Hardware Review: The new iPad

Hardware Review: The new iPad
Thaimacupdate

สนับสนุนเนื้อหา

Hardware Review: The New iPad(iPad 3)

มีโอกาสได้รับ The New iPad(iPad 3) มาลองใช้อยู่พักใหญ่ๆ จนสามารถรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงและอะไรหลายๆ อย่างที่เปลี่ยนไป ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องเอามารีวิวกันให้ดูกันตามปรกติและก็เช่นเคยที่การรีวิว ของเราจะเน้นการใช้งานจริงไม่เน้นสเปกหรือรายละเอียดปลีกย่อย (ที่สามารถหาอ่านจากเว็บ apple.com ได้) เอาเป็นว่ามาดูกันเลยดีกว่าว่า The new iPad นั้นจะเจ๋งจริงตามที่ต่างประเทศเค้าเห่อกันรึเปล่า

แรกเริ่มต้องแกะกล่อง

DSC_3128

สำหรับตัวกล่องภายนอกของ The New iPad(iPad 3) นั้นก็อย่างที่หลายๆ คนเห็นกันมาแล้วว่าไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมมากนัก จะมีก็แค่รูป iPad ด้านหน้าที่ Wallpaper เป็นสีใหม่แค่นั้น นอกนั้นเหมือนเดิม เรียกว่าถ้าวางกล่องตั้งๆ กันปนกับ iPad 2 นี่แยกกันไม่ออกหากันไม่เจอเลยทีเดียว โดยตัวเครื่องที่นำมารีวิวให้ดูกันนั้นเป็นเครื่องจากสิงคโปรทำให้ได้หัว ปลั๊กแปลกประหลาดมาซึ่งก็ต้องไปหาตัวแปลงหรือหาหัวต่อสำหรับใช้ในไทยกันเอา เอง

DSC_3135

หนักขึ้นแบบรู้สึกได้

DSC_3139

ใครจะไปคิดว่า iPad 2 ที่ Apple อุตส่าห์ทำให้มีน้ำหนักเบาลงไปกว่า iPad รุ่นแรกเกือบร้อยกรัม จะต้องมาถูกบวกน้ำหนักเพิ่มเข้าไปจนทำให้ The new iPad หนักขึ้นจนผมสามารถรู้สึกได้ทันทีหลังจากถือเป็นครั้งแรก ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะการที่ผมเป็นคนที่ iPad 2 ต้องผ่านมือตลอดเวลา (ด้วยหน้าที่การงาน) ทำให้คุ้นมือกับน้ำหนักของ iPad 2 ซึ่งพอลองได้ถือ The New iPad(iPad 3) ก็รู้สึกได้เลยจริงๆ ว่ามันหนักขึ้น จากเดิมที่เป็นคนผอมแห้งแรงน้อยอยู่แล้วทำให้ถือ iPad 2 ด้วยมือเดียวก็จะเกร็งๆ หน่อย พอมาเป็น The New iPad(iPad 3) ก็เกร็งหนักขึ้นไปอีกทำให้ผมต้องกลับไปถือเครื่องแบบสองมืออีกครั้งจึงจะทำ อะไรได้ถนัดกว่า

DSC_3141

ดังนั้นในเรื่องของน้ำหนักผมสรุปได้เลยว่างานนี้บรรดาผู้หญิงที่ผอมแห้ง แรงน้อย (รวมถึงผู้ชายบางๆ แบบผมด้วย) อาจจะต้องมีเกร็งมือกันหน่อยสำหรับการถือ The New iPad(iPad 3) ในการใช้งานทั่วไป หากจะให้เห็นภาพก็คิดซะว่ากำลังลองเล่น iPad รุ่นแรกอยู่ซึ่งน้ำหนักก็จะประมาณนั้นใกล้ๆ กัน แต่ที่พูดมาทั้งหมดจะมีผลแค่ตอนถือใช้งานจริงเท่านั้น แต่ตอนถือเดินไปมาหรือพกพาใส่กระเป๋านี่แทบไม่รู้สึกถึงความต่างซักเท่าไหร่

iPad ที่ไม่มีใครสนใจ(จะมอง)

การเปิดตัว The New iPad(iPad 3) ด้วยหน้าตาแบบเดิมอาจจะมีข้อดีตรงที่ Apple ไม่ต้องออกแบบใหม่ เพราะของเดิมของสวยอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปคือเอกลักษณ์ของความโดดเด่นในสินค้าใหม่ ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนตอน iPhone 3GS เปลี่ยนไปเป็น iPhone 4 เราจะเห็นว่าบรรดาผู้ที่ครอบครอง iPhone 4 เป็นคนแรกๆ ช่างดูเท่ห์และทันสมัย (อย่างน้อยก็ในความคิดของผมในตอนนั้นน่ะนะ) แต่ช่วงเปิดตัว iPhone 4S เราก็ได้รู้ถึงสถานการณ์ที่ว่าใครๆ ก็มี iPhone 4 และไม่มีใครสนใจว่าคุณจะถือ iPhone 4 หรือ iPhone 4S

DSC_3142

การใช้งาน The New iPad(iPad 3) ก็มีส่วนคล้ายกัน คือแทบไม่มีใครรู้ว่าที่ถืออยู่นั้นเป็น The new iPad ถ้าไม่มามองหน้าจอ ดังนั้นทำให้พอคิดไปเองได้ว่าการซื้อ The new iPad มาใช้นั้นไม่น่าจะมีเรื่องของภาพลักษณ์หรือความเท่ห์อะไรทำนองนั้นมาเกี่ยว ข้องด้วยแล้ว ซึ่งคนที่ต้องการจะซื้อก็น่าจะมองที่การใช้งานเป็นหลักมากกว่าว่าคุณต้องการ ใช้จริงๆ มั้ยหรืออยากแค่จะมีใว้ทำเท่ห์? ซึ่งถ้าเป้นอย่างหลังคราวนี้ต้องบอกแล้วว่าไม่เวิร์ค!

หน้าจอ Retina Display ทำให้อึ้งได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

จุดขายที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างของ The New iPad(iPad 3) ก็คือ Retina Display ซึ่งต้องบอกเลยว่าความรู้สึกตอนจับ iPhone 4 ใหม่ๆ ได้กลับมาอีกครั้ง เพราะภาพต่างๆ ที่อยู่บนจอของ The new iPad นั้นชัดจริงอะไรจริงจนผมต้องหาเรื่องเอารูปขนาดใหญ่ๆ ที่มีอยู่บนเครื่อง Mac มา Import ลงไปใน The New iPad(iPad 3) เพื่อชื่นชมความสวยงามของหน้าจอความละเอียดสูงตัวนี้

settings

camera

บรรดาไอคอน App ต่างๆ ก็ดูคมชัดและสวยงามมาก ซึ่งหากเทียบกับ iPad 2 ก็จะได้ออกมาตามภาพข้างต้น หรือแม้แต่พวกภาพ Wallpaper ที่ Apple ให้มาในเครื่องก็เป็นเวอร์ชั่น Retina Display ซึ่งคมกริบกว่าเดิมมาก เรียกว่าแค่เปลี่ยน Wallpaper เล่นก็เพลินแล้ว (ขนาดนั้นแหละ!)

calendar

จุดเด่นที่สุดที่ผมรู้สึกได้จากการใช้งาน Retina Display คงหนีไม่พ้นการอ่านพวกตัวหนังสือต่างๆ เพราะแทบจะไม่ต่างกับการเปิดนิตยสารที่เป็นสิ่งพิมพ์จริงๆ ขึ้นมาอ่านเพราะตัวหนังสือคมชัดมาก ซึ่งทำให้พวกเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีการอัดตัวหนังสือเข้าไปเยอะๆ (เช่น sanook.com) อ่านง่ายขึ้นอีกเยอะมาก แต่การที่เป็น Retina Display ก็จะทำให้เรารู้สึกว่าภาพประกอบต่างๆ บนเว็บดูแตกและไม่ละเอียดทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเป็นที่ตัวหนังสือมันชัดเกินไปซึ่งตรงนี้ถ้าเป็นเว็บไซต์ทั่วไปคิดว่า ยังไงก็คงหนีปัญหานี้ไม่พ้นแน่ๆ ซึ่งก็ต้องอาศัยความเคยชินกันหน่อย

text

สังเกตว่า Text (สีขาวพื้นดำจะคม) แต่ภาพด้านบนและด้านล่างจะแตก ที่ขนาดจริง 100%

 

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด