Marantz IS301 Hand Held Wireless Dock for iPod

Marantz IS301 Hand Held Wireless Dock for iPod
GM2000

สนับสนุนเนื้อหา

 

 

 

ถ้าเครื่องเล่นแผ่นเสียงคือตำนานของเครื่องเล่นใน
ยุคอะนาล็อก เครื่องเล่นซีดีคือผู้สืบทอดสายพันธุ์ของเครื่องเล่นที่เปลี่ยนมาเป็นระบบดิจิตอลตัวแรก แล้วคุณ
คิดว่ายุคต่อไปจากนี้ใครจะขึ้นมาครองตำแหน่งนี้ล่ะ...

ช้าก่อนครับ เราลืมเจ้า iPod ไปได้ไงเนี่ย
 
คิดว่าหลายคนยังไม่นับว่ามันเป็นตำนานหรอกนะ เพราะอายุขัยของมันยังสั้นเกินไป เอาล่ะ เวลามันคงเป็นเครื่องพิสูจน์อุปกรณ์ชิ้นนี้เอง ตอนนี้เรามีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งจากเครื่องเสียงที่มีชื่ออย่างมาร้านทซ์ กระโดดเข้ามาร่วมวงไพบูลย์กับอนาคตว่าที่ตำนานของเครื่องเสียงอีกเจ้าหนึ่ง

ชื่อรุ่นเป็น IS301 hand held wireless dock for iPod

จริงๆ มาร้านทซ์ไม่ได้เริ่มทำอุปกรณ์ต่อเชื่อม iPod ตัวนี้เป็นตัวแรก ถ้าจำไม่ผิด IS301 นี่เป็นรุ่นที่สองของอุปกรณ์เสริมที่มาร้านทซ์ทำขึ้นมารองรับกับ iPod จุดประสงค์ก็เพื่อใช้เป็นแหล่งโปรแกรมสำหรับชุดโฮมเธียเตอร์ที่มีเอวีรีซีฟเวอร์เป็นหัวใจหลัก คือถ้าคุณมี iPod สักรุ่นหนึ่งแล้วอยากจะเอาไปใช้ในโฮมเธียเตอร์ และเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องเสียงอย่างเดียวนะครับ ทั้งภาพ iPod ก็หาทางเอามาเอี่ยวด้วยใส่ลงไปให้ผู้บริโภคยอมรับ และนำไปใช้จนได้ ส่วนเรื่องของคุณภาพก็ค่อยว่ากันอีกที   

ก่อนอื่นเรามาดูฟังก์ชันหลักของ IS301 ซะหน่อยก่อนว่ามันจะชุบชีวิตให้ iPod ของเราขนาดไหน
IS301 หนึ่งชุดจะประกอบด้วยอุปกรณ์สามชิ้น



ชิ้นแรกมาร้านทซ์เรียกว่า handset เป็นอะแด็ปเตอร์ที่ประกบกับอุปกรณ์ในตระกูล iPod แล้วทำให้มันสื่อสารส่งสัญญาณเสียงแบบไร้สายได้ โดยการส่งผ่านจะเป็นโปรโตคอลของสัญญาณ Bluetooth? A2DP ที่ทำขึ้นมารองรับการส่งสัญญาณเสียงผ่านทางสื่อนี้โดยเฉพาะ คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะเดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือ หรือพวกคอมโพเน้นต์หรูๆ หน่อยก็เสนอตัวรองรับการส่งผ่านโดยใช้สัญญาณตัวนี้กันเต็มไปหมด ข้อดีของ handset ตัวนี้นอกจากมันจะทำตัวเป็นเจ้าหน้าที่สื่อสารแล้ว มันยังมีฟังก์ชันในการควบคุณคำสั่งสอง-สามคำสั่งของรีซีฟเวอร์ผ่านทางสัญญาณบลูทูธ อย่างเปิด-ปิด, เพิ่มลดวอลุ่ม และการเปลี่ยนอินพุต ด้านข้างยังจะช่วยในคุณเสียบต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ได้แทนสายของแอปเปิ้ลที่ให้มาด้วย

ชิ้นที่สอง คือ Base Unit ชื่อก็บอกว่าเป็นฐานของชุดดังเพลงชุดนี้ ตัวคอนเน็กเตอร์ใช้ร่วมกับตัว handset เท่านั้น เพราะด้วยตัวมันต้องใช้งานร่วมกับอะแด็ปเตอร์ขนาด 8 โวลต์ เมื่อเสียบชุด handset ที่มี iPod อยู่ด้วยมันจะทำการชาร์จไฟให้คุณอัตโนมัติ รูปร่างหน้าตามาร้านทซ์ออกแบบมาสวยดีครับ เป็นทูโทนเหมือนเครื่องเสียงชิ้นหนึ่งใช้สีดำ และสีบรอนซ์เป็นหลัก ในการติดตั้งใช้งานเจ้า base unit ตัวนี้เราสามารถเอาไปแขนไว้บนผนังได้เผื่อบางคนที่เบื่อกับการตั้งโชว์บนโต๊ะ หรือพื้นที่ๆ ไม่อำนวยให้ แต่มีข้อแม้อยู่นิดหนึ่งตรงที่ต้องทำให้เมื่อเสียบชุด handset ต้องให้ iPod มันอยู่ในลักษณะที่ขนานกับพื้น โดยการผลิตมาด้านหลังแล้วดันตรงช่องด้านล่างตัวหนังสือ ขั้วเสียบก็จะแขวนลอยออกมาเพื่อให้เสียบ handset ได้อย่างอุ่นใจ ด้านหลังคุณจะเห็นช่องเสียบ RJ45 อยู่สองด้านซ้ายขวาแยกเป็น A(Audio) กับ V(Video) ประโยชน์ของสายทั้งคู่มันเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพ และการติดตั้ง ด้านข้างจะมีสวิตช์สไลด์ให้เลือกชนิดของสัญญาณภาพได้ตั้งแต่ S-Video/Component และ Video และไม่ต้องเป็นห่วงถ้าจะวางฐานตัวนี้ไว้หลังเครื่องเสียง เพราะมียางอย่างดี ไม่ลอก ไม่เปื่อยแปะทับกันรอยขูดขีดได้อย่างหมดปัญหา

ชิ้นสุดท้ายที่เป็นหัวใจสำคัญของการนำข้อมูลต่างๆ ส่งต่อไปให้กับปลายทาง ในแบบสัญญาณอะนาล็อกทั้งภาพ และเสียง มาร้านทซ์ใช้รหัสเป็น IS301RX เรียกอย่างเข้าใจกันง่ายๆ ว่า Extender ครับ ด้านหนึ่งที่ต้องมีเสาก็เพราะรับสัญญาณบลูทูธตรงจากอะแด็ปเตอร์ส่วนด้านหนึ่งก็รับสัญญาณทั้งภาพและเสียงผ่านทางสาย CAT5 (มีมาให้ในกล่องขนาดความยาวประมาณ 1 เมตรสองเส้น) ด้านหลังนอกจากจะมีขั้วต่อสายทั้งภาพและเสียงจนครบแล้วที่ขาดไม่ได้คือช่อง Ext. control ทั้งแบบ มินิโฟนแจ๊ค และแบบ RCA เอาไว้เพิ่มเติมความสะดวกจากรีโมตของ IS301 ที่ให้มาด้วย โดยเซ็นเซอร์รับอยู่ที่ตัวฐานของ IS301  คือถ้าไม่ได้ต่อแจ๊คนี้ไปเข้ากับรีซีฟเวอร์รีโมตคอนโทรลของ IS301 ที่ให้มาด้วยก็ไม่ต้องเอาออกจากกล่องก็ได้ครับ

การติดตั้ง หลักๆ แล้วมีสองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นการเลือกสัญญาณภาพและเสียงจากตัว Extender ไปที่รีซีฟเวอร์เข้าที่ช่องใดช่องหนึ่ง อีกเส้นหนึ่งก็จะเป็นสายคอนโทรล ในเอวีรีซีฟเวอร์ตระกูล RX ทั้งหมดของมาร้านทซ์ รองรับกับระบบคอนโทรลผ่านทาง IS-301 ตัวนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา เมื่อเสียบเสาอากาศและต่ออะแด็ปเตอร์ไฟเรียบร้อยการทำงานที่ง่ายที่สุดคือการให้มันคุยกันผ่านทางบลูทูธ วิธีการที่ทำให้มันคุยกันก็เหมือนการเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สายทั่วๆ ไปที่ต้องเลือกแชนเนลของตัวรับ (ในที่นี้คือ Extender) และตัวส่ง (handset) จากการกดไปที่ปุ่ม ‘mode’ และ ‘pairing ตามลำดับ  

แต่รับทราบไว้อย่างหนึ่งว่าแค่ระบบเสียงเท่านั้นที่คุยกันแบบไร้สาย ถ้าอยากเอาภาพออกมาจาก iPod ก็ต้องต่อสาย CAT5 ทั้งสองเส้นแบบที่เดินไว้ในวงแลน แนะนำว่าสำหรับ extender ให้ตั้งอยู่ไม่ห่างจากเอ/วี รีซีฟเวอร์มากนักเพราะการเชื่อมต่อบังคับอยู่ที่ความยาวของสายอะนาล็อกเหล่านี้ ซึ่งคงไม่มีใครอยากลากกันยาวๆ ที่สำคัญต้องใช้ถึงสาม-สี่เส้น นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมมาร้านทซ์ถึงได้ออกแบบ IS301 มาด้วยการใช้ CAT5 เพราะมันโยกได้ยาวกว่า และสายก็ราคาไม่โหดร้าย คุณต้องเลือกเอาเองว่าจะตั้งฐานเบสของ iPod เอาไว้ที่ไหน ไม่แน่อาจจะเป็นอีกห้องหนึ่ง หรืออีกโซนหนึ่งก็เป็นไปได้ CAT5 มันมีโอกาสยาวได้ถึง 100 เมตรในแบบที่ยังคงใช้งานได้อยู่ ในการใช้งานคุณไม่ต้องกลัวว่าจะสวิตช์การทำงานระหว่างไร้สาย กับ CAT5 ตัวฐานจะสับไปที่สัญญาณที่ดีกว่า (CAT5) เองอัตโนมัติ

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด