ผู้ค้าฟันธงปี47อุปกรณ์ขาดตลาดคอมพ์ปรับราคา

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ฐานเศรษฐกิจ : ผู้ประกอบการคอมพิวเตอร์ ค่ายเอ.อาร์.เปิดใจราคาคอมพ์โน้ตบุ๊กปี 47 เตรียมปรับตัวเพิ่มขึ้นหลัง ผู้บริโภคมีความต้องการต่อเนื่อง หลังคอมพ์เอื้ออาทรกระตุ้นตลาดส่งผลให้ชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ & แรมขาดตลาด เตรียมกำหนดมาตรฐานคอมพิวเตอร์เพิ่มทางเลือกให้ประชาชนก่อนตัดสินใจซื้อคอมพ์ นายวิโรจน์ อัศวรังสี ผู้จัดการทั่วไปบริษัทเอ.อาร์. อินฟอร์เมชั่น แอนด์ พับลิเคชัน จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาเครื่องคอมพิวเตอร์ในอนาคตคาดว่า ราคาเครื่องคอมพิวเตอร์ในต้นปีหน้า (พ.ศ. 2547) เครื่องคอมพิวเตอร์จะมีราคาที่สูงขึ้นเนื่อง จากเกิดภาวะชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์อาทิเช่น ฮาร์ดดิสก์, แรม เริ่มขาดตลาด เนื่องจากความต้องการของประชาชนที่ต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น อี กทั้งไม่มีปัจจัยจากโครงการคอมพิวเตอร์เอื้ออาทรมากระตุ้นอย่างเช่นในปีนี้ โดยคาดว่าราคาจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคมของปีนี้เป็นต้นไป และคาดว่าราคาขั้นต่ำในปลายปีนี้จะอยู่ที่ประมาณเครื่องละ 24,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ผู้ประกอบการจะสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ส่วนสถานการณ์ ราคาโน๊ตบุ๊กก็จะสูงขึ้นเช่นเดียวกัน สำหรับตลาดโดยรวมของเครื่องคอมพิวเตอร์ในปีนี้คาดการณ์ว่าจะมียอดการจำหน่ายทั้งสิ้นประมาณ 1 ล้าน 2 แสนเครื่อง โดยแบ่งเป็นในครึ่งปีแรกคือตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามียอดจำหน่ายทั้งหมด 4 แสนเครื่อง และในครึ่งหลังของปีคือตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงเดือันวาคมจะมียอดจำหน่ายอีก 8 แสนเครื่อง ซึ่งจากประมาณการดังกล่าวแบ่งเป็นสัดส่วนของโนตบุ๊กได้ถึง ร้อยละ 40 พร้อมกับคาดว่าในปี 2547 โนตบุ๊กจะมีสัดส่วนที่โตขึ้นถึงร้อยละ 5-10 จาก สัดส่วนเดิมที่มีอยู่ ด้านนายภาคภูมิ ขรรค์วิไลกุล บรรณาธิการบริหารนิตยสารคอมมาร์ต บริษัทเอ.อาร์. อินฟอร์เมชั่น แอนด์ พับลิเคชัน จำกัด เปิดเผยว่า จากที่รัฐบาลได้ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จัดทำโครงการคอมพิวเตอร์เอื้ออาทรขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้ คอมพิวเตอร์ทั้งรายใหม่และรายเก่าตื่นตัว รวมทั้งผู้ประกอบการคอมพิวเตอร์ก็มีการลดราคาคอมพิวเตอร์ลงเพื่อแข่งขันกับราคาของคอมพิวเตอร์เอื้ออาทรของกระทรวงไอซีที จึงทำให้ราคาคอมพิวเตอร์ในตลาดปัจจุบันลดลงส่งผลให้ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อคอมพิวเตอร์ได้ในราคาถูก แต่ผู้ที่ไม่มีความชำนาญด้านคอมพิวเตอร์อาจจะซื้อคอมพิวเตอร์ที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับราคาที่ต้องเสียไป ดังนั้นบริษัทเอ.อาร์.ฯ ได้คิดพัฒนาวิธีกำหนดมาตรฐานและเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์หรือเรียกว่า Spec Bench 2003 ขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวที่ทำหน้าที่ประมวลผลความเร็วการทำงานของคอมพิวเตอร์หรือเรียกว่า SpeedMark และจะทำการคำนวณความสามารถในการใช้งานของสเปกคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่า SpecMark ด้วย ซึ่งตัว SpecBench 2003 ที่บริษัทคิดค้นขึ้น จะเป็นแอพพลิเคชันที่จะช่วยเป็นแนวทางในการตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์ของผู้ที่ยังขาด ประสบการณ์ โดยจะอาศัยเปรียบเทียบกับสเปกคอมพิวเตอร์เอื้ออาทรของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นตัวตั้ง และนำเสนอค่าตัวเลขเปรียบเทียบในขั้นตอนสุดท้าย โดยผู้ที่สนใจจะซื้อคอมพิวเตอร์สามารถที่จะวัดและประเมินความคุ้มค่าของคอมพิวเตอร์ที่จะซื้อได้ด้วยตนเอง โดยใช้ SpecBench 2003 และสำหรับผู้ขายคอมพิวเตอร์ก็สามารถใช้หน่วย ict ที่ได้จาก Spec Bench 2003 นี้ในการอธิบายให้ผู้ซื้อเข้าใจในประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ง่าย ขึ้นด้วย โดยจะมีการกำหนดสเปกของคอม-พิวเตอร์ต้นแบบไว้ 3 สเปกคือ 1. Standard Spec 2. Professional Spec 3. Home Entertainment Spec ซึ่งจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะช่วยในการตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์ของประชาชน นายภาคภูมิกล่าวเพิ่มเติมถึงมาตรฐานราคาเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในอนาคตและพฤติกรรมของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ว่า จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มคือ 1. ราคาช่วง 15,000-20,000 บาท โดยจะเป็นเครื่องที่มี Spec ในระดับพื้นฐานโดยทั่วๆ ไป ซึ่งเหมาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่ยังไม่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์ และส่วนใหญ่ผู้ที่จะซื้อคอมพิวเตอร์ที่มี Spec พื้นฐานจะเป็นผู้ที่สนใจในเรื่องราคามากกว่า Spec การใช้งาน 2. ราคาตั้งแต่ 29,000 บาทขึ้นไป