คอมพ์ไทยครึ่งปีหลังแรงไม่ตกผู้ค้าชี้ตลาดตื่นกระแสเครื่องถูก

คอมพ์ไทยครึ่งปีหลังแรงไม่ตกผู้ค้าชี้ตลาดตื่นกระแสเครื่องถูก
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ฐานเศรษฐกิจ : ผู้ค้าคอมพ์โลคัลแบรนด์ เชื่อแรงหนุนเครื่องราคาถูก ช่วยดันตลาดครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง เอเทคชี้ตัวเลขอาจโตถึง 100% เตรียมดันโน้ตบุ๊กราคา 27,900 บาท ลงตลาด ด้านคอมพิวเทค เตรียมขยายกำลังการผลิตรับ คาดสัดส่วนขายคอมพ์ราคาถูก 50% นายนิธิพัฒน์ ลิ่มวานิชรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทเอเทค คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดคอมพิวเตอร์โลคัลแบรนด์ในครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผลของการผลักดันคอมพิวเตอร์ราคาประหยัดของกระทรวงไอซีที ทำให้ราคาคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยลดลงมาเหลือประมาณ 10,000-12,000 บาท ซึ่งทำให้เกิดความต้องการคอมพิวเตอร์ในตลาดมากขึ้น เนื่องจากราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นทั้งนี้คาดว่าในครึ่งปีหลังตลาดจะมีตัวเลขการเติบโตประมาณ 20-50% หรืออาจมีตัวเลขการเติบโตมากถึง 100% ส่วนกลยุทธ์การตลาดของบริษัทที่สำคัญคือดำเนินโครงการคอมพิวเตอร์เอเทคสุดคุ้ม ซึ่งมีราคาจำหน่ายเบื้องต้นที่ 12,900 บาทอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ได้เตรียมขยายกำลังการผลิตไว้รองรับไม่ต่ำกว่า 10,000 เครื่องขณะเดียวกันยังได้เตรียมผลิตคอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือโน้ตบุ๊กเอเทค รุ่นสุดคุ้ม ซึ่งใช้ตัวประมวลผลเอเอ็มดี แอธลอน ความเร็ว 1800+ หน่วยความจำแบบดีดีอาร์แรม ฮาร์ด ดิสก์ 20 กิกะไบต์ จอภาพ 14.1 นิ้ว พร้อมซีดี-รอมไดรฟและฟลอบปี้ไดรฟ์ ราคาจำหน่าย ประมาณ 27,990 บาท ออกสู่ตลาดประมาณต้นเดือนกรกฎาคมนี้ โดยเปิดให้ลูกค้าจองในงานไทยแลนด์อิเล็กทรอนิกส์ 2003 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และคาดว่าจะสามารถส่งสินค้าล็อตแรกจำนวน 2,000 เครื่องได้ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2546 นายนิธิพัฒน์กล่าวต่อไปว่า ในอดีตที่ผ่านมาราคาคอมพิวเตอร์ในตลาดมีการลดราคาลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันราคาคอมพิวเตอร์ลดลงมาถึงจุดต่ำสุด ซึ่งมองว่าช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคในการซื้อคอมพิวเตอร์ เพราะระยะต่อจากนี้ไปคอมพิวเตอร์คงมีการขยับราคาขึ้นไปอีก เนื่องจากขณะนี้วัตถุดิบบางประเภทมีการปรับราคาขึ้น แล้ว อาทิ หน่วยความจำ ซึ่งอาจทำให้ราคาคอมพิวเตอร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5-10% ด้านนายพลากร จิรโสภณ ผู้จัดการฝ่ายขายโครงการ บริษัทคอมพิวเทค ไมโครซิสเท็ม จำกัด ผู้จำหน่ายคอมพิวเตอร์โลคัลแบรนด์ยี่ห้อ "เลเซอร์" กล่าวในทำนองเดียวกันว่าคอมพิวเตอร์ไอซีที สร้างให้เกิดมาตรฐานคอมพิวเตอร์ราคาต่ำ ประมาณ 12,900-14,900 บาท ในตลาดขึ้นมา จากเดิมคอมพิวเตอร์มีราคาต่ำสุด 19,000 บาท และช่วยกระตุ้นให้เกิดกลุ่มตลาดใหม่ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ระดับล่าง โดยขณะนี้ตลาดดังกล่าวยังมีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะเป็นตลาดที่สำคัญในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับกระแสการเติบโตของตลาดดังกล่าวทำให้ขณะนี้บริษัทได้เตรียมพร้อมสำหรับการเพิ่มกำลังการผลิตเอาไว้จาก 2,000-3,000 เครื่องต่อเดือน เป็น 5,000 เครื่องต่อเดือน ขณะเดียวกันยังมีแผนปรับกลยุทธ์การทำตลาดให้มีลักษณะเป็นแมส คือขายมากขึ้น กำไรลดลง เพื่อขยายฐานตลาดออกให้มากที่สุดโดยคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังสัดส่วนการขายจะมาจากยอดขายคอมพิวเตอร์ราคาประหยัดประมาณ 50% ขณะที่นางสาวพรรณี ชมภูชัยเกิด ผู้จัดการแผนกการตลาด บริษัทเบลต้า คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทเชื่อว่าผลจากการเกิดของโครงการคอมพิวเตอร์ไอซีที ทำให้ความต้องการใช้งานคอมพิวเตอร์ภายในประเทศมีมากขึ้น และส่งผลให้แนวโน้มตลาดคอมพิวเตอร์ในครึ่งปีหลัง มีการเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน โดยคาดว่าภาพรวมทั้งปีตลาดคอมพิวเตอร์จะมีการเติบโตขึ้นประมาณ 30-50% ซึ่งผลจากการเติบโตของตลาดต่อเนื่องบริษัทได้ปรับกลยุทธ์การทำตลาดครึ่งปีหลังใหม่เพื่อรองรับโดยขณะนี้ได้มีการเตรียมพร้อมทางด้านบุคลากรเพื่อรองรับกับการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังได้เตรียมความพร้อมในส่วนของผลิตภัณฑ์ โดยแบ่งผลิตภัณฑ์เป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. กลุ่มสินค้าระดับล่าง 2. กลุ่มสินค้าระดับกลาง และ 3.กลุ่มสินค้าระดับบน ขณะเดียวกันยังได้ปรับแผนการตลาดใหญ่ โดยมุ่งเน้นการทำตลาด จะแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ 1. การทำตลาดสินค้าในลักษณะของโวลุ่ม ซึ่งจะมุ่งเน้นการทำตลาดสินค้าระดับล่างไปถึงผู้ใช้โดยตรง อาทิ การจัดโปรโมชัน และการแสดงสินค้า 2. การทำตลาดสินค้าระดับบน ซึ่งมุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่เพื่อสร้างภาพลักษณ์สินค้า นอกจากนี้ยังมีแผนมุ่งเน้นการให้บริการหลังการขายมากขึ้นด้วย นางสาวพรรณี กล่าวต่อไปว่าภายหลังจากการเกิดของคอมพิวเตอร์ไอซีทีได้วางเป้ายอดขายในปีนี้ไว้ 105,000 เครื่อง มียอดการเติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 100% ซึ่งคาดว่าจะเป็นยอดขายจากคอมพิวเตอร์รุ่นศรีธนญชัย ราคา 13,990 บาท ประมาณ 30%