แซส ซอฟท์แวร์ เปิดตัว SAS 9 เทคโนโลยีบิสิเนส

แซส ซอฟท์แวร์ เปิดตัว SAS 9 เทคโนโลยีบิสิเนส
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

แซส ซอฟต์แวร์ (ไทยแลนด์) ผู้นำตลาดด้านการให้บริการซอฟท์แวร์ธุรกิจอัจฉริยะ หรือ บีไอ (Business intelligent) เปิดตัว SAS 9 เทคโนโลยีโซลูชั่นอัจฉริยะล้ำหน้าเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่สามารถทำงานได้เร็วกว่าเดิมสูงสุด เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูลดิบและวิเคราะห์ข้อมูลอัจฉริยะในเชิงลึก เพื่อพยากรณ์แนวโน้มธุรกิจในอนาคตและช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจ นางจงรักษ์ สุกลภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่างถึงสภาวะตลาดของธุรกิจอัจฉริยะหรือบิสิเนส อินเทลลิเจนท์ โดยรวมว่า ปัจจุบันตลาดบิสิเนส อินเทลลิเจนท์มีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้นโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีการเติบโตตั้งแต่ปี 2544-2547 เฉลี่ย 17% หรือมีมูลค่าสูงกว่า 4 พันล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ และคาดว่าในปี 2549 ตลาดธุรกิจอัจฉริยะจะมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 13 พันล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ (แหล่งที่มา : IDC, 2002) ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ตลาดธุรกิจอัจฉริยะเติบโตสูงขึ้นนั้นสาเหตุสำคัญมาจากสภาพการแข่งขันทางธุรกิจในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยรวมที่มีการขยายตัวและมีการแข่งขันที่รุนแรงสูงขึ้นเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดและลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน อุตสาหกรรมโทรคมนาคม และประกันภัย ซึ่งปัจจุบันมีการนำกลยุทธ์ต่าง ๆ ออกมาแข่งขันเพื่อขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นองค์กรชั้นนำเหล่านี้จึงเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับข้อมูลฐานลูกค้าที่ตนมีอยู่ และมุ่งเน้นการนำระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและเพิ่มศักยภาพของข้อมูลจากข้อมูลดิบที่มีอยู่ให้กลายเป็นข้อมูลอัจฉริยะที่ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ โดยเฉพาะพฤติกรรมของลูกค้าและนำไปวางแผนเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ตลอดจนช่วยให้การตัดสินใจในเชิงธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำภายใต้ความเสี่ยงน้อยที่สุด ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เรามองถึงศักยภาพของตลาดและโอกาสทางการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชั่นต่าง ๆ เพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าแต่ละรายอย่างสูงสุด โซลูชั่นบิสิเนส อินเทลลิเจนท์ ของแซส จะมีความแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นตรงที่ซอฟต์แวร์และโซลูชั่นของเรามีความล้ำหน้าและมีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างแท้จริงครอบคลุมระบบงานธุรกิจอัจฉริยะตั้งแต่ต้nd solution) ภายใต้ชื่อ IVC (Intelligence Value Chain) ครอบคลุมตั้งแต่ การวางแผน การให้คำปรึกษา การรวบรวมข้อมูลดิบจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ โดยแซสจะมีเครื่องมือที่ช่วยในเรื่องของการแปลงข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ให้เป็นภาษาเดียวกัน (ETL) มีระบบคลังข้อมูลอัจฉริยะในการเก็บข้อมูล และการประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ ให้ออกมาในรูปแบบรายงานด้วยเครื่องมือ BI ซึ่งสามารถเรียกดูข้อมูลเจาะลึกและหลายมิติได้สด ๆ ตลอดเวลาด้วยการออนไลน์ และประการสำคัญ คือ โซลูชั่นของแซสสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ในเชิงลึกและสามารถพยากรณ์แนวโน้มธุรกิจในอนาคตได้ รวมถึง การทำ ดาต้า ไมนิ่ง (Data Mining) ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งของเทคโนโลยีแซสที่ช่วยด้านการวิเคราะห์ข้อมูลบนพื้นฐานจากข้อมูลจริงที่เกิดขึ้น นอกจากนี้โซลูชั่นของแซสยังสามารถรับการทำงานบนแอพพลิเคชั่นและระบบปฏิบัติการได้ทุกประเภททั้งวินโดว์ และลีนุกซ์ สำหรับในปีนี้เราได้พัฒนาโซลูชั่นเทคโนโลยีใหม่ SAS 9 ซึ่งเป็นโซลูชั่นอัจฉริยะที่ถูกออกแบบพิเศษเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่ช่วยในการบริการจัดการข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจขั้นสูงทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึกเพื่อช่วยผู้ใช้งานทั้งในระดับผู้ปฏิบัติการและผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลอัจฉริยะในการวางแผนและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและความเสี่ยงน้อยที่สุด นางจงรักษ์ กล่าว นายยงยุทธ ทรงศิริเดช ผู้อำนวยการฝ่ายการขายและการตลาด กล่าวเสริมถึงกลยุทธ์ด้านการชายและการตลาดในประเทศไทยว่า ในปีนี้เราจะมุ่งนั้นกลยุทธ์การสร้างความแตกต่างของแซสโซลูชั่น ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและแตกต่างจากคู่แข่ง ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นระบบธุรกิจอัจฉริยะแบบครบวงจรให้กับลูกค้า ภายใต้ชื่อของ IVC หรือ Intelligence Value Chain นอกจากนี้เรายังมุ่งในส่วนของกลยุทธ์การเพิ่มลูกค้า คือ การรักษาฐานลูกค้าเดิม และการขยายฐานไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะการขยายกลุ่มเป้าหมายสู่องค์กรเอ็นเตอร์ไพรซ์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากขึ้น ได้แก่ ธนาคารและสถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจประกันภัย โทรคมนาคม ธุรกิจค้าปลีก และอุตสาหกรรมการผลิต และสุดท้ายคือ การร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจชั้นนำระดับโลก ในการให้บริการและนำเสนอโซลูชั่นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง สำหรับโซลูชั่น SAS 9 นี้ จะช่วยให้ลูกค้าสามารถนำผลที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมืออัจฉริยะของแซสได้อย่ประสิทธิภาพคุ้มค่าสูงสุด โดยเฉพาะการนำข้อมูลอัจฉริยะทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลประวัติลูกค้า พฤติกรรมการบริโภค รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) ฯลฯ ที่ได้มาวางแผง และกำหนดทิศทางธุรกิจในอนาคต ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า SAS 9 จะเป็นโซลูชั่นของระบบธุรกิจอัจฉริยะที่ดีที่สุดในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าสูงสุดได้ในขณะนี้ ซึ่งคาดว่าในปีนี้เราจะเติบโตสูงขึ้น 65% จากปีที่ผ่านมา นายสุวิทย์ ศิริเธียรวานิชกุล ผู้จัดการฝ่ายบิสิเนสโซลูชั่น กล่าวเพิ่มเติมถึงความโดดเด่นและคุณประโยชน์เพิ่มเติมของ SAS 9 ว่า SAS 9 เป็นชุดของโซลูชั่นเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจอัจฉริยะ หรือบิสิเนสอินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นการรวบรวมโซลูชั่นที่มีอยู่ในปัจจุบันของแซสและพัฒนาขึ้นเป็นแพล็ทฟอร์มอัจฉริยะของ SAS 9 ที่ได้มีการบรรจุเครื่องมือในการช่วยบริหารจัดการข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลขึ้นสูงที่มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการใช้งานของระบบธุรกิจอัจฉริยะตลอดจนการนำเสนอรายงานหรือผลการวิเคราะห์เชิงลึกได้อย่างชาญฉลาด อีกทั้งยังสามารถดึงข้อมูล เคลื่อนย้ายข้อมูลและโหลดข้อมูลด้วยสปีดความเร็วสูงพร้อมรองรับการทำงานร่วมกับ สตอเรจ แพล็ทฟอ์ม ทุกรูปแบบได้อย่างยืดหยุ่นและลงตัว อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาความยุ่งยากซับซ้อนของการจัดการ และง่ายต่อการดูแลบำรุงรักษาเนื่องจากเป็นการดูแลจากจุดเดียว ซึ่งช่วยให้องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและดูแลบำรุงรักษาเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า SAS 9 คือ ชุดโซลูชั่นธุรกิจอัจฉริยะที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง นอกจากนี้คุณลักษณะเด่น ๆ ของ SAS 9 ยังมีมากมาย เช่น การประมวลผลข้อมูลแบบขนาน ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทุกประเภท และยังสามารถทำงานร่วมกับแพล็ทฟอร์มอื่น ๆ เช่น เมนเฟรม, กริด คอมพิวติ้ง และรองรับการทำงานภษาจาวาภายใต้สถาปัตยกรรมโครงสร้างธุรกิจอัจฉริยะแบบครบวงจร

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด