Samsung Series 7 Chronos NP700Z4A [โน๊ตบุ๊คที่จอใหญ่กว่าตัว]

Samsung Series 7 Chronos NP700Z4A [โน๊ตบุ๊คที่จอใหญ่กว่าตัว]
notebookspec

สนับสนุนเนื้อหา

กลับมากับการรีวิวโน๊ตบุ๊คของ Notebookspec เราอีกเช่นเคย คราวนี้เรามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการรีวิวไปเล็กน้อย เรียกว่าเปลี่ยนรับศักราชใหม่เลยก็ว่าได้ โดยจะเริ่มจากโน๊ตบุ๊คที่ชื่อสุดเท่อย่าง Samsung Series 7 Chronos หรือที่มีรหัสโมเดลว่า NP700Z4A จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างเราไปดูกันเลย

รูปโฉมแรกเริ่มที่เห็น ต้องขอบอกว่าดูดีทีเดียว ไล่มาจากฝาหลัง เข้ามาบอดี้ภายใน รวมไปถึงด้านข้าง ด้านหน้า ด้านล่าง นับว่า Samsung เก็บงานมาได้ดีทีเดียวกับ Samsung Series 7 เครื่องนี้ โดยจุดเด่นที่เด่นที่สุดก็คือจอที่ให้มา เพราะมันเป็นจอด้านขนาด 15 นิ้ว ทั้งๆ ที่ตัวเครื่องมีขนาด 14 นิ้วเท่านั้น ดังจะสังเกตได้จากขอบจอที่เล็กกว่าตามเครื่องรุ่นอื่นๆทั่วไป ทำให้สามารถใส่จอที่ใหญ่ขึ้นได้ ส่วนบอดี้โดยรวมนั้น จัดได้ว่าอยู่ในกลุ่มของโน๊ตบุ๊ค Premium ได้เลย เนื่องด้วยดูดีทั้งดีไซน์และประโยชน์ในการใช้งานที่ครบครัน พอร์ตเชื่อมต่อก็ให้มาพอดีใช้งาน อีกทั้งระบบภายในก็ช่วยอำนวยความสะดวกเต็มที่ อย่างเช่นระบบ Express Cache ที่เข้ามาช่วยให้การเปิดใช้งานโปรแกรมเร็วขึ้น รวมไปถึงเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถใช้งานแบตได้ยาวนานขึ้น นอกจากนี้ยังมี Battery Life Extender ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้อยู่กับเราได้นานยิ่งขึ้นอีกต่างหาก เรียกได้ว่าครบถ้วนทีเดียวสำหรับ Samsung Series 7 เครื่องนี้

แต่เนื่องด้วยดีไซน์ที่อาจจะดูคลับคล้ายคลับคลาซักเล็กน้อย ก็ต้องบอกว่า Samsung น่าจะได้แรงบันดาลใจมาไม่มากก็น้อย ซึ่ง Samsung ก็นำเอาข้อดีของการดีไซน์เหล่านั้นมาปรับใช้กับ Samsung Series 7 ของตนได้ดี ทำให้มันกลายเป็นคู่ชกที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับเจ้าของดีไซน์ได้เลย แต่ก็แน่นอนว่ามันย่อมมีจุดที่ต่างด้วยเช่นกัน ซึ่งเราจะได้เห็นจากในรีวิวนี้ละครับ เชิญติดตามต่อได้เลย

imageimage

 

 

*** สเปกของเครื่องทดสอบไม่ตรงกับสเปกที่ขายจริงนะครับ ***

สเปกของ Samsung Series 7 นี้จัดได้ว่าอยู่ในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คแรงเครื่องหนึ่งเลยทีเดียว เริ่มด้วย CPU ที่เป็น Intel Core i5-2430M (ใน เครื่องทดสอบจะเป็น i5-2520M ซึ่งแรงกว่าเครื่องที่ขายนิดหน่อย) ซึ่งก็แรงเกินพอสำหรับใช้งานทั่วไป จะใช้เล่นเกมก็ยังได้ไม่มีปัญหา เรียกได้ว่าเป็น CPU ที่คุ้มค่าตัวหนึ่ง ถัดมาเป็นการ์ดจอที่ Samsung ใส่การ์ดจอระดับค่อนข้างสูงอย่าง AMD Radeon HD 6750M มา ให้เลย ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องเกม เจ้านี่รับมือได้อยู่แล้ว อาจจะปรับได้โดยรวมอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูง แรมของเครื่องก็ให้มาเป็น DDR3 8 GB เกิน พอสำหรับทำงานปกติไปเลย โดยตัวเครื่องจะมีช่องใส่แรมแค่สล็อตเดียว เพราะตัวบอร์ดจะมีแรมติดตั้งมาให้อยู่แล้ว 4 GB (ไม่แน่ชัดว่าแรมฝังมาบนบอร์ดหรือซ่อนอีกแผงหนึ่งไว้) แหล่งเก็บข้อมูลอย่าง HDD ก็ให้มาเป็น 750 GB 7200 RPM เลยทีเดียว  จุดเด่นที่สุดของสเปกก็คือจอที่ให้มาเป็น จอด้าน 15 นิ้ว ความละเอียด 1600 x 900 พร้อมความสว่างสูงสุดถึง 300 nit ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Samsung อยู่แล้ว เรียกว่าจัดเต็มจริงๆกับเรื่องจอ

นอกจากนี้ยังให้พอร์ต USB 3.0 มาถึง 2 พอร์ตเลย จากที่ในเครื่องปกติมักจะให้มาแค่พอร์ตเดียวเท่านั้น น้ำหนักของตัวเครื่องอยู่ที่ 2.15 Kg เรียกได้ว่าพอๆกับโน๊ตบุ๊คจอ 14 นิ้วทั่วไป สุดท้ายก็ปิดด้วยราคา 41,500 บาท ถ้าดูจากสเปกที่ได้แล้ว ก็จัดได้ว่าคุ้มใช่เล่นเลยทีเดียว สำหรับคนที่อยากใช้ Windows และต้องการเล่นเกม แต่ก็ต้องการเครื่องที่ดู Premium กว่าเครื่องทั่วไป

imageimage

 

 

มาดูบอดี้กันบ้างว่า Samsung Series 7 เครื่องนี้จะเป็นอย่างไร

เริ่มกันจากฝาหลัง วัสดุที่ใช้เป็นอะลูมิเนียมขัดลายสีเทา ดูหรูหราสะดุดตา มีตรา Samsung ตอกติดมาทางด้านซ้ายของฝา ความแข็งแรงของฝานั้นดีเยี่ยมทีเดียว

ไล่ลงมาตั้งแต่จอ โดยขอบบนของจอจะมีแถบยางยาวไปตลอดแนว เพื่อช่วยซับแรงกระแทกเวลาที่ปิดฝาจออยู่ ถือว่าดีทีเดียวที่ใช้แถบยางยาวเป็นแนวเช่นนี้ ลงมานิดก็จะเป็นกล้องเว็บแคมความละเอียด 1.3 MP ความคมชัดก็อยู่ในระดับกลางๆของกล้องโน๊ตบุ๊ค ส่วนจอนั้นก็อย่างที่ได้กล่าวถึงไปแล้วคือมีขนาด 15 นิ้ว ความละเอียด 1600 x 900 ประกอบกับความที่เป็นจอด้าน ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสบายตา เวลาทำงานก็สบายใจ เพราะพื้นที่ของจอที่เพิ่มมากขึ้น จะเปิด browser เปิดเอกสารพิมพ์งานไปพร้อมกันก็สะดวกเป็นอย่างยิ่ง ส่วนบอดี้ภายในนั้นจะเป็นพลาสติกแทบทั้งหมด จะมีก็แต่แผงที่ต่างระดับลงไปตรงบริเวณ keyboard เท่านั้นที่เป็นอะลูมิเนียม ทั้งนี้ก็เพื่อการระบายความร้อนที่ดีของภายในตัวเครื่อง

