ไวรัสคอมพ์โทรจันปี08 แฝงเครื่องมือแฮก!

ไวรัสคอมพ์โทรจันปี08 แฝงเครื่องมือแฮก!
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

วิวัฒนาการของภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตที่ก่อกวนคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังต้องยกให้ตระกูล ไวรัส สายพันธุ์ต่าง ๆ ที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อก่อกวนอย่างเดียวไม่ส่งผลกระทบกับข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ ใช้ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสลบออก...ก็จบ! แต่ปีที่ผ่านมาวิวัฒนาการของภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตก้าวเข้าสู่ตระกูล เวิร์ม หรือหนอนคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีความ สามารถในการก่อกวนเครื่องคอมพิวเตอร์มากขึ้น หลบหลีกการตรวจจับของแอนตี้ไวรัสได้ดี ขึ้น และก่อกวนข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมก๊อบปี้ข้อมูลเพื่อทำให้เซิร์ฟเวอร์เต็มได้แม้ในขณะปิดเครื่อง และลบออกได้ยาก แพร่กระจายอย่างเร็ว จนเป็นที่ขยาดของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ไปตาม ๆ กัน ล่าสุด ปี ค.ศ. 2007 ภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตมีวิวัฒนาการมากขึ้น มาในรูปแบบของภัยคุกคามตระกูล มัลแวร์ สายพันธุ์ม้าโทรจัน ที่มีความสามารถในการหลบหลีกและก่อกวนข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เจ้า ของเครื่องปวดหัวมากขึ้น จากการเก็บข้อมูลของบริษัทผลิตซอฟต์ แวร์แอนตี้ไวรัสคอมพิวเตอร์ บิทดีเฟนเดอร์ ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ต.ค. รวม 10 เดือน พบโทรจันที่เกิดขึ้นใหม่ถึง 20.36% ซึ่งเป็นโทรจันที่ยังไม่มีฐานข้อมูลเพื่อตรวจจับและยังไม่มีซอฟต์แวร์ แอนตี้ไวรัสสำหรับจัดการ โดยแนวโน้มพัฒนาการของโทรจันปีหน้า (ค.ศ. 2008) จะเป็นโทรจันที่สร้างขึ้นเพื่อหลบหลีกการดักจับของแอนตี้ไวรัสมากขึ้น และจะมาในรูปแบบของการดาวน์โหลดซึ่งพ่วงเครื่องมือในการขโมยข้อมูลของเหล่า แฮกเกอร์มาด้วย หากพูดให้เห็นภาพต้องบอกว่า เมื่อคอมพิวเตอร์ติดโทรจันก็เท่ากับว่าในเครื่องคอม พิวเตอร์มีเครื่องมือในการขโมยข้อมูลของแฮกเกอร์อยู่ด้วย เมื่อใดก็ตามที่เชื่อมต่ออินเทอร์ ข้อมูลส่วนตัว อาทิ เลขบัญชีธนาคาร เลขบัตรเครดิตและรหัสบัตรเครดิต ที่เก็บไว้ในเครื่องจะส่งตรงถึงแฮก เกอร์ทันทีนอกจากนี้เซิร์ฟเวอร์ที่เคยมีข้อมูลนิดหน่อยก็จะเต็มในไม่ช้า กระทั่งเซิร์ฟเวอร์พังในที่สุด นายเจริญศักดิ์ ศักดิ์รัตนอนันต์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บิทดีเฟนเดอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า นอกจากการติดไวรัสโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้ว สแปมเมล์ หรือ อีเมลขยะที่ผู้รับไม่พึงประสงค์ ซึ่งเนื้อหาของสแปมเมล์ที่ถูกส่งมากที่สุด 42.5% คือ การขายยาไวอากร้า ที่พลิกแพลงรูปแบบหลบหลีกการตรวจจับของซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส โดยมาในรูปของไฟล์ภาพ (อิมเมจ) แบบเอียง ๆ และเป็นข้อมูลที่ต่างจากไฟล์ข้อมูลทั่วไป นอกจากนี้ 13.8% เป็นสแปมเมล์เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก แม้อีเมลขยะจะไม่ทำให้เครื่องพังเหมือนโทรจัน แต่ก็ทำให้เนื้อที่ในการรับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เต็มโดยไม่จำเป็น อ่านถึงตรงนี้ อย่าชะล่าใจคิดว่าคอมพิวเตอร์ของคุณปลอดภัยจากไวรัส เพราะการสำรวจพบว่า 90% ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดไวรัสมาจากพาหะที่เรียกว่า ทัมไดรฟ์ วิธีง่าย ๆ ในการตรวจสอบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ติดไวรัสหรือไม่ ให้กดปุ่ม Alt + Ctrl + Delete พร้อมกันทั้ง 3 ปุ่ม ในขณะที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและยังไม่ได้เปิดใช้งานอื่นใด หากพบว่าเนื้อที่ในเซิร์ฟเวอร์ถูกใช้ไปมากทั้งที่ไม่ได้เปิดอย่างอื่นใช้งาน ให้เข้าใจได้เลยว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณติดไวรัสแล้ว! นายเจริญศักดิ์ บอกว่า ความน่ากลัวของภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ต การเติบโตของการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต จะส่งผลให้ปีหน้าบริษัทต่าง ๆ รวมถึงผู้ใช้คอม พิวเตอร์ตามบ้านหันมาให้ความสนใจป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์มากขึ้น ทำให้ตลาดซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสปีหน้าโตมากกว่าปีนี้ 5 เท่า ซึ่งบิทดีเฟนเดอร์ได้ทุ่มงบพัฒนาซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสโดยใช้เทคโนโลยีชั้น สูงในการตรวจจับไวรัสและอัพเดท ข้อมูลทุกชั่วโมงมากกว่า2 เท่าของปีนี้ ล่าสุด บิทดีเฟนเดอร์ เปิดตัว ซอฟต์ แวร์แอนตี้ไวรัสเวอร์ชั่นภาษาไทยเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสของบิ ทดีเฟนเดอร์ที่เป็นภาษาท้องถิ่น โดยขณะนี้บิทดีเฟนเดอร์ทำซอฟต์แวร์แอน ตี้ไวรัสภาษาท้องถิ่นแล้วกว่า 18 ภาษา นอกจากนี้ยังดั๊มพ์ราคาให้ถูกลงสามารถสู้กับซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ที่มี ราคา 120 บาทได้ สำหรับซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสของบิท ดีเฟนเดอร์ฉบับภาษาไทยมี 2 แบบ คือ Internet Security 2008 ราคา 399 บาท มีคุณสมบัติในการแอนตี้ไวรัส,สปายแวร์,ฟิชชิ่ง, สแปมเมล์,ไฟร์ วอลล์และมีคุณสมบัติของเกมเมอร์โมด(Gamer Mode)ช่วยให้เล่นเกมได้สบายขึ้น และมีพาเรนทัล คอนโทรล (Parental Control)ช่วยในการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญ ส่วน Total Security ราคา 599 บาท มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับที่กล่าวมา โดยเพิ่มในส่วนของฟีเจอร์ Tune-Up การควบคุม, ลบ, เรียกคืนไฟล์ และ Back-Up การเรียกคืนข้อมูลและเก็บข้อมูลเก่า โดยซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสทั้ง 2 แบบจะมีอายุการใช้งาน 1 ปี อ่านจบแล้วลองกดปุ่ม Alt + Ctrl + Delete ดูสิว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้มีไวรัสหรือเปล่า?.

น้ำเพชร จันทา namphetc@dailynews.co.th

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด