ยอดจองเครื่องคอมฯไอซีทีทะลุแสนเครื่องแล้ว

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

สำนักข่าวไทย : ยอดจองคอมพิวเตอร์ไอซีที ด้วยเงินสดทะลุ ๑ แสนเครื่องแล้ว ซึ่งกระทรวงไอซีทีได้ลงนามกับผู้ประกอบการ 12 รายเพื่อประกอบเครื่องส่งมอบให้ลูกค้า ล็อตแรก 1 แสนเครื่องจะส่งถึงมือผู้ซื้อได้ในเดือนกรกฎาคม ก่อนจะเปิดให้จองในล็อตต่อไป นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวว่า ขณะนี้มียอดจองเครื่องคอมพิวเตอร์ไอซีที เพื่อคนไทยด้วยเงินสดจำนวน 108,663 เครื่อง แบ่งเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 99,589 เครื่อง และโน๊ตบุ๊ค 9,080 เครื่อง ส่วนยอดจองแบบขอสินเชื่อผ่านธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ยังไม่มีการสรุปตัวเลขล่าสุด เนื่องจากต้องรอการอนุมัติสินเชื่อเสียก่อน ซึ่งปกติจะใช้เวลา 3 วัน กระทรวงไอซีทีได้เซ็นสัญญาบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับผู้ประกอบเครื่องให้กับโครงการทั้ง 12 รายแล้ว ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงจะออกตรวจเยี่ยมโรงงานผลิต เพื่อจัดสรรจำนวนตามศักยภาพของแต่ละราย และเริ่มทำการผลิต คาดว่า 100,000 เครื่องแรกจะจัดส่งได้ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงไอซีที ยังเปิดให้ประชาชนจองผ่านสถานบริการไปรษณีย์ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ สำหรับศักยภาพการผลิตของผู้ประกอบการทั้ง 12 ราย มีกำลังผลิตรวมกัน 60,000 เครื่อง/เดือน ทำให้มีผู้ประกอบการพีซีในประเทศอีก 2 ราย คือ ลิเบอร์ต้า และโพเวลล์ เข้าร่วมโครงการ ซึ่งทั้ง 2 รายจะมีกำลังการผลิตเพิ่มอีก 15,000 เครื่อง/เดือน นพ.สุรพงษ์ กล่าวหลังจากวันที่ 31 พฤษภาคม จะปิดรับจอง พร้อมกับต้องพิจารณาการเปิดจองในเฟสต่อไปอีกครั้ง เพื่อให้ครบ 1 ล้านเครื่องตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เนื่องจากปัจจุบันยังติดขัดด้านปัญหากำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอ ส่วนสเปคเครื่องในช่วง 6 เดือนนับจากนี้คาดว่าจะยังเป็นสเปคเดิมไปก่อน จนกว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลง สำหรับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คราคา 20,500 บาทนั้น เดิมทีมีเพียงฮิลเลตต์-แพคการ์ด (HP)เพียงรายเดียวที่เสนอเข้ามา แต่ในวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคมนี้ จะพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบเพิ่มอีก 1 รายพร้อมกับปรับสเปคเพิ่มด้วยการเพิ่ม CD-ROM และเพิ่มราคา เพิ่มอีก 1,000 บาท พร้อมเปิดโอกาสให้กับผู้ที่จองโน้ตบุครุ่นเดิมให้แจ้งความจำนงเปลี่ยนแปลงรุ่นได้ ส่วนแผนการฝึกอบรมการใช้โปรแกรมลีนุกซ์ ที่ติดตั้งไปกับคอมพิวเตอร์ไอซีทีนั้น ขณะนี้มีทั้งสถาบันการศึกษา และศูนย์ฝึกอบรมภาคเอกชน แสดงความจำนงที่จะฝึกอบรมให้ฟรี อีกทั้งมีผู้เสนอจัดพิมพ์คู่มือการใช้ให้ฟรีด้วยเช่นกัน ซึ่งจะมีการสรุปอีกครั้ง ส่วนกรณีที่มีผู้ประกอบคอมพิวเตอร์ในภูมิภาครวมตัวกันจัดจำหน่ายคอมพิวเตอร์ราคาถูกเช่นเดียวกันนั้น นพ.สุรพงษ์ มองว่าถือเป็นสิ่งที่ดี ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ แต่ผู้ค้าต้องควบคุมคุณภาพให้ดีด้วย และกระทรวงก็ไม่มีนโยบายทำการค้าแข่งขันกับเอกชนอยู่แล้ว สำหรับการประกอบคอมพิวเตอร์ไอซีทีนั้น ผู้ประกอบการได้คิดค่าใช้จ่ายในการประกอบไว้ในอัตราเครื่องละ 300 บาท