รีวิว MacBook Pro : คุณภาพที่ฉีกเหนือข้อจำกัด

รีวิว MacBook Pro : คุณภาพที่ฉีกเหนือข้อจำกัด
บีบี

สนับสนุนเนื้อหา

หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเจ้า Macbook Pro ตัวนี้ไปบ้างแล้ว ทั้งในด้านงานสำหรับกราฟฟิกดีไซน์เนอร์ หรือ โน๊ตบุ๊คราคาแพงที่สุด ไม่ว่าจะได้ยินมาอย่างไร วันนี้เราจะได้มาทำความรู้จักกับเจ้า  Macbook Pro กันครับ

สำหรับจุดเด่นของแมคบุ๊กรุ่นนี้คงจะหนีไม่พ้นดีไซน์ ที่ตัวเครื่องทำมาจากอะลูมิเนียมแผ่นใหญ่มาเจาะช่องเป็นตัวเครื่อง ซึ่งทำมาตามนโยบายที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ปราศจากสารปรอท, สาร PVC, กระจกไม่มีสารหนู และ บรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กลง 37% ที่ช่วยประหยัดกระดาษในการผลิตนั่นเอง

เรามาเริ่มดูกันเลยดีกว่าครับ ภายในกล่องนั้น

  • เครื่องคอมพิวเตอร์
  • คู่มือ/ซีดีสำหรับการติดตั้งใหม่/ผ้าเช็ดคอม
  • ที่ชาร์จ/สายต่อเข้ากับเต้าปลั๊กไฟ/ Duckhead

Body&Design

ตัวเครื่อง Unibody ที่นอกจากสวยงามแล้วยังแข็งแรงอีกด้วย มาดูตัวเครื่องกัน เหลี่ยมมุมที่หายไปทำให้มองเห็นว่าตัวเครื่องบางลงกว่าเดิม ฝาบนที่เป็นหน้าจอ LCD บางลงกว่าเดิมแน่นอน และที่หายไปแล้วก็คือปุ่มกดเพื่อเปิดฝาเครื่องขึ้น  Apple เปลี่ยนไปใช้แม่เหล็กดูดปิดฝาแบบเดียวกับที่ใช้อยู่ใน MacBook Air และ MacBook

ขอบจอจะมียางเพื่อช่วยประกบหน้าจอให้ปิดสนิทเวลาปิดฝาลงและช่วยรับแรงกดได้ อีกด้วย

 

ปุ่มเปิด : เครื่องอยู่ ที่มุมบนขวามือและพื้นที่ที่เหลือเป็นตะแกรงที่เจาะด้วย เลเซอร์ความละเอียดสูงเป็นที่อยู่ของลำโพงซ้ายขวา ไมโครโฟนและตัวตรวจจับแสง Ambient Light Sensor

หน้าจอ

LCDขนาด 15.4 นิ้วมาพร้อมกับหลอด LED เป็นไฟแบ็คไลต์ที่ช่วยให้ความละเอียดสูงถึง 1440x900 จุดพร้อมทำงานเต็มความสว่างทันทีที่เปิดเครื่อง เมื่อรวมกับแผ่นกระจกทั้งหน้า คุณจะได้ภาพสวยคมชัดสีสดนั่นเอง

ด้านขวามือ : SuperDrive Apple ย้าย SuperDrive จากด้านหน้าเครื่องมาไว้ด้านขวามือแทน ถูกใจผู้นิยมใช้ MacBook Pro บนตักเพราะไม่ต้องยกเครื่องขึ้นเพื่อสอดแผ่น CD หรือ DVD อีกต่อไป

ตัวเครื่องด้านซ้ายมือ : ตัวเครื่องด้านขวามือเป็นที่อยู่ของพอร์ตสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกต่างๆ

  • พอร์ตทั้งหมดถูกย้ายไปไว้ด้านซ้ายมือแทน
  • เริ่มตั้งแต่พอร์ต MagSafe
  • พอร์ต Gigabit Ethernet
  • พอร์ต FireWire 800
  • พอร์ต USB 2.0 2 พอร์ต
  • พอร์ต Mini DisplayPort
  • พอร์ตออดิโอทั้งขาเข้าและขาออกที่สามารถเสียบ
  • Apple Stereo Headset รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับไมโครโฟนได้ด้วย ตามมาด้วย
  • สล็อต ExpressCard/34

และความพิเศษอยู่ที่นี่คือสล็อตสำหรับ ExpressCard/34 เพื่อให้คุณเลือกหาการ์ดขยายระบบมากมายมาใช้งานกับ MacBook Pro ของคุณได้

ชุดแสดงสถานะแบตเตอรี่ : ถูกย้ายมาอยู่ด้านซ้ายของเครื่องเหมือนกัน คุณไม่จำเป็นต้องหงายเครื่องขึ้นเพื่อตรวจสอบประจุไฟที่เหลืออยู่ใน แบตเตอรี่ลิเธียมอิออนอีกแล้ว

ไฟสถานะ Sleep : ที่เทบสังเกตไม่เห็นเพราะนี่เป็นรายละเอียดที่ Apple ออกแแบบให้เจาะรูเล็กมากๆ เพื่อให้แสงไฟ Sleep ลอดออกมาบอกสถานะได้

โมดูล AirPort Extreme : แถบสีดำหลังเครื่องเป็นที่อยู่ของโมดูล AirPort Extreme มาตรฐาน 802.11n ความเร็วสูงสุดในปัจจุบันและ Bluetooth 2.1+EDR โดยมีสายอากาศสำหรับรับส่งสัญญาณอยู่รอบๆ หน้าจอนั่นเอง

คีย์บอร์ดเรืองแสงในทีมืด

คีย์บอร์ดปกติ

คีย์บอร์ด : มองลงมาจะพบคีย์บอร์ดเต็มรูปแบบมาพร้อมกับไฟ backlight ด้วยเหมือนกัน ข้างใต้ตะแกรงซ้ายขวาเป็นที่อยู่ของลำโพงเสียงระดับไฮไฟ พิเศษกว่านั้นคือในตะแกรงด้านซ้ายมือจะมีไมโครโฟนสำหรับรับเสียงและ Ambient Light Sensor ตัวตรวจจับระดับแสงภายนอกเพื่อปรับความสว่างไฟ backlight ของหน้าจอและคีย์บอร์ดให้อัตโนมัติ

 

 

Multitouch Trackpad : คุณสามารถใช้สองนิ้วนั้นวาดเข้าออกเพื่อขยายรูปภาพได้อีกด้วยหรือวาด เป็นวงกลมเพื่อหมุนรูป ไม่เพียงเท่านั้นคุณสามารถใช้นิ้วมือสามนิ้วลากผ่านไปบน trackpad เพื่อสั่ง Previous และ Next ได้สะดวกกว่าเดิม

ด้านล่าง : ใต้เครื่องด้านซ้ายมือเป็นช่องเสียบสายชาร์จแบบ MagSafe ส่วนด้านขวาเป็นบานพับเก็บพอร์ตต่ออุปกรณ์ภายนอก ซึ่งมี 3 พอร์ตเท่านั้น ตามรูปได้แก่ Micro DVI, USB และช่องเสียบหูฟัง


สุดท้ายการใช้งาน

แน่นอนว่าปัญหาสำคัญที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ ไม่กล้าที่จะใช้เครื่องแมคคือ ไม่อยากเรียนรู้ที่จะใช้งานระบบที่แตกต่างออกไป หรือ อาจคิดว่าใช้งานยากกว่าวินโดวส์ แต่ผู้เขียนเชื่อว่าถ้าให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มาทดลองใช้ทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการ จะพบว่าคนผู้นั้นจะสามารถใช้งาน OS X ได้ก่อน วินโดวส์ แน่นอน

 

ขอชม

  • ดีไซน์ของเครื่องที่ดูเรียบง่าย บาง เบา ที่ทำจากอะลูมิเนียมแผ่นเดียว (ช่วยลดภาวะโลกร้อนด้วย)
  • มัลติทัชแทร็กแพด เป็นลูกเล่นที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกมากขึ้น
  • ประสิทธิภาพของตัวเครื่องอยู่ในระดับสูง สามารถทำงานได้ทุกรูปแบบ

 

ขอติ

  • พอร์ต Mini Display แม้จะมีความสามารถสูงแต่ต้องซื้ออุปกรณเสริมในการใช้ทั่วๆไป
  • พอร์ต USB เพียง 2 ช่องอาจไม่พอต่อการใช้งานในปัจจุบัน (ต่อเมาส์ + iPod/iPhone ก็หมดแล้ว)
  • ความร้อนของตัวเครื่องถ้าใช้งานตามสภาพอากาศในเมืองไทย
  • ราคาแพงครับ

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด