เน็ตบุ๊ก ตลาดโตสวนกระแสเศรษฐกิจ ยุคฝืดเคือง

เน็ตบุ๊ก ตลาดโตสวนกระแสเศรษฐกิจ ยุคฝืดเคือง
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

เศรษฐกิจทั่วโลกเผชิญกับวิกฤตที่ลามมาจากสหรัฐอเมริกา ผลกระทบเริ่มเห็นกันได้มากขึ้นๆ ภาคธุรกิจไอทีก็หนีไม่พ้น อย่างไรก็ตามยอดขายที่เติบโตสวนทางเศรษฐกิจอย่างมากและมากกว่าที่คาดคิดกันไว้ก็คือ "เน็ตบุ๊ก" หรือโน้ตบุ๊กขนาดเล็กราคาถูก ซึ่งช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านโหมกระหน่ำเข้าสู่ตลาดเป็นพายุ บุแคม รายเล็กรายใหญ่โดดลงมาเล่นตลาดนี้กันเต็มไปหมด ราคาถูกเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดโดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจถดถอย มันทำให้ผู้คนตัดสินใจง่ายขึ้นสำหรับซื้อเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องที่ 2, 3, 4 สำหรับครอบครัว หรือเอาไว้พกพาไปทำงานนอกสถานที่ หรือแม้แต่เป็นเครื่องเริ่มต้นสำหรับนักเรียนนักศึกษา บริษัทวิจัย "ไอดีซี" เปิดเผยว่า ยอดขายเน็ตบุ๊กพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมากว่าที่คาดเอาไว้มาก ทำให้เตรียมปรับตัวเลขประมาณการยอดขายเน็ตบุ๊กทั่วโลกปีนี้ให้สูงขึ้นไปเป็น 10.8 ล้านเครื่อง และ ปีหน้าเป็น 20.8 ล้านเครื่องเท่ากับยอดขายในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นจากปีนี้ราวๆ 100 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นสัดส่วน 11-12 เปอร์เซ็นต์ของตลาดแล็ปทอป สัดส่วนดังกล่าวน่าสนใจมากเพราะเน็ตบุ๊กเพิ่งเข้าตลาดมาได้ไม่นาน หากไม่นับ eeepc ของ Asus แล้ว ส่วนใหญ่ในท้องตลาดเวลานี้เพิ่งเข้ากันมาได้ไม่กี่เดือนด้วยซ้ำ เป็นเซ็กเมนต์ที่โตเร็วที่สุดในตลาดแล็ปทอป ซึ่งไปตีกินโน้ตบุ๊กราคาถูกในตลาดโลว์เอนด์ และเป็นไปได้ว่าจะเบียดส่วนแบ่งก้อนโตพอสมควรมาได้ในตลาดที่สูงกว่านั้น ซึ่งทำกำไรได้มากกว่าด้วย เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ไมโครซอฟท์บอกว่า การเติบโตของยอดขายคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ทั้งหมดในประเทศพัฒนาแล้วช่วงไม่กี่เดือนมานี้จาก "เน็ตบุ๊ก" ล้วนๆ ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ราวๆ ครึ่งหนึ่งขายไปกับ เน็ตบุ๊ก สัดส่วนพอๆ กับแล็ปทอป ขณะที่ อีกบริษัทวิจัยหนึ่ง คือ "เอ็นวิชั่นนารี" คาดว่าเน็ตบุ๊กน่าจะขาดตลาดในช่วงคริสต์มาส ปีนี้ นี่คือผลสะเทือนที่น่าประหลาดใจของเน็ตบุ๊กต่อโลกพีซี เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา "พอล โอเทลลินิ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอินเทล บอกว่า ความต้องการชิปสำหรับเน็ตบุ๊กสูงเกินกว่าจะสนองตลาดได้ทัน แม้คาดว่าถึงสิ้นปีจะทำได้ก็ตาม เศรษฐกิจตกต่ำกลับยิ่งเสริมโอกาสให้กับสินค้าบางชนิด