พรีวิว Nokia 2600 Classic

พรีวิว Nokia 2600 Classic
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

Preview Nokia 2600 Classic Nokia 2600 Classic Nokia 2600 Classicกลุ่มตลาดผู้บริโภคระดับเริ่มต้นถือเป็นกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งที่มีความต้องการใช้โทรศัพท์มือถือ ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานมัลติมีเดีย ในราคาที่ไม่สูงเกินไป และ Nokia ก็ตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ส่งโทรศัพท์มือถือที่มีคุณสมบัติดังกล่าวออกมาในชื่อรุ่น Nokia 2600 Classic Nokia 2600 Classic โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์อันทันสมัย รูปทรงเพรียวบาง และมีน้ำหนักเบา มาพร้อมกับหน้ากากแบบ Xpress-on ที่สามารถเปลี่ยนได้ โดยมีหน้ากากหลากหลายสีให้เลือกเปลี่ยนตามใจชอบ หน้าจอแสดงผลเป็นหน้าจอสีแบบ TFT LCD 65,536 สี ความละเอียด 128 x 160 พิกเซล ในส่วนของแผงปุ่มกดออกแบบแบบแบนเรียบติดกับเครื่อง แต่มีขนาดใหญ่ พร้อมวงแหวนล้อมรอบในแถวกลางของปุ่มกดเพิ่มสีสันให้กับเครื่องได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะเวลากดปุ่มจะมีไฟเรืองแสงขึ้นมา พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัลพร้อมกระจกเงาสำหรับถ่ายภาพตนเองอยู่ตรงกลางด้านบน ถัดลงมาตรงกลางมีตัวอักษร NOKIA แบบปั้มนูน และด้านล่างซ้ายมีช่องลำโพง และด้านขวาข้างเครื่องมีช่องสำหรับเสียบชุดหูฟัง ช่องเสียบสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB และช่องเสียบสายชาร์จไฟ รวม 3 ช่องด้วยกัน คุณสมบัติเด่นของเครื่องรุ่นอัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันบันเทิงเริ่มที่กล้องดิจิทัล แบบ VGA ความละเอียด 640 x 480 พิกเซล ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งบันทึกในรูปแบบไฟล์ JPEG ส่วนวิดีโอบันทึกในรูปแบบไฟล์ H.263 และ MP4 พร้อมด้วยฟังก์ชัน Radio สำหรับรับฟังวิทยุ FM Stereo ด้วยระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ โดยต้องเสียบชุดหูฟังเพื่อทำหน้าที่เป็นสาอากาศก่อนจึงจะรับฟังได้ และฟังผ่านลำโพงของเครื่องได้ และฟังก์ชันบันทึกเสียงโดยบันทึกเสียงได้นาน 1 นาทีและบันทึกในรูปแบบไฟล์ AMR นอกจากนี้ยังรองรับเสียงเรียกเข้าแบบ MP3 และรับส่งข้อความ E-mail ได้ ส่วนคุณสมบัติพิเศษก็มีฟังก์ชัน Prepaid tracker ซึ่งเป็นโปรแกรมคำนวณการใช้ค่าโทรแบบระบบเติมเงิน กับฟังก์ชัน Nokia Xpress Audio Messaging หรือข้อความคลิปเสียงสำหรับส่งไปให้ผู้อื่นรับฟัง ในส่วนของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนั้นมี WAP Browser 2.0 โดยเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย GPRS และ EDGE Class 10 ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อโอนถ่ายข้อมูลนั้นรองรับทั้งแบบผ่านสายดาต้าลิงค์แบบ USB กับแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.0 ปิดท้ายด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นแบตเตอรี่แบบ BL-5BT ที่สามารถรองรับการเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 580 ชั่วโมง และสนทนาต่อเนื่องได้นานสูงสุด 6 ชั่วโมง ขอขอบคุณ บริษัท M-Link จำกัด เอื้อเฟื้อโทรศัพท์มือถือในการทดสอบ

สนับสนุนเนื้อหาโดย
นิตยสาร First Mobile
Nokia 2600 Classic

แหล่งขาย PDA มือสอง ทุกยี่ห้อ พันกว่าเครื่อง ! http://classified.sanook.com/computer/288

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด