ฮาร์ดไดรฟ์แบบภายนอกใหม่ ทั้งง่าย ทน และเย็นที่สุดจากซีเกท

ฮาร์ดไดรฟ์แบบภายนอกใหม่ ทั้งง่าย ทน และเย็นที่สุดจากซีเกท
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

M-Web : ซีเกทผู้นำฮาร์ดไดรฟ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ได้เปิดตัว ฮาร์ดไดรฟ์แบบภายนอก (External Hard Drive) และออกวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาแล้ว ด้วยดีไซน์ที่เท่ เฉียบมาก ทนทานทุกสภาวะ พร้อมด้วยปุ่มกดเพื่อแบ็กอัพ และซอฟต์แวร์สำหรับแบ็กอัพที่ได้รับรางวัลมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีปุ่มปิด เปิด เพื่อประหยัดพลังงาน และเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งฮาร์ดไดรฟ์แบบภายนอกของซีเกทตัวใหม่นี้พัฒนามาด้วยเงื่อนไขที่ว่าต้องตอบสนองความต้องการสูงสุดของผู้ใช้ อย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อนจากฮาร์ดไดรฟ์ใดทั้งสิ้น นายไบรอัน เด็กซ์ไฮเมอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขาย การตลาด และการให้บริการลูกค้าของซีเกท กล่าวว่า "ผู้ใช้คิดว่าฮาร์ดไดรฟ์แบบภายนอกเป็นเหมือนตู้ล็อกเกอร์ หรือกระเป๋าหิ้วสำหรับเก็บข้อมูล ดังนั้นเราจึงผลิตฮาร์ดไดรฟ์แบบภายนอกออกมาให้ใช้งานได้ง่ายที่สุด ที่คุณสามารถเก็บรูป เพลง หนัง หรืออะไรก็ได้ตามต้องการ ที่มันไม่สามารถเก็บได้ในฮาร์ดไดรฟ์ในคอมพิวเตอร์ของคุณ หรือคุณต้องการเก็บแบ็กอัพไฟล์เอกสารสำคัญทางธุรกิจ หรือไฟล์นำเสนองานของคุณก็ย่อมได้ นอกจากนี้เรายังทำให้ฮาร์ดไดรฟ์ตัวนี้ทนทานเหนือฮาร์ดไดรฟ์แบบภายนอกทั่วไป ซึ่งสิ่งนี้เป็นที่ต้องการของผู้ใช้ทั่วโลกมากที่สุด" ฟีเจอร์พิเศษปุ่มกดเพื่อแบ็กอัพของซีเกทใช้ซอฟต์แวร์ BounceBack Express ที่เป็นส่วนหนึ่งของ ABSplus จาก CMS Peripherals ที่ได้รับรางวัลมาแล้ว ซึ่งจะช่วยให้การทำแบ็กอัพรวดเร็ว และง่ายขึ้นมาก ง่ายกว่าวิธีการแบ็กอัพของฮาร์ดไดรฟ์แบบภายนอกทั่วไป และคุณสามารถสังเกตได้ง่ายว่าฮาร์ดไดรฟ์กำลังแบ็กอัพอยู่ หรือแบ็กอัพเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยดูจากไฟบนฮาร์ดไดรฟ์ ถ้าไฟสว่างแสดงว่ากำลังทำงานอยู่ แต่ถ้าไฟจางลงแสดงว่าการแบ็กอัพครั้งนั้นเสร็จแล้ว การแ็กอัพครั้งแรกของผู้ใช้จะแบ็กอัพข้อมูลทั้งฮาร์ดไดรฟ์ แต่หลังจากนั้นโปรแกรมจะเรียนรู้และจะแบ็กอัพเฉพาะแค่ไฟล์ใหม่ และไฟล์ที่เปลี่ยนแปลงใหม่เท่านั้น จึงทำให้การแบ็กอัพเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็ว และด้วยโปรแกรม BounceBack Express สามารถบันทึก และนำข้อมูลกลับมาได้ในรูปแบบเดิมของมัน ซึ่งขั้นตอนนี้ทำได้ง่ายและรวดเร็วเหมือนเช่นเคย นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเวลาให้แบ็กอัพอัตโนมัติได้ด้วย ด้วยการออกแบบที่เหมาะสมและเป็นเอกลักษณ์ของซีเกท ผู้ใช้สามารถซ้อนวางไดรฟ์ได้ในแนวตั้ง และสามารถวางได้ในแนวนอนและทำให้เสียพื้นที่วางน้อยที่สุดในตลาด ทางด้านความคงทนก็ไม่แพ้กัน เพราะมียางรองพื้นทั้ง 2 ด้านเพื่อให้แน่ใจว่าไดรฟ์จะไม่ไหลลื่นหล่นจากพื้นผิวโต๊ะแน่นอน และยังทำให้เกิดการวางที่หลากหลาย นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถประกอบ และถอดไดรฟ์ได้โดยไม่ต้องปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดไดรฟ์แบบภายนอกของซีเกทผลิตด้วยองค์ประกอบที่แข็งแกร่งของอครีลิค/โพลีคอร์บอเนต จึงทำให้มีความคงทน ทนทานสูง และมีอุณหภูมิในขณะทำงานต่ำกว่าฮาร์ดไดรฟ์อื่นทั่วไปมาก เพราะด้วยการออกแบบที่สุดยอดสามารถกำจัด และระบายความร้อนออกได้ในทุกสภาวะ ไม่ว่าจะว่างไดรฟ์ไว้ในแนวตั้งหรือแนวนอน หรือวางไดรฟ์ไว้ซ้อนกัน นอกจากนี้ฮาร์ดไดรฟ์ของซีเกทยังมีเทคโนโลยีมอนิเตอร์ตัวเองในตัว คือ SeaTools Diagnostic Software ที่คอยตรวจเช็คการทำงานเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล และประสิทธิภาพของไดรฟ์อย่างต่อเนื่อง หรือถ้ามีข้อสงสัยให้โทรไปถามฝ่ายเทคนิคที่สุภาพและเป็นมิตรได้ตลอดเวลา ซึ่งเค้าจะคอยแนะนำให้ตลอดอายุการใช้งาน ฟีเจอร์ของฮาร์ดไดรฟ์ภายนอกของซีเกทเพื่อให้ผู้ใช้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ปุ่มกดเพื่อแบ็กอัพ ใช้โปรแก รมที่ได้รับรางวัล คือโปรแกรม BounceBack Express จาก CMS ปุ่มปิด เปิด - ไม่ต้องกังวลเรื่องฮาร์ดไดรฟ์จะปิดเครื่องไม่ปลอดภัย และยังทำให้มีความปลอดภัยของข้อมูล โดยเฉพาะเครื่องที่ต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ดีไซน์สวย พร้อมการทำงานที่เย็นเฉียบ - ด้วยการออกแบบที่ทำให้เกิดความถ่ายเทความร้อนได้ดี ทำให้มีอุณหภูมิในขณะทำงานที่เย็นกว่าฮาร์ดไดรฟ์แบบภายนอกทั่วไป Hot-swap - สามารถประกอบ และถอดฮาร์ดไดรฟ์ได้ในขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์กำลังเปิดอยู่ ซ้อนได้ - ด้วยการออบแบบเป็นอย่างดีทำให้สามารถซ้อนฮาร์ดไดรฟ์ได้อย่างปลอดภัย วางตั้ง วางนอน ได้สบายและไม่ลื่นด้วยยางและแผ่นตั้งแบบพิเศษ ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ให้ความเร็วรอบของฮาร์ดไดรฟ์สูงที่สุดในโลก คือ 7200 RPM พร้อมด้วยมอเตอร์แบบสุดเงียบSoftSonic ใช้การเชื่อมต่อแบบ USB 2.0 และ FireWire สำหรับทั้งเครื่องพีซี และแมคอินทอช มีแคช 8 เมกะไบต์ ตอนนี้มีขนาด 160 กิกะไบต์ และ 200 กิกะไบต์ในสิ้นปีนี้ ฮาร์ดดิกส์แบบภายนอกของซีเกทรุ่น 160 กิกะไบต์มีขายแล้วที่สหรัฐที่ Best Buy, CompUSA, DataVision และ ร้าน J&R และซื้อออนไลน์ได้ที่ PC Connection, Multiple Zones, MicroWarehouse และ 4sure.com ส่วนตลาดทั่วโลกจะส่งของได้ภายในปีหน้า สำหรับราคาอยู่ที่ $269 สำหรับรุ่น 160 กิกะไบต์ และ $299 สำหรับรุ่น 200 กิกะไบต์