วิสัยทัศน์เอเซอร์ชูแบรนด์ซินเนอร์ยีเปิดเกมรุกตลาด

วิสัยทัศน์เอเซอร์ชูแบรนด์ซินเนอร์ยีเปิดเกมรุกตลาด
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ฐานเศรษฐกิจ : "เอเซอร์" โชว์วิชันบริหารงานก้าวต่อไป เร่งสร้าง "แบรนด์ แวลู" ผสานองค์กรภายใต้แบรนด์เดียว พร้อมการทำงานโดยใช้แนวคิด "I care" เผยเตรียมแตกไลน์ผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น และสนับสนุนงานด้าน R&D สนองความต้องการสูงสุดแก่ลูกค้า สำหรับกลยุทธ์การตลาดปีนี้ เอเซอร์ แข่งดุทุ่มงบกว่า 90 ล้านบาท หวังดึงส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น นายเจ ที หวัง ประธานบริษัทเอเซอร์ อิงค์ เปิดเผยถึงภาพรวมและทิศทางของ เอเซอร์ในตลาดโลก ไอที และการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ว่า บริษัทได้ดำเนินการปรับยุทธศาสตร์ ธุรกิจใหม่ โดยเน้นการเปลี่ยนแปลงจากผู้ผลิตไปสู่บริษัทที่ทำงานด้านการตลาดและการให้บริการแก่ลูกค้าเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็จะมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าตราสินค้า หรือแบรนด์ แวลู ภายใต้แนวคิด "I care" ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ (Innovative), ห่วงใย (Caring), มีคุณค่า (Added Value) เชื่อถือได้ (Reliable) และง่าย (Easy) เนื่องจากปัจจุบันต้องยอมรับว่าความสำเร็จของธุรกิจที่อาศัย ตราสินค้าเป็นจุดขาย จะต้องทำให้ลูกค้ามีการรับรู้ และเชื่อในคุณภาพของตราสินค้านั้นๆ ก่อน จึงจะเกิดการยอมรับและตัดสินใจซื้อ สำหรับแนวทาง ปฏิบัติเพื่อให้เกิดการสร้างคุณค่าในตราสินค้า บริษัทได้ใช้กลยุทธ์ "สามผสานเป็นหนึ่ง" (Three-one) โดยการรวบบริษัท ชื่อ แบรนด์และทีมบริหารที่มีอยู่ทั่วโลกให้มาอยู่ภายใต้มาตรฐานการบริหารและแบรนด์ เอเซอร์ เพียงแบรนด์เดียว อีกทั้งยังใช้กลยุทธ์ "สามแตกเป็นทวีคูณ" (three-multiple) ซึ่งหมายถึงขยายจำนวนซัพพลายเออร์ ผลิตภัณฑ์ในเครือ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่าย ออกไปให้กว้างขึ้น นอกจากนี้จากการที่เอเซอร์เล็งเห็นว่า ผลจากการพัฒนาเทคโนโลยีในปัจจุบันมีความก้าวหน้าอย่างมากจนบางครั้งทำให้ผู้ใช้ตามไม่ทัน ทำให้บริษัทคิดที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในการลดช่องว่างด้วยการตั้ง Valued Tech nology R&D Lab เพื่อทำการศึกษาวิจัยด้านรูปแบบของการบริหารธุรกิจ การสร้างแบรนด์ การทำตลาด และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้เอเซอร์ได้ตั้งงบประมาณไว้ประมาณ 300 ล้านบาท สำหรับการศึกษาวิจัยในอีก 5 ปี นายหวังยังกล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนในปีนี้ว่า โดยรวมบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับธุรกิจในส่วนของคอมพิวเตอร์พีซี ขณะเดียวกันยังขยายการทำตลาดไปยังสินค้าประเภทอื่นมากขึ้นด้วย อาทิ จอแอลซีดี อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบใยแก้วนำแสง และโปรเจ็ก-เตอร์ ส่วนด้านการตลาดบริษัทได้วางแผนที่จะจัดกิจกรรมด้านการตลาดให้มากขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีศักยภาพด้านการเติบโตสูง อาทิ ประเทศไทย โดยเล็งเห็นว่าเป็นประเทศที่มีจำนวนการใช้เครื่องพีซียังอยู่ ในอัตราที่ต่ำ และมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงน่าจะเป็นแรงกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศได้ นอกจากนี้เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ ประเทศไทย ยังมีความพร้อมด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมธุรกิจในประเทศไทย ด้านนายแฮร์รี่ หยาง กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอเซอร์ คอมพิวเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้กล่าวเสริมว่า การทำตลาดของเอเซอร์จะ ยึดหลักการเข้าถึงความต้องการสูงสุดของลูกค้า ซึ่งจะมีหัวใจในการทำงานอยู่ 3 ประการ คือ ด้านความเร็วในด้านเทคโนโลยี ความสามารถในการผลิตด้วยต้นทุนต่ำ และการสร้างคุณค่า ทั้งด้านบริการ การจัดส่ง และด้านการเงิน สำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปีนี้จะมุ่งการทำตลาดไปยังกลุ่มตลาดทางด้านการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มองค์กรธุรกิจมากขึ้น โดยกลยุทธ์หลักในปีนี้ คือการขยายสาขาเพิ่มเป็น 12 สาขา จากเดิมที่มีอยู่ 8 สาขา และเพิ่มบริษัทคู่ค้าจากเดิมที่มีอยู่ 400 ราย ให้เป็น 600 ราย รวมถึงเพิ่มเครือข่ายให้บริการทั่วประเทศจากเดิมที่มีอยู่ 107 สาขา ให้เป็น 150 สาขา ขณะเดียวกันยังได้เพิ่ม งบการตลาดเป็น 90 ล้านบาท จากเดิม 40 ล้านบาท เพิ่มจัดกิจกรรมตลาดและโปรโมชันส่งเสริมการขาย โดยในปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าหมาย การเติบโตไว้ประมาณ 50% จากเดิมเติบโตขึ้น 40% "เป้าหมายสำคัญในปีนี้ จะอยู่ภายใต้นโยบาย 1-2-3-4-5 คือ "1" หมายถึงก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดด้านคอมพิวเตอร์พีซี และโน้ตบุ๊ก ให้ได้, "2" คือมียอดขายเครื่องแม่ข่ายหรือ เซิร์ฟเวอร์ระดับกลางและล่าง 2,000 เครื่อง , "3" มียอดขายโน้ตบุ๊ก 30,000 เครื่อง, "4" มียอดขายเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับผู้ใช้ตามบ้าน 40,000 เครื่อง และ "5" มียอดขายเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับองค์กร 50,000 เครื่อง" ส่วนตลาดในกลุ่มคอมพิวเตอร์มือถือ หรือพีดีเอ บริษัทเอเซอร์ฯ คาดว่าในปีนี้ จะขายได้ประมาณ 5 แสนเครื่อง นอกจากนี้ ยังได้ทำการพัฒนา "คอมมูนิเคเตอร์" อุปกรณ์ที่ผสานประสิทธิภาพของเครื่องพีดีเอ กับฟังก์ชันการติดต่อสื่อสาร ซึ่งคาดว่าจะออกวางตลาดในระหว่างไตรมาส 4 ของปีนี้ ถึงไตรมาสแรกของปีหน้า

เรื่องล่าสุดของหมวด Tech Update

ดูหมวด Tech Update ทั้งหมด