รีวิว Nokia 7380

รีวิว Nokia 7380
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

สัดส่วนภายนอก หากจะเอ่ยถึงแฟชั่นโฟนแล้ว คงจะไม่มีใครเกินขาใหญ่แห่งโนเกียที่มีแฟชั่นโฟนออกมาล่อตาล่อใจไฮโซทั้งหลายแหล่ให้เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือกันเป็นว่าเล่น ถ้ายังจำกันได้เมื่อประมาณต้นปีที่แล้วก็มีออกมาเป็นคอลเล็กชั่น หรือรุ่นสะสมถึง 3 รุ่น อันได้แก่ 7260, 7270 และ 7280 และรุ่นสุดท้ายนี่แหละที่เรียกเสียงฮือฮาให้กับวงการมือถือเป็นอย่างมาก เพราะมันไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับโทรศัพท์มือถือทั่วไปเลย แถมยังแพงสุดๆ อีกด้วย โนเกียยังไม่จบเพียงเท่านั้น ยังออกตามมาอีก 3 รุ่น แล้วตั้งชื่อรวมของ 3 รุ่นนี้ว่า ลามูร์ คอลเล็คชั่น แต่พรีวิวหน้านี้จะขอกล่าวเฉพาะ 7380 ด้วยรูปทรงที่ดูคล้ายกับ 7280 วัสดุที่ใช้แตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด เพราะใช้ทั้งเซรามิค พลาสติก และกระจกเงา เมื่อนำมาประกอบเข้าด้วยกันแล้วดูหรูหราไฮโซเสียเหลือเกิน รวมไปถึงการประกอบที่ทำได้ดีกว่ารุ่นก่อน ไม่กรอบแกรบ การควบคุมทิศทางยังคงใช้เนวี่ สปินเนอร์ หรือปุ่มแบบหมุน ปุ่มตรงกลางเป็นไฟกระพริบสีส้ม ด้านหน้าเป็นกระจกเงาทั้งหมด ใช้ส่องหน้าตบแป้ง ทาลิปสติกได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อใช้โทรศัพท์ คราบความมัน หรือคราบแป้งจากใบหน้าของคุณผู้หญิงจะติดออกมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องทำความสะอาดทุกครั้งที่ใช้งาน ส่วนด้านข้าง และด้านหลังเป็นเซรามิค กับหนังแท้ มีกล้องดิจิตอล พร้อมแฟลช การใส่ซิมการ์ดไม่จำเป็นต้องใช้เหล็กแหลมจิ้มเพื่อนำซิมการ์ดออกแล้ว แต่เป็นการดันเลื่อนฝาปิดแทน ส่วนแบตเตอรี่ก็เป็นแบบในตัวเช่นเดิม ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้ ชำแหละเครื่องใน หน้าจอก็ยังคงใช้แบบเดิมที่ความละเอียด 104 x 208 พิกเซล 65,536 สี เปลี่ยนภาพพื้นหลัง และสกรีนเซฟเวอร์ได้ หรือาจจะเปลี่ยนธีมที่มีมาให้ในเครื่องก็ได้ ฟังก์ชั่นภายในแทบจะไม่แตกต่างจาก 7280 เท่าใดนัก มีเฉพาะกล้องที่กระโดดมาที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชมาให้ ถ่ายวิดีโอที่ถ่ายได้นานตามหน่วยความจำเครื่อง หรือประมาณชั่วโมงกว่าๆ เครื่องเล่นเอ็มพีสาม และวิทยุเอฟเอ็ม ก็ยังคงมีมาให้ฟังเหมือนเดิม โดยฟังผ่านชุดหูฟังแบบแฟชั่นสีขาว หน่วยความจำขนาด 52 เมกกะไบต์เมื่อเทียบกับความสามารถของเครื่องยังถือว่าน้อยเกินไป เก็บรูปถ่ายที่ความละเอียดสูงสุดได้ประมาณ 100 กว่ารูปเท่านั้น การบันทึกเสียงสามารถอัดได้ครั้งละ 60 นาที ส่วนการเชื่อมต่อถูกตัดพอร์ตอินฟราเรดออกไป มีมาให้เฉพาะบลูทูธเท่านั้น การต่ออินเตอร์เน็ตก็รองรับเฉพาะจีพีอาร์เอส และถูกตัดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างเอดจ์ออกไป เมนูก็ยังคงมีทั้งภาษาไทย และอังกฤษ แต่การพิมพ์ข้อความกลับไม่สามารถพิมพ์ข้อความภาษาไทยได้ ต้องใช้ภาษาอังกฤษแทน การโทรออกของรุ่นนี้อาจจะช้าไปบ้าง เพราะต้องหมุนเลือกตัวเลขเอา การใช้คำสั่งเสียงก็เป็นทางออกอีกทางซึ่งทำให้โทรออกได้อย่างรวดเร็ว แต่จะต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษ ตามชื่อที่ได้บันทึกไว้ ไม่จำเป็นต้องบันทึกเสียงลงก่อน การเปิดเมนูต่างๆ ด้วยเสียงก็เช่นกัน ฟังก์ชั่นพื้นฐานอย่างเครื่องคิดเลขกลับไม่มี อาจจะเป็นเพราะป้อนตัวเลขยาก โนเกียจึงตัดออกไป ส่วนเสียงเรียกเข้าก็รองรับทั้งแบบโพลีโฟนิค ใช้ไฟล์เสียงแบบเอ็มพีสามได้ กูรูฟันธง ณ เวลานี้ความหรูหราไฮโซคงจะไม่มีใครเกินโนเกีย 7380 รุ่นนี้อีกแล้ว เพราะทั้งการออกแบบ ลวดลาย วัสดุภายนอกที่ใช้ รวมไปถึงกล่องแบบโลหะ ซองใส่โทรศัพท์ สายร้อยโทรศัพท์ ดูแล้วมันช่างลงตัวไปหมดทุกอย่าง การประกอบแน่นสนิทดี กับราคาสองหมื่นกว่าบาท ผมว่ามันดูคุ้มค่ากว่าเครื่องประดับของคุณผู้หญิงบางชิ้นเสียอีกนะครับ ยังไงแล้วใครอยากจะหวดโทรศัพท์ที่เน้นแฟชั่นแต่ไม่ทิ้งเทคโนโลยี ผมว่าอย่าพลาดสิ่งนี่เป็นอันขาด จริงไหมลาล่า !! ข้อดี ตัวเครื่องหรูหรา ไฮโซ กล้อง 2 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช มีทั้งเครื่องเล่นเอ็มพีสาม และวิทยุ ใช้งานได้ด้วยคำสั่งเสียง มีบลูทูธในตัว ข้อเสีย ไม่มีปุ่มกดตัวเลข พิมพ์ข้อความไทยไม่ได้ เพิ่มหน่วยความจำไม่ได้ ไม่รองรับจาวา และเอดจ์ ราคาจำหน่าย 24,000 บาท
++ รายละเอียดคุณสมบัติของ Nokia 7380

สนับสนุนเนื้อหาโดย

เรื่องล่าสุดของ ไอที

ดู ไอที ทั้งหมด