ไอบีเอ็มประกาศส่ง Blue Gene ทุบสถิติซูเปอร์คอมพิวเตอร์เร็วสุดในโลก

ไอบีเอ็มประกาศส่ง Blue Gene ทุบสถิติซูเปอร์คอมพิวเตอร์เร็วสุดในโลก
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

คลิกเพื่อให้ภาพใหญ่ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์จากไอบีเอ็มนั้นใช้เวลาในการพัฒนามานานถึง 3 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วเป็นอันดับหนึ่งของโลกคือ Earth Simulator ของค่าย NEC สัญชาติญี่ปุ่น การที่บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นแท้ๆอย่างเอ็นอีซีสามารถสร้างเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดได้ ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ของสหรัฐฯ ฮอร์สต ไซมอน (Horst Simon) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแห่ง Lawrence Berkeley National Lab มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกากล่าวกับผู้สื่อข่าวเอพี ตอนนี้ผู้ผลิตสัญชาติอเมริกันสามารถทวงแชมป์เบอร์หนึ่งกลับคืนมาได้ นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ไอบีเอ็มให้ข้อมูลว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ยังไม่สำเร็จอย่างเป็นทางการนั้นได้ชื่อว่า BlueGene/L System เป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่สามารถแสดงโครงสร้างการรวมตัวของกลุ่มโปรตีนในมนุษย์ มีความเร็วสูงสุดที่ 36 เทราฟล็อป (teraflop) เฉือนชนะความเร็วของ Earth Simulator ที่ว่าเร็วที่สุดในโลกก่อนหน้านี้ที่มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 35.86 เทราฟล็อป ส่วนในปีหน้า ศูนย์ Lawrence Livermore National Laboratory วางแผนจะประกอบระบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Blue Gene/L ที่ใช้หน่วยประมวลผลกว่า 130,000 ตัว ประกอบด้วยโครงเหล็กกว่า 64 โครง โดยรวมแล้วมีขนาดประมาณครึ่งสนามเทนนิส ทางศูนย์มีแผนจะทดลองใช้ระบบในการจำลองพฤติกรรมเพื่อประโยชน์ทางศึกษาระดับสูง เช่นด้านการระเบิด ด้านดาราศาสตร์ ด้านจักรวาลวิทยา และด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ตามการเปิดเผยของบ็อบ เฮิร์ชฟิลด์ (Bob Hirschfeld) โฆษกของศูนย์ เครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่จะสามารถทำลายสถิติซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่โรเชสเตอร์ (Rochester) รัฐมินนิสโซตา ประกอบด้วยหน่วยประมวลผล 16,250 ตัวใช้พื้นที่โครงเหล็ก 8 โครง แม้ไอบีเอ็มจะสามารถทุบสถิติความเร็วได้สำเร็จในขณะนี้ แต่สถิติจะยังไม่ถูกเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการจนกว่าจะถึงเดือนพฤศจิกายน สถิตินี้ถูกบันทึกและเผยแพร่โดย Top500.org ซูเปอร์คอมพิวเตอร์มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะความเกี่ยวพันกับศาสตร์แขนงสำคัญๆ อย่างเรื่องความมั่นคงของชาติ การจำลองการเปลี่ยนสภาพอากาศของโลก ดาราศาสตร์ และผลวิจัยทางพันธุกรรม ไอบีเอ็มมีการเปิดตัวเทคโนโลยีซูเปอร์คอมพิวติงมานานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งมีวิวัฒนาการไปเรื่อยๆจนกระทั่งเป็นธุรกิจที่มีมูลค่านับ 3 ถึง 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