Facebook ยื่นเอกสารเตรียมเข้าตลาดหุ้นแล้ว - 2011 มีกำไร 1 พันล้านดอลลาร์

Facebook ยื่นเอกสารเตรียมเข้าตลาดหุ้นแล้ว - 2011 มีกำไร 1 พันล้านดอลลาร์
Blognone

สนับสนุนเนื้อหา

Facebook ยื่นเอกสารเตรียมเข้าตลาดหุ้นแล้ว - 2011 มีกำไร 1 พันล้านดอลลาร์

ในที่สุด Facebook ก็ยื่นเอกสาร Form S-1 กับกลต. สหรัฐเพื่อเตรียมการจดทะเบียนบริษัทเพื่อซื้อขายในตลาดหุ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตรงตามข่าวลือก่อนหน้านี้ โดยในเอกสารระบุว่า Facebook ต้องการเพิ่มทุน 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการระดมทุนมูลค่าสูงที่สุดในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี ถ้าเทียบกับกูเกิลแล้วตอนเข้าตลาดหุ้นในปี 2004 นั้นมีการเพิ่มทุน 1.9 พันล้านดอลลาร์

ในการนี้ซีอีโอ Mark Zuckerberg ได้ทำจดหมายชี้แจงกับผู้ถือหุ้นปัจจุบันระบุว่าหลังจากนี้ Facebook จะยังให้ความสำคัญกับการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การสนใจแต่รายได้และกำไรอย่างเดียว เขายังกล่าวว่าที่ Facebook นั้น วัฒนธรรมองค์กรคือการอยู่กันอย่างแฮกเกอร์ กล่าวคือทุกคนจะพยายามค้นหาช่องโหว่และเข้าไปแก้ไขมันให้เร็วที่สุด การนำเสนอความคิดแล้วชี้ชวนคนอื่นไม่มีประโยชน์เท่ากับการคิดออกมาแล้ว พิสูจน์ด้วยการทำให้ทุกคนเห็นนั่นคือสิ่งที่คนใน Facebook ทำกัน

Facebook จะใช้ตัวย่อในการซื้อขายคือ FB มี Morgan Stanley เป็นวาณิชธนกิจหลักในการจำหน่ายหุ้น ทั้งนี้ Facebook ยังไม่มีการประกาศออกแต่อย่างใดว่าจะจำหน่ายหุ้นเพิ่มทั้งหมดกี่หุ้น ทำให้ยังไม่สามารถคาดการณ์ราคาต่อหุ้นได้ รวมทั้งเอกสารยังไม่ระบุว่าจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาด NYSE หรือตลาด NASDAQ

ในเอกสาร S-1 ซึ่งต้องเปิดเผยข้อมูลผลประกอบการนั้นมีความน่าสนใจหลายอย่างเกี่ยวกับ Facebook ครับ

  • ปี 2011 Facebook มีรายได้ 3.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเทียบกับปี 2010 และห้าเท่าเทียบกับ 2009
  • กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 65% เป็น 1 พันล้านดอลลาร์ แต่ถ้าเทียบกับ 2009 เพิ่มขึ้นสี่เท่า
  • มีผู้เข้าชมเป็นประจำต่อเดือน 845 ล้านบัญชี และเป็นผู้ใช้งานทุกวัน 483 ล้านบัญชี
  • มีการกด Like และแสดงความเห็น 2.7 พันล้านครั้งต่อวัน
  • มีรูปถูกอัพโหลดขึ้นไปวันละ 250 ล้านรูป
  • รายได้ 85% มาจากโฆษณา ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่น้อยลงเมื่อเทียบกับปี 2010 ที่คิดเป็น 95%
  • รายได้ส่วนใหม่ที่มีการเติบโตมากขึ้นคือการขายไอเท็มในเกม และ Facebook มองว่ายังมีโอกาสเติบโตอีกมาก
  • ซีอีโอ Zuckerberg ถือหุ้นอยู่ 28%
  • ซีโอโอ Sheryl Sandberg มีหุ้นอยู่ไม่ถึง 1%

ที่มา: Forbes และ WSJ

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
โดยคุณ

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด