Monster Beats Tour In-Ear Headphone

Monster Beats Tour In-Ear Headphone
GM2000

สนับสนุนเนื้อหา

Monster
Beats Tour In-Ear Headphone
............................................................................................

 
   
 
 
• ใน ปัจจุบันตลาดเครื่องเล่นเพลงประเภท portable ทั้งหลายเริ่มเข้ามามีบทบาทกับการดำเนินชีวิตของคนหมู่มากพร้อมๆ ไปกับการขยายตัวของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่ทุกวันนี้หันมานิยมเสพเสียง เพลงจากหูฟังมากกว่าแต่ก่อน  นั่นอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บรรดาผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่ม เครื่องเสียงหันมาให้ความสนใจตลาดนี้เป็นพิเศษ  ไม่เว้นแม้แต่ผู้ผลิตสายเคเบิลชื่อดังอย่าง Monster Cable
 
Beats by Dr. Dre แรพเพอร์ระดับเทพการันตี
ถ้า พูดถึงมอนสเตอร์แล้วยี่ห้อนี้คุณภาพด้านสายเคเบิลนั้นไม่ต้องเท้าความให้ เสียเวลา เพราะชื่อของเขาติดลมบนไปนานแล้ว นอกจากสายเคเบิลในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาพวกเขายังได้พยายามพัฒนาสินค้าใน กลุ่มเพาเวอร์ไลน์และแอมปลิไฟเออร์เพื่อขยายฐานของกลุ่มลูกค้าที่ศรัทธาใน ความเป็นมอนสเตอร์  ดังนั้นจึงอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้ามอนสเตอร์จะพยายามจับตลาดสินค้า ประเภทหูฟังในช่วงเวลาอันเหมาะเหม็งเช่นนี้

ใน ขณะที่ผู้ผลิตบางราย อาจจะอาศัยดีไซน์ของหูฟังที่มีอยู่ในตลาดมาปรับปรุงหรือรีดีไซน์ใหม่ตามแบบ ฉบับของตัวเอง หูฟังรุ่นแรกๆ ของมอนสเตอร์ส่งออกมากรุยทางในตลาดคนฟังเพลงที่ชอบความเป็นส่วนตัวก็ดู เหมือนจะเข้าข่ายด้วยเช่นกัน  แต่ระดับพี่เบิ้มในวงการเครื่องเสียงอย่างมอนสเตอร์แค่นั้นมันคงดูไม่สมฐานะ เมื่อต้นปี 2008 ที่ผ่านมามอนสเตอร์จึงได้เปิดตัว ‘Beats by Dr. Dre’ หูฟังรุ่นใหม่ที่ดูแล้วมีความเป็นตัวของตัวเองชนิดที่เรียกได้ว่าแทบจะใหม่ หมดจด สดๆ ซิงๆ ออกมา

งาน นี้ไม่ได้มีมาอวดแค่ความสด ใหม่ แต่ ‘Beats by Dr. Dre’ ยังได้พกเอาชื่อเสียงของแรพเพอร์และมือโปรดิวเซอร์ชื่อดังระดับตำนานอย่าง Dr. Dre มาช่วยการันตีให้แบบไม่มีเม้ม
 
ทำไมต้องเป็น Dr. Dre ?
นั่น สิ...ทีแรกผมก็สงสัยอยู่ เหตุผลเท่าที่คุ้ยแคะแกะได้จากเอกสารของมอนสเตอร์ระบุเอาไว้ว่า เนื่องจากเดิมทีนั้นมอนสเตอร์เองก็คลุกคลีอยู่ในแวดวงของนักดนตรีและคนทำงาน สตูดิโออยู่แล้ว จากกระบวนการพัฒนาสินค้าในกลุ่มสายเคเบิลสำหรับโปรและอุปกรณ์ประเภทเพา เวอร์ไลน์ทั้งหลาย อีกส่วนหนึ่งทางมอนสเตอร์เองก็ให้เครดิตศิลปินและโปรดิวเซอร์ระดับโลกอย่าง Dr. Dre ว่าคนทำงานระดับนี้ย่อมต้องเฟ้นหาอุปกรณ์ที่สามารถทำหน้าที่เป็นมอนิเตอร์ หรือสามารถเก็บรายละเอียดต่างๆ ในงานเพลงของเขาออกมาถ่ายทอดได้ครบถ้วนสมบูรณ์ได้ดั่งใจมากที่สุด

นอก จาก Dr. Dre แล้ว ทางมอนสเตอร์ยังได้รับความร่วมมือจากคุณ Jimmy Iovine ประธานบริษัท Interscope Geffen A&M Records ซึ่งได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาหูฟังรุ่นนี้ร่วมกับทีมวิศวกรของมอน สเตอร์ รวมถึงตัว The Head Monster ซึ่งหมายถึงคุณ Noel Lee เจ้าของและประธานบริษัทมอนสเตอร์ในปัจจุบันนั่นเอง
 
Beats Tour ความเป็นส่วนตัวแบบมีสไตล์
หู ฟังในตระกูล ‘Beats by Dr. Dre’ ของมอนสเตอร์มีอยู่ด้วยกัน 2 รุ่น รุ่นหนึ่งใช้ชื่อรุ่นย่อยว่า ‘Beats Studio’ เป็นหูฟังแบบ full size ครอบศีรษะที่มีไดรเวอร์ขนาดใหญ่ พร้อมทั้งวงจรขยายเสียงและวงจรขจัดสัญญาณรบกวนภายนอกแบบ Active Noise Canceling ในตัว อีกรุ่นหนึ่งชื่อรุ่นว่า ‘Beats Tour’ เป็นหูฟังแบบ In-Ear Headphone ขนาดเล็กสามารถพกพาไปใช้งานในสถานที่ต่างๆ ได้สะดวกคล่องตัวกว่า
 
จาก ที่เห็นแวบแรก ผมก็เทความสนใจให้รุ่น Beats Tour ไปเสียแล้ว (บอกไม่ถูกเหมือนกันครับว่าเพราะอะไร) และเหมือนทางตัวแทนจำหน่ายเองจะรู้ใจผม จึงได้ส่งมันมาให้ได้ลองฟังเสียงกัน ยอมรับว่าได้เห็นรูปในแคตาล็อกทีแรกผมเองรู้สึกอย่างไรบอกไม่ถูก จะว่าสวยก็ไม่ใช่เสียทีเดียว จะว่าขี้เหร่ก็พูดได้ไม่เต็มปาก มันเป็นหูฟังที่มีดีไซน์ดูแปลกตาไปทั้งตัวเหมือนได้เห็นรถแต่งที่แต่งไปทั่ว ทั้งคันไม่เว้นแม้แต่พวงกุญแจ เมื่อมองในบางมุมมันก็ดูไม่เหมือนหูฟังสักเท่าไรแต่ก็บอกไม่ถูกว่ามันเหมือน อะไรเช่นกัน รู้สึกได้เพียงว่ามันต้องเป็นอะไรสักอย่างที่ผ่านกระบวนการกลั่นกรองความคิด และความสร้างสรรค์มาไม่น้อย
       

Beats Tour ส่งถึงมือผมในแพ็คเกจเป็นกล่องใส่ขนาดประมาณดิกชันนารีทั่วไป โทนสีเน้นสีดำและแดงเป็นหลัก ตัวกล่องใส่ก็เป็นกล่องสี่เหลี่ยมธรรมดานี่แหละครับ แต่ดีไซน์ดูเตะตาดี ตัวกล่องว่าออกแบบได้เตะตาแล้วเปิดกล่องออกมาก็เจออะไรที่เตะตายิ่งกว่าอีก ครับ โอ้... ตัวเป็นๆ มันดูน่าสนใจกว่าที่เห็นในรูปเยอะเลย มันเป็น In-Ear Head phone ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เนื้องานและวัสดุที่ใช้ดูแข็งแรงไม่ก๊องแก๊ง ดีไซน์หลักๆ ยังคงเล่นกับสีดำและสีแดง มีโลโก้ตัวอักษร ‘b’ ซึ่งน่าจะหมายถึงคำว่า ‘Beats’ ซึ่งเป็นชื่อรุ่น ถ้ามองในอีกมุมมันคือตัวอักษร ‘d’ ที่หันกลับด้านและสามารถสื่อถึงคำว่า ‘Dr. Dre’ ได้ด้วยเช่นกัน

Beats Tour มาพร้อมกับสายหูฟังสีแดงแปร๊ดแถมเป็นเส้นแบนๆ ดูแตกต่างจากสายสัญญาณของหูฟังทั่วไปโดยสิ้นเชิง นี่ไม่ใช่ดีไซน์ที่หวังจะเอาความแตกต่างเรื่องรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว หากแต่นี่คือดีไซน์ที่มอนสเตอร์กล้าพูดว่าใช้เวลาวิจัยนานถึง 10 ปีเพื่อให้ได้สายสัญญาณสำหรับหูฟัง Tangle-Free Flat Cable ที่ปราศจากปัญหาการพันม้วนกันเองจนยุ่งเหยิงอย่างที่คุณเคยพบเจอกับสายหูฟัง ทั่วๆ ไป
นอกจากนั้นแล้วสายหูฟังรุ่นนี้ยังออกแบบโดยใช้เทคนิคพิเศษของ มอนสเตอร์ อาทิเช่น Monster’s patented magnetic flux tube และโครงสร้างสายตัวนำแบบเส้นฝอยละเอียดจำนวนหลายชุดหรือ Micro-strand construction ซึ่งนอกจากจะช่วยให้การส่งผ่านสัญญาณมีความราบรื่นแล้วยังช่วยลดทอนสัญญาณ รบกวนจากภายนอกได้ในเวลาเดียวกัน ปลายขั้วต่อของสายหูฟังใน Beats Tour เป็นปลั๊กสเตอริโอขนาด 3.5 มิลลิเมตรชุบทองอย่างดีและมีขนาดผอมเพรียวคะเนแล้วไม่น่าจะมีปัญหากับช่อง เสียบหูฟังของ iPhone หรือ iPod Touch

Beats Tour ให้ ear tip แบบจุกยางซิลิโคนมาให้เลือกใช้หลายขนาด มีทั้งแบบจุกยางกลมและจุกยางขยัก 3 ชั้น ขนาดใหญ่/เล็กอย่างละ 2 ระดับ ไม่มี ear tip แบบโฟม มีกล่องสำหรับใส่หูฟังเพื่อการพกพา ตัวกล่องมีลักษณะเป็นกระดองกึ่งแข็งสามารถกันกระแทกหรือโดนบี้แบนได้ในระดับ หนึ่ง
 
 
      
 
‘We put a subwoofer in your head’  เสียงทุ้มพลังเทอร์โบ+ไนตรัส
ใน เรื่องการใช้งานผมได้ลองใช้ Beats Tour กับทั้งเครื่องเล่นพกพาโดยตรงอย่าง iPod รวมถึงการต่อใช้งานผ่านแอมป์หูฟัง และ External Sound Card เพื่อพิจารณาน้ำเสียงในภาพรวม จุกยางซิลิโคนของ Beats Tour ที่เหมาะกับรูหูของผมนั้นเป็นจุกยางขยัก 3 ชั้นขนาดใหญ่ วิธีสังเกตที่ง่ายที่สุดก็คือสวมใส่แล้วกระชับ เก็บเสียงได้มิดชิดและได้ยินเสียงทุ้มที่มีเนื้อมีน้ำหนักเสียงเข้มข้น

ตั้งแต่สัมผัสแรกจนสัมผัสท้ายๆ ของการลองฟัง Beats Tour ความเห็นหนึ่งที่ค่อนข้างมั่นคง เด่นชัด และมั่นว่านี่คือตัวตนของหูฟังรุ่นนี้แน่นอนนั่นคือ การให้เสียงทุ้มที่มีปริมาณ ‘เหลือเฟือ’ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความอิ่มใหญ่ ความลึก ความหนักแน่นทรงพลังหรือปริมาณ มันเด่นชัดจนผมไม่เชื่อเด็ดขาดว่าจะมีใครต้องการเสียงทุ้มจาก In-Ear Headphone มากกว่านี้ ต่อให้คุณเป็นคนที่คลั่งไคล้เสียงทุ้มมากแค่ไหนก็ตาม

ผมลองฟังเพลงแนวฮิพฮอพ แดนซ์ อาร์แอนด์บีหรือบรรดาดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่นิยมเปิดให้ผู้นิยมการเที่ยว กลางคืนได้ขยับแข้งขายักย้ายสะโพกไปตามจังหวะดนตรี ไม่ว่าจะเป็นเพลงของ Eminem, Akon, Usher, 50 Cent, Gwen Stefani, Pussy Cat Doll และศิลปินอื่นๆ ที่เข้าข่ายข้างต้น ดนตรีในกลุ่มนี้มักจะมีเสียงทุ้มที่ดุดัน หนักแน่น ไม่สนใจอะไรมากนักนอกจากจังหวะและเสียงที่สามารถกระตุ้นเร้าโสตประสาทได้แบบ เฉียบพลัน ใครที่เคยได้ยินเสียงทุ้มมันๆ เสียงทุ้มที่กระเด้งกระดอนได้ชวนให้แข้งขากระตุกตามจากเพลงเหล่านี้ โดยเฉพาะจากเครื่องเสียงรถยนต์ที่เปิดโชว์กันตามงานโชว์รถใหญ่ๆ แล้วมีโคโยตี้ยืนเต้นอยู่บนกระบะหลังให้ดูเป็นอาหารตา บอกได้เลยครับว่า Beats Tour ให้เสียงทุ้มที่สนุกเร้าใจได้ไม่เป็นรองกัน เว้นเสียแต่ว่าไม่มีโคโยตี้มาเต้นให้ดูเท่านั้นเอง
 
เสียงทุ้มของหูฟังรุ่นนี้เป็นเสียงทุ้มที่สามารถพูดได้เต็มปากว่าไม่ น่าเชื่อ ไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากไดรเวอร์เล็กๆ ที่มีขนาดเล็กกว่าปลายนิ้วก้อยของผมเสียอีก มันให้เสียงทุ้มอย่างกับหูฟังขนาดใหญ่ชั้นดี ครบถ้วนแทบไม่มีที่ติทั้งความต่ำลึกและปริมาณ หลายคนที่อ่านถึงตรงนี้แล้วอาจจะอุทานว่า เสียงทุ้มแบบนี้นี่มันจุดขายหรือลายเซ็นของยี่ห้อมอนสเตอร์เขาชัดๆ… พูดอีกก็ถูกอีกนั่นแหละครับ
 
หูฟังรุ่นนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับกำลังฟังชุดลำโพงที่มีลำโพงซับ วูฟเฟอร์อยู่ด้วย อย่างเพลง Hotel California จากแผ่น Hell Freeze Over ที่หลายคนนิยมเอาไปวิเคราะห์คุณภาพของเสียงทุ้ม เจ้าหูฟังตัวจ้อยตัวนี้ให้เสียงออกมาเหมือนกับที่ผมเคยฟังจากลำโพงซับ วูฟเฟอร์คุณภาพสูงแทบไม่มีผิดเพี้ยนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความถี่ต่ำลึกและ น้ำหนักเสียง รายละเอียดของเสียงทุ้มแน่นๆ ออกมาเต็มๆ และเปิดได้ดังอย่างไม่มีทีท่าว่ามันจะแป้กอย่างนี้ผมไม่เคยได้ยินจาก In-Ear Headphone ที่ไหนมาก่อนจริงๆ
 ถ้า คุณคิดว่านั่นน่ะยังเด็กๆ ผมก็จับมันไปเจอกับอะไรที่มันเข้มข้นมากขึ้นอย่างเพลงจาก Chinese Democracy อัลบั้มชุดใหม่ของ Guns n’ Roses ที่ผ่านการ encode มาแบบ lossless  สารพัดชิ้นดนตรีที่ถาโถมเข้าหารูหูด้วยไดนามิกที่เข้มข้นและมีความดิบเจือปน อยู่ หูฟังของมอนสเตอร์แทนที่จะแหยงกลับตอบรับความดิบนั้นได้แบบสบายๆ ถ้าจะมีที่ไม่สบายนักก็ตัวผมเองนี่แหละครับ เพราะลองอัดยังไงมันก็ไม่แป้ก ไม่มีแตกพร่า แต่แก้วหูผมเองนั่นแหละที่ต้องยกธงขาวยอมแพ้ไปเสียก่อน
 
เปียโน ในเพลง Street of Dreams จาก Chinese Democracy ของ GNR เมื่อฟังจาก Beats Tour ชัดเจนว่ามันถ่ายทอดเสียงเปียโนได้น่าฟัง มีความสดใสและคมเข้ม ในขณะเดียวกันมันก็มีความหนา ความหนัก ปกคลุมอยู่ในระดับหนึ่ง มันไม่ใส ไม่โปร่งเหมือนหูฟัง In-Ear ดีๆ อีกหลายตัว แต่สำหรับผมแล้วมันก็ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสอะไรมากมายนัก  บุคลิกความอิ่มหนาเช่นนี้ยังมีผลชัดกับเสียงร้องและเครื่องดนตรีบางชิ้นที่ ให้โทนเสียงคาบเกี่ยวอยู่ในย่านเสียงกลางจนถึงเสียงกลางสูง เป็นผลทำให้เนื้อเสียงมีลักษณะอวบอิ่มและมีหางเสียงโดยเฉพาะเสียงแหลมย่าน บนๆ ที่ออกแนวฟังสบายมากกว่าแจกแจง ในขณะที่เสียงกลางนั้นมีลักษณะเน้นเล็กน้อยให้ฟังชัดถ้อยชัดคำ แต่ไม่ใช่อาการแจ๋นเสนอหน้าออกมาจนน่าเกลียด ใครที่กลัว In-Ear Headphone ประเภทเสียงแข็งเป็นช้อนขูดสังกะสี มาแนวชัดแต่คมๆ จัดๆ หายห่วงได้เลยกับ Beats Tour
 
 
‘Deep Bass & Dynamite
In-Ear Headphone’
‘Deep Bass & Dynamite
In-Ear Headphone’
 
 
นั่น คือนิยามโดยภาพรวมที่ผมเต็มใจมอบให้ หูฟังรุ่นนี้ โดยภาพรวม Beats Tour โดดเด่นมากในส่วนของเสียงทุ้มที่เล่นได้อย่างหนักหน่วงและไม่มีอั้น และนั่นอาจจะเป็นดาบสองคมสำหรับคนที่เปิดฟังเสียงดังจนเกินไป ในระหว่างการทดลองฟังผมเองยังเคยเผลอฟังดังจนเกินไป ตอนที่สนุกกับเสียงเพลงน่ะไม่ค่อยรู้ตัวหรอกครับ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนถอดหูฟังออกแล้วรู้สึกหูอื้อแถมด้วยอาการมึนๆ เล็กน้อย ตัวหูฟังมันถูกออกแบบมาให้รองรับระดับเสียงระดับนั้นได้ก็จริงแต่อย่าลืมว่า แก้วหูของคนเรานั้นมีขีดจำกัด นั่นคือสิ่งที่คนเล่น Beats Tour ต้องพึงระลึกไว้เสมอ
 
นอก จากนั้นแล้ว Beats Tour เป็นหูฟังที่มีบุคลิกเสียงโดยรวมอิ่มหนาเข้มข้น แมตช์กับแนวเพลงได้หลากหลายตั้งแต่แบบที่อยู่ใต้ดินจนถึงบนดิน เพลงไทยสากล เพลงสากลตลาดๆ ทั่วไป หูฟังตัวนี้มักจะไม่ทำให้ผิดหวัง  ถ้าหากจะมีใครสักคนที่ไม่ชอบบุคลิกเช่นนี้เขาคนนั้นก็คงชอบเสียงอะไรที่ โปร่งๆ พลิ้วๆ ใสกระจ่างเหมือนน้ำกลั่น เลือกฟังแต่กับ source ดีๆ และไฟล์เพลงที่บันทึกมาดีๆ เท่านั้น

แต่ นั่นก็ทำให้เกิดคำถามที่น่าคิดอีกว่า จะมีสักกี่คนที่ยอมลงทุนควักกระเป๋าเพื่อซื้อหูฟังสักตัวแล้วมานั่งตีกรอบ จำกัดตัวเองอยู่ในพื้นที่แคบๆ เช่นนั้น ?
 
ตัวแทนจำหน่าย : บริษัท Dynamic International Product
โทร : 0-2261-3939
ราคา 7,490 บาท