บานพับจอของ Samsung Series 7 นั้นทำออกมาได้ดี สามารถเปิดจอขึ้นมาโดยใช้มือเดียวได้อย่างไม่มีปัญหา

keyboard ของ Samsung Series 7 นั้นมาในแบบของ chiclet สามารถพิมพ์ได้ง่าย ขนาดของปุ่มกำลังพอดี จะมีก็แต่ปุ่มลูกศรทั้ง 4 เท่านั้นที่ดูจะเล็กไปซักหน่อย ส่วนตัวอักษรภาษาไทยนั้นในรุ่นขายจริงรับรองว่ามีมาด้วยอย่างแน่นอน และส่วนที่เด่นอีกจุดหนึ่งก็คือมันมีไฟ Backlit ที่แต่ละปุ่มให้ด้วย ซึ่งสามารถควบคุมว่าจะเปิดหรือปิด และปรับระดับความสว่างได้ด้วยปุ่ม fn+F9 เพื่อลดความสว่าง และ fn+F10 เพื่อเพิ่มความสว่าง นอกจากนี้ยังมีปุ่ม Fn Lock มาให้ด้วย หน้าที่ของมันก็คือปิดการทำงานของปุ่ม fn เหมาะสำหรับคนที่ต้องปรับการใช้งานพวกปรับความสว่างจอ, ความสว่างไฟ Backlit หรือปรับเสียงบ่อยๆ เพราะมันจะทำให้เราไม่ต้องกดปุ่ม fn ในขณะที่ต้องกดปุ่มบรรดา F1 – F12 ทั้งหลายไปพร้อมๆกัน

ความรู้สึกที่ได้จากการใช้งาน : สัมผัสที่ได้จากการ พิมพ์จัดได้ว่าน่าพอใจ ปุ่มกดง่าย มีเสียงขณะกดน้อยมาก ไฟสว่างดี ใช้งานในที่มืด ถ้าปรับความสว่างสูงสุดรับรองว่าแยงตาแน่นอน

เทียบแสงสว่างกันระหว่างปิดไฟ (ซ้าย) และเปิดไฟ (ขวา) สังเกตจากไฟใต้ปุ่มเอานะครับ

เหนือ keyboard ขึ้นไปนิดนึงจะมีช่องระบายความร้อนของเครื่องอยู่ตรงกลาง ส่วนที่ขนาบ 2 ข้างซ้ายขวานั้นเป็นช่องลำโพงครับ

ความรู้สึกที่ได้จากการใช้งาน : เสียงที่ได้จากลำโพงมี ความขุ่นๆเล็กน้อย ไม่ใสเหมือนกับบางรุ่นในบางแบรนด์ที่ได้รับการการันตีมาทั้งหลาย โทนเสียงต่ำก็พอโอเคอยู่ การแยกชิ้นเครื่องดนตรียังทำได้ไม่เด็ดขาดนัก ความดังของเสียงก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ

สวิตช์เปิด/ปิดเครื่องจะเป็นแท่งอะลูมิเนียมโผล่ขึ้นมาจากบอดี้เครื่อง ซึ่งอยู่ทางมุมขวาบนของ keyboard ดูมีสไตล์ในแบบของ Samsung ใกล้ๆกันนั้นมีปุ่มดีดแผ่น DVD ออก ซึ่งใช้เป็นปุ่มเดียวกับปุ่ม Delete ซึ่งถ้าไม่ได้ใช้งาน Fn lock ผู้ใช้ก็จะต้องกดปุ่ม fn+Delete แผ่นถึงจะถูกดีดออกมา ส่วนมุมขวาล่างของ keyboard ก็เป็นตำแหน่งประจำของสติ๊กเกอร์ ซึ่งน่าแปลกใจว่าทำไมถึงใช้สติ๊กเกอร์ ATi มา ทั้งที่น่าจะเป็น AMD ได้แล้ว แต่การ์ดจอข้างในของแท้ไม่มีย้อมแมวแน่นอนจ้า

ทัชแพดที่ใช้เป็นแบบรองรับการใช้งานแบบมัลติทัช ลักษณะเป็นแผ่นเดียว โดยตัวแผ่นจะทำหน้าที่เป็นปุ่มคลิกซ้าย/ขวาในตำแหน่งเดียวกันกับทัชแพดปกติ ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป

ความรู้สึกที่ได้จากการใช้งาน : ใช้งานลำบากไปนิดเพราะถ้าจะคลิกขวาต้องกดปุ่มลงไป ไม่สามารถใช้การแท็บด้วย 2 หรือ 3 นิ้วเพื่อคลิกขวาได้ ความแม่นยำอยู่ในระดับที่ดี

ด้านหน้าของตัวเครื่องมีจุดสำคัญคือช่อง Card reader ที่อยู่ทางฝั่งซ้าย ส่วนตรงกลางเครื่องจะมีการทำเป็นร่องไว้สำหรับใช้นิ้วดันจอขึ้นมา ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานได้ดีทีเดียว

ฝั่งขวาก็จะมีพอร์ต USB 2.0 และช่อง DVD Writer แบบ slot-loading

ฝั่งซ้ายจะมีช่อง Kensington Lock, ช่องเสียบสาย adapter, HDMI, LAN, USB 3.0 ที่จัดมาให้ 2 พอร์ตเต็มๆ, DisplayPort ก็มีแบบ mini มาให้ ปิดท้ายด้วยช่องเสียบหูฟังและไมค์ที่รวมมาเป็นช่องเดียวกัน

ส่วนด้านหลังไม่มีพอร์ตใดๆเลย แม้กระทั่งช่องระบายความร้อนก็ไม่เห็นเช่นกัน

พลิกมาดูที่ด้านล่างของเครื่อง จะเห็นว่าไม่มีฝาเปิดเพื่อเข้าไปดูภายในเลย มีก็แต่ฝาเปิดช่องใส่แรมเท่านั้น ทำให้เราสามารถอัพเกรดด้วยตนเองได้แค่แรม ส่วน HDD นั้นคงต้องส่งศูนย์ละครับถ้าจะทำการอัพเกรดเครื่อง ส่วนเรื่องของช่องระบายความร้อนนั้น จัดได้ว่าไม่เยอะมากนัก แต่แต่ละช่องก็ค่อนข้างยาวพอสมควร ดังนั้นน่าจะไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนมากนัก

ที่ด้านล่างของตัวเครื่องใช่ว่าจะเรียบจนไม่มีอะไรนะครับ เพราะมันยังมีรายละเอียดซ่อนอยู่ อย่างในภาพซ้ายจะเห็นมีช่องเล็กๆอยู่ ช่องนี้มีไว้สำหรับตัดไฟจากสายชาร์จเข้ายังแบตแบบฉุกเฉิน ส่วนรูปมุมขวาล่าง ช่องตะแกรงที่เห็นนั้นเป็นช่องสำหรับ subwoofer ที่ซ่อนอยู่ในตัวเครื่อง ซึ่งถ้าให้ประเมินจากความหนาของเครื่องแล้ว คาดว่า subwoofer น่าจะมีขนาดได้ไม่ใหญ่มากนัก

adapter ของ Samsung Series 7 นี้มีขนาดที่ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับของหลายรุ่นๆใหญ่ที่เคยเห็นมา อีกทั้งยังเบา ทำให้พกพาได้ง่าย

ลองทดสอบจอความสว่างสูงสุดกลางแจ้งแบบแดดแรงสุดๆดู พบว่าพอสู้แสงได้บ้าง แต่ข้อดีที่เหนือกว่าจอกระจกอย่างชัดเจนคือมันไม่มีแสงสะท้อนจากจอออกมาแยง ตาผู้ใช้เลย

พอขยับเข้ามาใช้งานในที่ร่มลงมานิดหนึ่ง แต่แสงยังค่อนข้างมากอยู่ จะเห็นได้ว่าสามารถมองภาพในจอได้ค่อนข้างชัดเจน ส่วนถ้าทำงานเอกสารที่หน้าจอเป็นสีขาวนี่ไม่ต้องห่วงเลยครับ ทำงานได้สบายๆ

หน้าต่อไปเชิญพบกับผลเทสของ Samsung Series 7 กันเลยครับ

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด