ประสานงาน-เร่งสร้างผู้เชี่ยวชาญ กลไกหลักบังคับใช้พ.ร.บ.คอมพ์

ประสานงาน-เร่งสร้างผู้เชี่ยวชาญ กลไกหลักบังคับใช้พ.ร.บ.คอมพ์
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

10 สิงหาคม พ.ศ. 2550 กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : เหตุขาดกฎกระทรวงและระเบียบต่างๆ ที่กระทรวงไอซีทียังไม่ได้ประกาศใช้ และการสร้างความเข้าใจของกฎหมายต่อประชาชนที่เพียงพอ รวมถึงการสร้างเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ที่เป็นเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานศาลอุธรณ์ภาค 4 กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ทั้งก.ไอซีที, วิทย์, ยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งต้องมีกลไกการประสานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การดำเนินการเอาผิดทันกับการเปลี่ยนแปลงของผู้กระทำผิด อีกทั้ง กระทรวงไอซีที ยังล่าช้าเรื่องแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.นี้ ทำให้คดีทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น จะไม่สามารถใช้พ.ร.บ.ได้เต็มที่ เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมหลักฐานที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถใช้กฎหมายอาญา ในการดำเนินคดีได้ แต่ก็อาจไม่ครอบคลุมฐานความผิดได้ทั้งหมด นายดล บุนนาค ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำสำนักประธานศาลฎีกา กล่าวเสริมว่า คดีการเจาะระบบเพื่อเปลี่ยนหน้าเวบไซต์ของกระทรวงไอซีที หากใช้ประมวลกฎหมายอาญาแล้ว น่าจะไม่เข้าข่ายกระทำผิด เพราะไม่ได้เป็นการลักขโมย หรือหมิ่นประมาท ศาลติวเข้มผู้พิพากษาทปท. นายดล กล่าวถึงความพร้อมของศาลว่า ได้จัดสัมมนาเชิงวิชาการเพื่อให้ความรู้กับผู้พิพากษาทั่วประเทศต่อพ.ร.บ.ฉบับนี้แล้ว โดยเน้นความเข้าใจการใช้อำนาจศาลที่จะให้บล็อกเวบ และการออกหมายยึด หรืออายัดเครื่องคอมพิวเตอร์ "ปัจจุบันทั่วโลกไม่มีประเทศใดไม่มีการปิดเวบไซต์ และบางประเทศเซ็นเซอร์หรือกลั่นกรองการเข้าถึงเวบอนาจารหรือมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และบางประเทศก็มีนโยบายปิดกั้นการเข้าถึงเวบหรือบล็อกเวบ ซึ่งไทยเราก็เลือกที่จะบล็อกเวบในเนื้อหาประเด็นที่เปราะบางของประเทศ เช่น บล็อกเวบยูทูบ โดยกลไกลของพ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ให้อำนาจศาล พิจารณาบล็อกเวบจากความมั่นคงของประเทศศีลธรรมอันดีของประชาชน น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่ไม่มีกลไกหรือกฎหมายใดมาใช้บังคับหรือป้องกันเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว" นายดล กล่าว อัยการชี้ข้อจำกัดพรบ.คอมพ์ นายวิพล กิติทัศนาสรชัย อัยการจังหวัดประจำกรม สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ ต้องอาศัยการสื่อสารประสานงานระหว่างไซเบอร์คอป เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุและพนักงานอัยการที่ทำสำนวนส่งฟ้อง ซึ่งต้องประสานงานดีและเร็วจึงจะใช้ประโยชน์จากกฎหมายได้เต็มที่ โดยต้องทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ที่ยังไม่มีความเข้าใจศัพท์ด้าน"เทคโนโลยีสารสนเทศ"ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนั้นพ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังไม่ครอบคลุมฐานความผิดอื่นๆ ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือกระทำผิด เช่น การพนัน การค้าวัตถุลามก การฉ้อโกง การค้ายาเสพติด หรือรูปแบบการก่ออาชญากรรมอื่นๆ ทั้งที่ 50% ของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นคนร้ายก็ใช้คอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนแล้ว อีกทั้งกรณีที่ผู้กระทำผิดอยู่นอกประเทศ แม้กฎหมายจะรองรับให้เอาผิดได้ โดยจะต้องอาศัยกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ แต่ก็มีข้อจำกัดที่ประเทศที่ผู้ก่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ไปอาศัยอยู่นั้น ต้องมีกฎหมายที่ระบุว่าเป็นการกระผิดกฎหมายของประเทศนั้นๆ ด้วย และต้องเป็นคดีที่มีโทษจำคุก ไม่เช่นนั้นก็จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนไม่ได้ ตำรวจเร่งขยายผลมือปราบไซเบอร์ พ.ต.ท.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้กำกับการงานอำนวยการศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า ศูนย์ และกองพิสูจน์หลักฐานมีระบบคอมพิวเตอร์ที่รองรับการพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินคดีทางเทคโนโลยีได้ และจะเร่งสร้างเจ้าหน้าที่สายงานนี้ให้กระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ด้วย "ประชาชนสามารถแจ้งความคดีทางเทคโนโลยีได้ในสถานีตำรวจทั่วประเทศ และทางตำรวจจะประสานงานมายังเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ. หรือบางคดีที่ฐานกระทำผิดเข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญา ตำรวจก็สามารถดำเนินดคีได้ทันที" พ.ต.ท.นิเวศน์ กล่าว แนะองค์กรลดผลกระทบ นางมรกต กุลธรรมโยธิน นายกสมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย กล่าวว่า ส่วนขององค์กรธุรกิจและสถาบันการศึกษา สามารถกำหนดนโยบายการเข้าถึงและใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อลดผลกระทบจากผู้ใช้งานที่อาจกระทำผิดตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ "มองว่า การควบคุมการเข้าถึงเวบอนาจารในโรงเรียนน่าจะเป็นประโยชน์ต่อเด็กๆ ที่จะไม่ต้องใช้เวบในทางที่ไม่เหมาะสมทั้งยังลดโอกาสที่จะฟอร์เวิร์ดเมลภาพอนาจาร ซึ่งจะเข้าข่ายกระทำผิดตามพ.ร.บ.นี้ด้วย" นางมรกต กล่าว

สนับสนุนเนื้อหาโดย

เรื่องล่าสุดของหมวด Tech Update

ดูหมวด Tech Update ทั้งหมด