อย่ากดปุ่มลบ! กล้องดิจิตอลกับความทรงจำที่ขาดหาย

อย่ากดปุ่มลบ! กล้องดิจิตอลกับความทรงจำที่ขาดหาย
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

เทคโนโลยียุคใหม่อย่างกล้องดิจิตอลนั้น สามารถเปลี่ยนอะไรได้มากกว่ารูปที่เราถ่าย ... นอกจากจะเบียดกล้องแบบใช้ฟิล์มตกกระป๋องแล้ว สิ่งหนึ่งที่กำลังจะหายไปในยุคที่เทคโนโลยีดิจิตอลเฟื่องฟู คือประวัติศาสตร์และความทรงจำซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกบันทึกออกมาเป็นแผ่นกระดาษ สมาคมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในสหรัฐฯ คาดการณ์ไว้ว่า ภายในสิ้นปีนี้ 1 ใน 3 ของครอบครัวชาวอเมริกัน จะมีกล้องดิจิตอลไว้ในครอบครองอย่างน้อย 1 ตัว และในปี 2007 สัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มเป็นครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว ฟิล์มจะตกยุคแน่ๆ คริสโตเฟอร์ ชูต นักวิเคราะห์ตลาดรูปดิจิตอลของบริษัทวิจัยไอดีซีกล่าว เขาระบุว่ายุคเสื่อมของฟิล์มเริ่มขึ้นแล้ว เมื่อคนทั่วโลกก็กำลังหันไปใช้กล้องดิจิตอลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อปีที่แล้วเป็นครั้งแรกที่ชาวอเมริกันซื้อกล้องดิจิตอลมากกว่าฟิล์ม เทรนด์ใหม่นี้สะท้อนให้เห็นจากการที่บริษัทโกดักเตรียมปิดห้องล้างฟิล์ม 9 ห้องในเดือนนี้ และกำลังจะไล่พนักงานออกหลายหมื่นคน เพื่อปรับตัวเองเป็นบริษัทถ่ายรูปดิจิตอล กล้องดิจิตอลใช้สะดวกจึงเป็นที่นิยม ยิ่งราคาถูกลง คนยิ่งหันไปสนใจกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ๆ มากขึ้น การวิจัยตลาดแสดงให้เห็นว่าคนชอบขนาดที่เล็กกะทัดรัดของมันเป็นพิเศษ (จะทำให้เล็กลงเท่าไหร่ก็ได้ เพราะไม่ต้องใส่ฟิล์มไว้ข้างในแล้ว) และชอบที่สามารถเห็นรูปถ่ายได้ทันทีเลย กล้องดิจิตอลนั้นใช้ง่าย รูปลักษที่สำคัญก็คือ ถ้ารูปออกมาดูไม่ดีเท่าไหร่ คุณก็สามารถลบรูปไม่พึงประสงค์ทิ้งไปได้ทันที สำหรับนักประวัติศาสตร์แล้วคุณสมบัตินี้ไม่ใช่ข้อดีเลย นอกจากจะเปลี่ยนการถ่ายภาพแล้ว มันยังเปลี่ยนแปลงวิธีบันทึกเรื่องราวในชีวิตของเราด้วย ทุกวันนี้เราแบ่งกันดูรูปทางอีเมลแทนที่จะเก็บไว้ในอัลบั้ม ไม่มีการพกอัลบั้มรูปลูกมาอวดกันอีกต่อไป ใครๆ ก็โพสต์รูปขึ้นเว็บไซต์ทั้งนั้นแต่บางครั้งภาพบางภาพที่ถ่ายจากกล้องดิจิตอลอาจถูกลบทิ้ง ความทรงจำที่บันทึกไว้ในส่วนนั้นก็จะหายไป ที่สำคัญก็คือ 35% ของคนที่ถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิตอล ไม่เคยนำรูปที่ถ่ายไปอัดเลย ส่วนคนที่อัดรูปก็จะเลือกเฟ้นอย่างดี ก่อนคัดรูปไปสั่งอัด คำนวณออกมาแล้วปรากฏว่า จากรูปทั้งหมดที่กดปุ่มถ่ายกันไม่ยั้งนั้น มีเพียง 13% ที่ได้ปรากฏอยู่บนกระดาษ และถูกชื่นชมได้โดยไม่ต้องอาศัยคอมพิวเตอร์หรือจอภาพ จากนี้ไปก็ไม่มีการเก็บรูปที่ไม่ดีพอจะได้ลงอัลบั้มไว้ในกล่องกระดาษในห้องเก็บของอีกต่อไป ซึ่งแชนนอน โธมัส เพอริช ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านประวัติศาสตร์การถ่ายภาพ ณ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯของสถาบันสมิธโซเนียน ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องดี คุณไม่มีกล่องใส่รูปที่ไม่ชอบอีกต่อไป ... บ่อยนะที่บรรดารูปในกล่องพวกนั้น มันน่ารักกว่ารูปถ่ายแอ็คท่าที่อยู่ในอัลบั้มเสียอีก เธอกล่าวและเสริมว่า รูปที่ถูกคัดทิ้งยังเล่าเรื่องราวเกีราได้มากกว่าด้วย ที่พิพิธภัณฑ์ของเพอริช มีฟิล์มเนกาทีฟผลงานของริชาร์ด อเวดอน ช่างภาพชื่อดังซึ่งได้รับความไว้วางใจให้ถ่ายรูปคนดังแทบทุกคนในศตวรรษที่ 20 ดูจากรูปที่ถูกคัดทิ้งแล้ว ถ้าอเวดอนเป็นมนุษย์ยุคดิจิตอล เขาก็คงกดปุ่ม ลบ ไม่ยั้งเหมือนกัน นอกจากจะเก็บภาพสุดสวยของแจกเกอลีน เคนเนดี ในชุดราตรีขาวคืนหลังจากที่สามีของเธอได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แล้ว การบันทึกภาพบนแผ่นฟิล์มยังช่วยให้รูปครอบครัวที่เป็นธรรมชาติ แต่ไม่ดีพอสำหรับปกนิตยสารแฟชั่น ฮาร์เปอร์ส บาซาร์ ยังคงอยู่ให้คนรุ่นหลังได้เห็นด้วย รูปถ่ายแบบนี้ เพอริชกล่าวพลางโชว์รูปหนุ่มแอฟริกัน-อเมริกันจากฟิลาเดลเฟีย ยิ้มเซ่อๆ ให้กล้องเมื่อปี 1995 ถึงจะไม่ใช่รูปที่ดูดีนัก แต่มันก็เป็นตัวของเขาจริงๆ ถ้าเป็นสมัยนี้ล่ะก็รูปคงถูกลบไปแน่ๆ สิ่งที่ขาดหายไปเพราะการถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิตอลก็คือ เรามีเฉพาะหน้าฉากของความทรงจำเท่านั้น ... ไม่ใช่เรื่องราวทั้งหมด

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด