จอ iPhone 4 กับ Samsung Galaxy S ใครเจ๋งกว่ากันมาพิสูจน์กัน

จอ iPhone 4 กับ Samsung Galaxy S ใครเจ๋งกว่ากันมาพิสูจน์กัน
MrPlam

สนับสนุนเนื้อหา

             เรื่อง ของ iPhone 4 มันดูวุ่นวายกว่าที่คิดไว้ในตอนแรกว่าจะสวยหรู เริ่ด ยอดเยี่ยม เอี่ยมศรี ตามที่หลายๆคนคาดหวังไว้ในตอนแรก โดยเฉพาะเรื่องปัญหาของการรับสัญญาณตัวเครื่องที่ มีกริยามารยาทเรียบร้อยยิ่งกว่ากุลสตรีไทยโบราณ ที่ห้ามชายใดแตะเนื้อต้องตัว พอเอามือแตะปุ๊บ สัญญาณหด นี่ยังไม่ได้นับรวมกับเรื่องปัญหา Network ที่หากใช้งานจริงคงเป็นไปไม่ได้ที่ทุกพื้นที่จะมีสัญญาณเต็มตลอด ขนาดเครื่อง บางรุ่นหมาเห่าทีเดียวสัญญาณยังหาย เพระาฉะนั้นเรื่องของเสารับสัญญาณแบบเทพ ของสตี๊ฟจ๊อบส์ กำลังกลายเป็นหอกทิ่มแทงหัวใจในตอนนี้ ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงวันที่ 10 มิถุนายนเอง เคยมีผู้เชี่ยวชาญด้านเสาอากาศ ชื่อว่า Professor Gert Frølund Pedersen เคยออกมาเตือนการออกแบบในลักษณะเช่นนี้แล้วว่ามันจะมีผลเสียต่อการรับสัญญาณ ซึ่งจะทำให้การรับสัญญาณไม่เสถียร เพราะร่างกายของคนเราจะมีการดูดซับสัญญาณเป็นการขัดขวางการนำสัญญาณ โดยเฉพาะการแตะสัมผัสโดยตรงแบบนี้ จะทำให้เกิดความร้อนและการสูญเสียการรับส่งสัญญาณ เพราะฉะนั้นการออกแบบโทรศัพท์ส่วนใหญ่จึงหลีกเลี่ยงโดยการนำส่วนเสาอากาศไว้ บนตัวเครื่องหรือตามจุดที่มีโอกาสสัมผัสน้อยที่สุด การแก้ปัญหาของ iPhone 4 ทาง Professor Gert แนะนำว่าน่าจะมีเสาอากาศสองช่องหรือสองต้นในเครื่องเดียวกัน เพราะหากเสาใดเสาหนึ่งถูกบดบัง อีกเสาก็จะสามารถใช้งานแทนได้ทันที 

             ฟัง เรื่องแย่ๆมาแล้ว มาดูเรื่องน่าประทับใจกันบ้างดีกว่า นั่นก็คือเรื่องของ จอแบบเทพๆ ของ iPhone 4 ที่เป็นอีกส่วนที่ สตี๊ฟ จ๊อบส์ ออกจะภูมิใจนักหนา ว่ามันชัดมาก แต่ก็ไม่กล้าพูดว่าชัดที่สุดในโลก แต่ชัดในขนาดที่ตาคนเราไม่อาจจะแยกแยะความละเอียดได้ หากจำกันได้ก่อนหน้านี้เรื่องของ จอเป็นอีกจุดขายที่ Samsung Galaxy S นำมาเป็นจุดขาย โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี Super Amoled ที่บอกว่าชัดมากๆๆ ทำให้เกิดปัญหาคาใจว่าใครจะชัดกว่ากัน วันนี้เราลองไปดูภาพ พิสูจน์เรื่องนี้กันดูดีกว่าครับ

 

 

www.engadget.com

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด