รีวิว Nokia 6280

รีวิว Nokia 6280
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

สัดส่วนภายนอก เพียงได้จับ ลูบ และคลำมันครั้งแรกผมก็รู้สึกประทับใจซะแล้วและรับรองว่าคุณผู้อ่านก็น่าจะคิดเหมือนกันกับผม ที่กล้าบอกแบบนี้เพราะว่าการประกอบโดยรวม ทั้งการเลื่อนฝาสไลด์ออกไปทำได้ดีมาก ดีกว่า 6270 ที่มีข้อเสียตรงนี้มากมายเลยทีเดียว ระบบสไลด์แบบกึ่งอัตโนมัติยังคงไม่หายไปไหน แม้ว่ารุ่นนี้จะไม่ได้ใช้วัสดุเป็นโลหะเหมือนกับ 6270 ก็ตาม แต่ถ้าต้องเลือกผมยอมเลือกที่เป็นพลาสติกแต่ดูแข็งแรงดีกว่า สัดส่วนภายนอกแทบจะไม่มีอะไรให้ผมตำหนิติเตียนได้เลย อาจจะมีตรงปุ่มกดเปิดปิดเครื่องที่ขนาดเล็ก บางคนไม่ชอบ แต่ผมคิดว่าเล็กเอาไว้น่าจะดีกว่า เพราะเราคงไม่ได้ใช้เจ้าปุ่มนี้กันบ่อยนัก และจะได้ไม่เผลอไปปิดเครื่องเอาง่ายๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม น้ำหนักของมันและขนาดต้องยอมรับว่าลงตัวกว่า 6270 แบบไม่ต้องเทียบกันให้ยาก โอ๊ย ไม่รู้จะชมยังไงแล้ว ถ้าใครได้อ่านย่อหน้านี้แล้วชอบก็ตัดสินใจซื้อได้เลยโดยไม่ต้องอ่านหัวข้อถัดไป (พูดจริงๆ นะเนี่ย) พูดถึงส่วนประกอบให้ฟังกันโดยคร่าวแล้วกัน เผื่อว่าคุณจะมองเห็นภาพไม่ชัดเจน ด้านหน้านอกจากปุ่มที่อยู่ด้านล่างแล้ว ใกล้กับรูปหูฟังสนทนาจะมีเลนส์กล้องขนาดเล็กติดอยู่ ประโยชน์คงไม่ใช่อื่นใดนอกจากการใช้งานวิดีโอ คอลล์ ข้างซ้ายจะเห็นลำโพงที่มีพอร์ทอินฟราเรดติดอยู่ใกล้ๆ แบบเนียนมากจนมองแทบไม่รู้ และช่องเสียบการ์ดมินิ เอสดี ด้านขวาเป็นปุ่มปรับเสียงกับชัตเตอร์ หันหลังมาจะเจอกับเลนส์ตัวหลัก กระจก และไฟแฟลช ซึ่งฝาหลังอันนี้จะเป็นแบบชิ้นใหญ่ถอดเปลี่ยนทีเดียวทั้งหมด ไม่เหมือนกับของ 6270 ครับ ชำแหละเครื่องใน เมื่อเทียบราคากับ 6270 แล้ว รุ่นนี้จะแพงกว่านิดหน่อย แน่นอนว่าถ้าเสียเงินเยอะกว่าก็ต้องได้อะไรมากกว่าจริงไหม เท่าที่ลองเทียบสเป็กและกดเล่นอยู่นานพบว่ามีเพียงสามสิ่งเท่านั้นที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งก็คือ การรองรับเครือข่ายยูเอ็มทีเอส กล้องด้านหน้าที่นำมาใช้ในการสนทนาแบบเห็นหน้า แต่รู้สึกว่ามันจะใช้ในการถ่ายรูปแบบปกติไม่ได้นี่สิ สุดท้ายท้ายสุดและเด็ดที่สุดคือ การถ่ายวิดีโอด้วยความละเอียดสูงถึง 640 x 480 พิกเซล ทำได้ขนาดนี้จัดว่าอลังการน่าดู จอแสดงผลยังคงร้อนแรงเหมือนเคย ความละเอียดมากถึง 240 x 320 พิกเซล คงบอกอะไรได้แล้ว พร้อมทั้งจำนวนสีและขนาดของจอล้วนแล้วแต่อยู่ในขั้นที่งดงามมาก ใครเคยได้เห็นจอของ 6270 คงจะตระหนักเป็นอย่างดี ฟากของลำโพงมีความนุ่มของเสียงอยู่เยอะ ทำให้ไม่น่าจะได้ยินในสภาพแวดล้อมวุ่นวายอึกทึก แม้ว่าเสียงมันจะดังอยู่แล้ว แต่ผมคิดว่าคงจะกลืนไปกับเสียงรอบข้างแบบไม่ได้ตั้งใจให้เป็น ซื้อมาใช้ก็อย่าลืมเปิดสั่นด้วยแล้วกัน ช่วยได้พอสมควรเลย ส่วนเรื่องที่คิดกันว่าจะเป็นสเตอริโอเหมือนกับ 6270 ไหม ตอบได้เลยว่าไม่ใช่ครับ เพราะลำโพงมีอยู่ด้านซ้ายตัวเดียวเอง มาเรื่องกล้องดีกว่า ผมยังติดใจไม่หายที่กล้องด้านหน้าไม่สามารถถ่ายรูปตัวเองได้ ถึงจะไม่ชัดแต่ก็ขอให้ใส่มาเถอะขอร้องเลย ส่วนกล้องตัวหลักทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมเหมือนกับตัวเก่าอยู่แล้ว ถ้าใส่พวกมาโคร โหมดหรือออโต้ โฟกัสเข้ามานี่รับรองว่าได้คะแนนเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากผมไปเลย ความอึดอัดเกิดขึ้นเล็กน้อยเมื่อผมอยากโหลดเพลงและลองถ่ายรูปดูเยอะๆ แต่เมมโมรี่ในตัวมีอยู่แค่ 10 เมกะไบต์ ซึ่งโนเกียไม่ได้ให้มินิเอสดีมาด้วย เริ่มแรกไฟล์ในเครื่องก็เกือบเต็มแล้ว เลยไม่รู้จะเอาไปยัดไว้ตรงไหนดี อย่างไรก็ตาม หวังว่าโนเกียคงใจดีให้การ์ดขนาด 512 เมกะไบต์มาอีกครั้งนะ ความบันเทิงในเครื่องก็อย่างที่รู้กันอยู่นั่นแหละ มีวิทยุ เครื่องเล่นเอ็มพีสามที่ปรับอีควอไลเซอร์และสเตอริโอ ไวเด็นนิ่งได้ และก็เครื่องเล่นวิดีโอ ไม่เห็นมีอะไรพิเศษไปกว่านี้ครับ กูรูฟันธง เมื่อดูข้อดีกันไปแล้ว มาดูข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ แบบพอหอมปากหอมคอนิดหน่อยแล้วกัน การตั้งวิดีโอประจำรายชื่อเอาไว้จะทำให้เราไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้า เพราะวิดีโอจะใช้เสียงในตัวเป็นเสียงเรียกเข้าแทน ซึ่งดูแล้วตลกดีเหมือนกัน แต่คาดว่าจุดนี้น่าจะแก้ที่เฟิร์มแวร์ได้ไม่ยาก สรุปแล้วเป็นยังไงกันบ้างครับ หลังจากอ่านหัวข้อแรกไปแล้วตามด้วยการชำแหละเครื่องใน สำหรับผู้เขียนเองแล้วยังอยากได้อยู่ดี ยังไงรอให้ Nokia 6280 วางตลาดเมื่อไหร่ จะรีบไป...ดูทันที (ไม่มีตังค์ซื้อ) ข้อดี จอแสดงผลคมชัดทุกรายละเอียด มีกล้องด้านหน้าใช้คุยแบบวิดีโอ คอลล์ (เมืองไทยยังใช้ไม่ได้) กล้องตัวหลัก 2 เมกะพิกเซล รองรับเครือข่ายยูเอ็มทีเอส เพิ่มเมมโมรี่ด้วยมินิเอสดี การ์ด ถ่ายวิดีโอความละเอียด VGA ข้อเสีย หน่วยความจำในตัวมีน้อยไป กล้องด้านหน้าใช้ถ่ายรูปไม่ได้ การใช้เสียงจากคลิปวิดีโอแทนเสียงเรียกเข้า เสียงจากลำโพงนุ่มนวลไปหน่อย ราคาจำหน่าย 16,900 บาท
++ รายละเอียดคุณสมบัติของ Nokia 6280

สนับสนุนเนื้อหาโดย

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด