การเดินทางไม่สิ้นสุด ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ

การเดินทางไม่สิ้นสุด ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

การเดินทางไม่สิ้นสุด ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ

     นั่นคือนิยามสั้นๆที่ผมคัดลอกมาจากคนอื่นและยึดถือไว้ในใจตลอดมา ครั้งนี้จุดหมายปลายทางอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (อันดามัน) จังหวัดภูเก็ต ห่างจากสะพานสารสินแค่อึดใจกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายจาก คุณมานะ เพิ่มพูน หัวหน้าศูนย์ฯ แห่งนี้ ภายใต้ภารกิจชื่อ ทำดีเพื่อแผ่นดิน ร่วมใจกู้ภัยทางทะเล   ในโครงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยค้นหา และกู้ภัยทางทะเล (Basic Sea Search and Rescue Unit)


     
     ซึ่งผมจะต้องมารับหน้าที่ในการถ่ายภาพเคลื่อนไหวตลอดการอบรมครั้งนี้เป็นเวลาร่วม 12 วัน ส่วนภาพนิ่งไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องติดกล้องไปอีกสักตัว แต่อยากได้กล้อง DSLR พร้อมเลนส์ที่สามารถตอบสนองเราได้อย่างที่ต้องการ

     Sony SLT-A33 พร้อมเลนท์ 18-250 กับความละเอียด 14.2 ล้านพิกเซล อาวุธขนาดกลางที่ทางโซนี่ไทยส่งมาให้ผมได้นำมาทดลองใช้ดู มันไม่ใช่ DSLR อย่างที่ต้องการ แต่มันเป็นมากกว่านั้น ตามรหัสกล้อง คือ SLT – A33  บางคนอาจจะงง มันต่างกันอย่างไร เรียนตรงๆและสั้นๆก็คือถ้าเป็น DSLR ภายในตัวกล้องจะมีกระจกป้องกันแสงไม่ให้ตกลงไปกระทบกับ CCD/CMOS ตลอดเวลา  และทำหน้าที่สะท้อนภาพให้เรามองผ่านช่องมองภาพ เมื่อเรากดชัตเตอร์ กระจกจะดีดตัวขึ้นเพื่อเปิดแสงให้กระทบลงบน CCD/CMOS จากนั้นก็จะดีดตัวลงเหมือนเดิม
     
     แต่สำหรับกล้องแบบ DSLT (Digital Single Lens Translucent) อย่าง SONY A33 ตัวนี้ ต่างกันกับ DSLR คือ แสงที่เข้าไปภายในจะผ่านกระจกซึ่งเป็นกระจกโปร่งแสง และแสงนั้นจะตกลงกระทบกับ CCD/CMOS ตลอดเวลา ทำให้กล้องประเภทนี้มีความสามารถในการถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอให้กระจกดีดตัวขึ้นและลงเพื่อเปิดแสง

     ขอออกตัวไว้ก่อนว่าบทความนี้ไม่ใช่การรีวิวกล้อง แต่เป็นการเล่าสู่กันฟังว่าคนหลังกล้องอย่างผม พึงพอใจในสิ่งที่ได้มามากน้อยแค่ไหน  การได้ลองใช้ A33 ครั้งนี้ผมไม่ได้ใช้โหมดอื่นๆเลย ยกเว้นโหมด M เหตุผลง่ายๆคือ ผมชอบที่จะใช้โหมด M นี้เพราะผมสามารถสั่งตามที่ผมต้องการได้ ในทุกสถานการณ์และอีกเหตุผลที่สำคัญมากกว่าคือผมอยากรู้พื้นฐานความสามารถของกล้องรุ่นนี้ว่ามันสามารถทำในสิ่งที่เราต้องการได้มากน้อยแค่ไหน

     แต่ไม่ใช่ A33ไม่มีโหมดอื่นให้ใช้นะครับ มีมากมายเหมือนกล้อง DSLR ทั่วๆไป และดูเหมือนจะมีมากกว่ากล้องบางรุ่นด้วซ้ำไป เช่น พอนอรามา (Panorama) วีดีโอแบบ HD หรือโหมดสำเร็จรูปต่างๆที่กล้องสามารถทำให้เราได้ครั้งแรกที่ได้เห็น A33 ตัวนี้ อืม ดูสวยดี แต่พอได้สัมผัสแบบเต็มๆมือ บอกตามตรงมันขัดใจผมอย่างบอกไม่ถูก กับปุ่มการใช้งานบางตัว และคำสั่งการใช้งานในเมนู ซึ่งเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ตาดำๆ ที่ต้องกินต้องนอนอย่างผมที่ใจยังไม่กว้างพอที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆที่เข้ามาอยู่ในมือ และยังยึดติดกับสิ่งเดิมๆ

     แต่หลังจากนั้นเพียงแค่ 1 วัน ผ่านไป ความรู้สึกขัดใจเริ่มหายไป ใจเริ่มเปิดกว้างพร้อมรับสิ่งใหม่ๆเข้ามาโดยอัตโนมัติ จะไม่ให้เปิดใจได้อย่างไร ก็ภาพที่ได้จาก A33 มันค่อนข้างจะถูกใจและโดนใจ  สิบสองวันกับการได้นอนกอด A33 ถึงจะไม่ถูกใจผมทั้งหมด แต่ก็สนองความต้องการของผมได้พอสมควรเช่นเรื่องของสีที่ได้มาค่อนข้างเป็นธรรมชาติไม่ฉูดฉาดมากเกินไป     

  

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด