบางกลับคืนมาแทน


เท่าที่มีข้อมูลการดีไซน์ ฝาหลังและที่รองมือจะเป็นอลูมิเนียม จุดที่ผมติคือน้ำหนักที่ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับหน้าตา ยกด้วยมือเดียวแล้วจะรู้สึกหนัก ตอนถือเดินไปมารู้สึกว่าหนักกว่าที่ควรจะเป็นพอสมควรสำหรับโน้ตบุ๊กสาย mobility (คือบางจริงแต่หนักเกินควร)

คีย์บอร์ดและทัชแพด

คีย์บอร์ดเป็นปุ่มแบบชิคเล็ตตามสมัยนิยม ปุ่มค่อนข้างตื้นกดแล้วอาจจะเมื่อยมืออยู่บ้าง แต่โดยรวมก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาอะไรจุกจิกมากนัก

ข้อด้อยของคีย์บอร์ดเท่าที่ลองใช้มา (บทความรีวิวตอนนี้ก็เขียนบน Samsung Series 5)

  • ปุ่มลูกศรเล็กเกินไปจนกดยาก ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องทำเลียนแบบแอปเปิล ทั้งที่มีเนื้อที่ให้วางอีกมาก
  • ไม่มีปุ่ม Home/End แยก (ต้องกด Fn+ลูกศร) คนพิมพ์ข้อความเยอะๆ จะหงุดหงิดครับ
  • ปุ่ม Function ค่อนข้างเล็ก กดแล้วไม่ค่อยแม่น จากภาพจะเห็นว่าเนื้อที่ข้างบนมีอีกเยอะเลย

ลำโพงวางอยู่เหนือคีย์บอร์ด เสียงกระหึ่มดังดีมาก ถือเป็นโน้ตบุ๊กที่เสียงดังตัวหนึ่งเท่าที่เคยลองมา ดีกว่าพวกที่เอาลำโพงไปซ่อนไว้ใต้เครื่องหรือใต้คีย์บอร์ดมาก

ทัชแพดออกแบบสวนกระแสนิยมคือยังมีปุ่มแยกอยู่ (ซึ่งดีมาก) ไม่สามารถคลิกลงไปทั้งอันได้ โดยรวมใช้งานได้ดี ต่างไปจาก Series 7 ที่ทัชแพดห่วยแตกมาก


ไฟ LED indicator อยู่ตรงมุมซ้ายล่าง ขอบที่รองมือ การออกแบบนี้อาจดูยากไปสักหน่อยเพราะบางทีมือเราบังครับ


ข้อติอีกอย่างของโน้ตบุ๊กทรงแหลมๆ แบบนี้คือ ขอบล่างที่ออกแบบให้แหลมเพื่อให้ดูบางมันจะคม วางมือแล้วไม่สบายเท่ากับโน้ตบุ๊กขอบหนาๆ

เอ้อ คีย์บอร์ดของตัวนี้จะไม่มี backlight เหมือนกับ Series 7 นะครับ

จอภาพ

อย่างแรกคือจอภาพสว่างมากถ้าเปิดสุด 8 ขีด (ตามสเปกบอก 300 nit) ในการใช้งานปกติผมใช้ 6 ขีดในห้องสว่าง และ 5 ขีดในห้องมืดครับ

จอเป็น anti-glare ลดแสงสะท้อนได้สมราคาคุย (จอกระจกควรหมดไปจากโลกได้แล้ว!) แต่ที่เป็นปัญหาแบบไม่คาดคิดคือระยะระหว่างจอภาพกับคีย์บอร์ด เวลาพับหน้าจอมันติดกันเกินไป ทำให้รอยคีย์บอร์ดเปื้อนบนจอได้ง่ายมากๆ)

ส่วนปัญหาอีกอย่างคือบานพับหน้าจอกางได้ไม่เยอะนัก ทำให้การใช้งานบางท่าอาจไม่ค่อยสะดวก (เช่น วางตักแล้วงอเข่า) เพราะระดับการเอียงของจอจะไม่พอดีกับสายตา

 

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย: mk

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด