Facebook ขอเป็นเจ้าของคำว่า Face

Facebook ขอเป็นเจ้าของคำว่า Face
Arip

สนับสนุนเนื้อหา

หาก Facebook ได้รับอนุญาตจากสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Patent and Trademark Office) ในการปกป้องชื่อของบริษัทจากเว็บไซต์เครือข่ายสังคมที่จะเกิดขึ้นใหม่ที่ พยายามจะใช้ชื่อที่มีคำว่า Face หรือ book อยู่ด้วย นั่นเท่ากับว่า Facebook ได้ติดอาวุธทางกฎหมาย เพื่อปกป้องธุรกิจให้กับตัวเองได้สำเร็จไปอีกระดับหนึ่ง

Facebook ไม่เคยลดละความพยายามที่จะปกป้องชื่อของตัวเอง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ฟ้องเว็บไซต์เครือข่ายสังคมที่พยายามใช้คำว่า Book อย่างเช่น Lamebook และ Teachbook ซึ่งทางบริษัทเชื่อว่า มีผู้เริ่มต้นทำธุรกิจหลายรายกำลังพยายามจะใช้ประโยชน์ในการใช้ชื่อที่คล้าย Facebook เพื่อสร้างความจดจำได้อย่างรวดเร็ว โดยทางบริษัทได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "Face"


เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าแห่งสหรัฐฯ ได้ออกหนังสือแจ้งรับการจดทะเบียนการค้าคำว่า "Face" จากทาง Facebook ในฐานที่มันเป็นคำที่ถูกประยุกต์ใช้ในการตั้งชื่อ Facebook โดยการที่จะผ่านขั้นตอนสุดท้ายของการยอมรับดังกล่าว Facebook ได้ระบุว่า ทางบริษัทมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวในการทำธุรกิจ สำหรับรายละเอียดของเครื่องหมายการค้าที่ใช้กับธุรกิจของ Facebook ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคม กล่าวคือ จัดหาและให้บริการห้องสนทนาออนไลน์ กระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งข้อความระหว่างผู้ใช้คอมพิวเตอร์ด้วยกันในประเด็นเรื่องของความสนใจ ทั่วไป และประเด็นทางด้านสังคม และความบันเทิง

ความ พยายามขึ้นทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "Face" เริ่มต้นขึ้นในปี 2008 เมื่อทางบริษัทต้องซื้อเครื่องหมายการค้า Faceparty.com เว็บไซต์เครือข่ายสังคมในสหราชอณาจักรที่เปิดขึ้นตั้งแต่ปี 2000 และได้ยื่นขอจดทะเบียนการค้าคำว่า "Face" ตั้งแต่ในปี 2005 หลังจากนั้น Facebook ได้ไล่ติดตามบริษัทต่างๆ ที่เชื่อว่า พยายามใช้ประโยชน์จากความนิยมของ Facebook ในการตั้งชื่อด้วยคำเหล่านี้ ซึ่งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางบริษัทได้ฟ้อง Facebook ฐานที่ใช้คำว่า "book" ประกอบกับการใหบริการที่คล้ายกัน โดยเป็นเครือข่ายสังคมของครูอาจารย์ และในเดือนเดียวกัน Facebook ยังได้ยื่นฟ้องเว็บไซต์ท่องเที่ยวชื่อว่า Placebook ให้เปลี่ยนชื่อเป็น TripTrace หลังจากได้รับการติดต่อจากทาง Facebook

ข้อมูลจาก: technolog