กล้องดิจิตอลปฏิวัติโลก

กล้องดิจิตอลปฏิวัติโลก
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ผมทำนายอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างจะท้าทายว่า ในอีกไม่กี่ปีนักร้านถ่ายรูปแล็บสีสารพัดยี่ห้อฟิล์มที่เห็นอยู่ทุกหัวมุมถนนในวันนี้ จะต้องปิดกิจการกันเกือบหมดไม่ผิดอะไรกับร้านชำ ร้านโชห่วยที่กำลังสูญสลายไป ภายใต้การแข่งขันกับระบบการค้าปลีกสมัยใหม่ ต่างนิดเดียว ตรงที่การจากไปในอนาคตของร้านฟิล์มพวกนี้ จะเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีครั้งสำคัญ นั่นคือการที่กล้องดิจิตอลมีปริมาณมากพอในตลาด ขอทำนายอีกข้อด้วยว่า ในปี 2545 นี้ กล้องดิจิตอล ซีดีไรเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ แผ่นซีดีเปล่า จะเป็นชนิดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่ขายดีที่สุดและร้อนแรงที่สุดในเมืองไทย และภายในปี 2546 เครื่องคอมพิวเตอร์ "มาตรฐานพันธุ์ทิพย์" จะต้องมีซีดีไรเตอร์ ไดร์ฟดีวีดี และฮาร์ดดิสก์ อีก 2 ตัวติดตั้งมาเป็นแสตนดาร์ดในเครื่องตั้งแต่ต้น ไม่น่าเชื่อว่า ตอนนี้เรากำลังอยู่ตรงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง การปฏิวัติอินเทอร์เน็ตที่เกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อน และการพลิกผันในเรื่องเทคโนโลยีการบันทึกภาพดิจิตอล ได้เปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปแบบชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ จู่ๆ กลุ่มคนทั่วไปก็มีศักยภาพในการผลิตรูปภาพ และสื่อสารระหว่างกันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยมากคนมักจะมองการปฏิวัติอินเทอร์เน็ต เป็นอะไรที่เกิดพร้อมกันครั้งเดียว ใหญ่โต ไฟไหม้ฟาง คิดแบบนี้มองข้ามอะไรไปหรือเปล่า? ในทางกลับกันเราน่าจะมามองกันเสียใหม่ว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นระลอกอย่างต่อเนื่องต่างหาก คราวนี้ผมจะพูดถึงการปฏิวัติสองสามระลอกหลังที่กำลังเขย่าสังคมไทยอยู่ในปัจจุบัน ย้อนเวลากลับไปเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เกิดขึ้น คือการปฏิวัติระลอกแรก ที่สร้างโครงข่ายพื้นฐานในการติดต่อสื่อสารและแชร์ข้อมูล ถัดมาระลอกสองคือการปฏิวัติด้านสียง MP3 และแนปเตอร์คือการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายที่ว่านั้นเพื่อความบันเทิงด้านเสียงเพลง แต่น่าเสียดายที่บรรดาค่ายเพลงมีผลประโยชน์อยู่ในมือ มากเกินกว่าที่จะยอมรับสื่อใหม่และโครงสร้างการจ่ายเงินได ้ ความคืบหน้าในเรื่องนี้จึงยังไม่ไปถึงไหน ทั้งๆ ที่ผู้บริโภคควรจะมีสิทธิในการเลือกมากกว่านี้ ส่วนในไทย เรื่องนี้ยิ่งไม่น่าจะมองเห็นทางออกเพราะเทคโนโลยีก้าวหน้าเกินกฎหมายหรือค่ายเทปจะตามทัน สาเหตุที่ซีดีเอ็มพีสามยังอาละวาดเกลื่อนเมืองไม่ใช่เพราะ "เส้นก๊วยจั๊บ" อย่างเดียว แต่เพราะยูสเซอร์ทุกๆ คนที่มีซีดีไรเตอร์ราคาสองสามพันบาทสามารถปั๊มแผ่นซีดีผีออกขาย หรือจำหน่ายจ่ายแจกได้สบายๆ จนกระทั่งหลังสุด ค่ายผีอย่าง Vampire Records ยังเจอปัญหาถูกก๊อปซ้ำขโมยต่ออีกทอด โดยฝีมือนักก็อปมือสมัครเล่นที่ปั๊มแผ่นแจกเพื่อนๆ หรือเป็นการหารายได้ค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ ระลอกหลังที่ตามมาล่าสุด แต่ยังไม่ค่อยมีใครพูดถึงกันนั่นคือ "การปฏิวัติกล้องดิจิตอล" ที่ผลิตภาพขึ้นมาได้โดยใช้ต้นทุนที่น้อยมาก หรือแทบจะไม่มีเลย ในขณะที่การแต่งเพลงหรือการอัดเพลงจำเป็นต้องใช้ฝีมือพอสมควร ดังนั้นในไฟล์เสียงดิจิตอลที่มีการแชร์กันจึงเป็นการละเมิดลิขสิทธิเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่การบันทึกภาพดิจิตอลไม่ต้องใช้ฝีมืออะไรมากไปกว่าการกดชัตเตอร์นิ่มๆ และสองมือที่ถือกล้องนิ่งๆ เท่านั้น ใครๆ ก็ทำได้และสนุกกับการถ่ายภาพเรื่อยเปื่อย ในเมื่อมันง่ายขนาดนี้อุตสาหกรรมฟิล์มถ่ายภาพจึงหมดโอกาสเล่นบทเสือนอนกินแบบที่เคยเป็นอีกต่อไป ในขณะที่อุตสาหกรรมเพลงและซอฟต์แวร์ยังใช้ "กฎหมาย" เป็นเครื่องมือรักษาสถานะภาพได้ ในอีกสองสามปีข้างหน้า ใครที่มีกล้องดิจิตอลใช้งานจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากการใช้กล้องฟิล์มแบบเดิม และเรื่องนี้จะส่งผลกระทบหลายประการ เพราะขั้นตอนการล้างอัดไม่มีอีกต่อไป ขั้นตอนการซื้อฟิล์มก็ไม่มี และในที่สุดร้านถ่ายรูปก็จะถูกตัดออกจากกระบวนการอย่างสิ้นเชิง กระบวนการบันทึก จัดเก็บและโชว์ภาพ (มีใครไม่อวดรูปตัวเองบ้างล่ะ ถามหน่อยว่าเวลาดูรูปหมู่คุณดูรูปใครก่อน) กลับไปตกอยู่กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแทน กระแสกล้องดิจิตอลน่าจะฉุดยอดขายของสองวงการนี้ขึ้นมาไม่มากก็น้อย พื้นฐานของมนุษย์ต้องส่งภาพให้คนอื่นดู เช่นทางอีเมล์ หรือ ทางโฟโต้อัลบั้มออนไลน์ และไซต์ท่องเที่ยว แรกเริ่มผู้ใช้กล้องดิจิตอลจะไม่คิดว่าต้องมีอุปกรณ์อื่นใดเพิ่ม นอกจากคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่แล้ว อุปกรณ์อย่างแรกที่ต้องใช้โดยไม่รู้ตัวคือ ฮาร์ดดิสก์ จำนวนภาพที่กดได้ไม่จำกัดทำให้เนื้อที่ฮาร์ดดิสก์ 20 กิ๊ก เต็มได้ในเวลาแค่ไม่กี่เดือน อุปกรณ์ถัดมาที่ใช้คือพรินเตอร์ แต่คงจะปรินต์สีจริงๆ จังๆ ได้แค่ไม่กี่รูป เพราะหลังจากนั้นก็เริ่มรู้ตัวว่าค่าหมึกแต่ละหลอดนั้นมันหลายสตางค์ ในเมื่อฮาร์ดดิสก์เต็ม แต่จำนวนรูปยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องมองหาที่เก็บอื่น ฮาร์ดดิสก์ตัวที่สองก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ อุปกรณ์อย่างอื่นตามมาเช่นกัน เช่นพวกซีดีไรเตอร์ เดี๋ยวนี้ราคาแค่ไม่กี่พันบาทในแบบ internal พวก external ก็มีขายเช่นกันแต่เหมาะสำหรับพวกตลาดโน้ตบุ๊กมากกว่า อุปกรณ์ซีดีไรเตอร์ได้แก้ปัญหาการจัดเก็บข้อมูลที่เกิดมาตามจากผลกระทบของกล้องดิจิตอล ทำให้ต้นทุนในการจัดเก็บไฟล์ดิจิตอลเหลือเพียง 650-700 เมกะไบต์ ต่อ 10-15 บาทเท่านั้น ทำเก็บไว้ สองหรือสามกอบปี้ได้สบายๆ ซึ่งถูกมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยต่อเมกะไบต์ในสื่อจัดเก็บข้อมูลอื่นๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์ (ซึ่งอันที่จริงฮาร์ดดิสก์ก็ถูกลงมากเช่นกัน) หรือดิสเก็ตต์ 3.5 นิ้ว ขั้นตอนง่ายๆ ก็คือ เอากล้องไปถ่ายภาพมาโหลดลงฮาร์ดดิสก์ จากนั้นใช้โปรแกรมพวกซีดีเบิร์นเนอร์ โหลดลงแผ่นซีดีอีกทีหนึ่งถ้ากลัวข้อมูลหายก็สามารถบันทึกลงแผ่นซีดีสอง หรือสามแผ่น แล้วเก็บรักษาไว้คนละที่ไม่น่าจะมีปัญหาข้อมูลเสียหายพร้อมกันทีเดียวสองหรือสามชุด อุตสาหกรรมเพลงรับมือกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยการ ยึดกุมลิขสิทธิ์เพลง และใช้กลไกกฎหมายเล่นงานผู้ละเมิด นั่นทำได้เพราะยูสเซอร์ผลิตเพลงเองไม่ได้ ในทางกลับกันอุตสาหกรรมฟิล์มไม่มีข้อได้เปรียบเช่นนี้ ยิ่งยูสเซอร์ถ่ายภาพที่มาจากกล้องดิจิตอลมากเท่าไหร่ ก็หมายความว่า สูญเสียตลาดไปมากเท่านั้น ผลก็คือทำให้บริษัทใหญ่ในตลาดอย่าง ฟูจิ หรือโกดักต้องลงมาเล่นในตลาดกล้องดิจิตอลเองด้วยก่อนที่จะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมี ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในวันนี้ ต่างจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเมืองไทยเมื่อสองสามปีก่อน สมัยก่อนผู้ใช้ไม่ค่อยมีกิจกรรมอะไรมากมายให้ทำมากนักนอกจากส่งเมล์ แชตไออาร์ซี หรือเปิดดูเว็บไซต์ที่ตอนนั้นยังมีไม่มากนัก ส่วนมากก็เป็นเว็บบอร์ดหรืออะไรทำนองนั้น แต่ทุกวันนี้มีกิจกรรมมากมายตั้งแต่เปิดเว็บ อีเมล์ icq และทุกเรื่องทุกกระบวนการล้วนแต่มีภาพถ่ายในรูปไฟล์ดิจิตอลมาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ที่น่าสนใจคือโฟโต้อัลบั้มออนไลน์ที่สามารถส่งเมล์ชักชวนเพื่อนไปดูรูปล่าสุด "ไม่มีกลุ่มผู้อ่านที่ passive อีกต่อไปแล้ว" คนทำเว็บมือดีรายหนึ่งแลกเปลี่ยนความเห็นให้ผมฟัง ประเด็นที่ว่านี้ก็คือ ทุกคนสามารถบันทึกภาพ สแกน เขียนเรื่องประกอบ และส่งภาพเด็ดส่วนตัวไปให้ใครเมื่อไหร่ก็ได้ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์พวกนี้ทำให้การผลิตภาพไม่ต้องพึ่งร้านถ่ายรูป หรือสตูดิโออีกต่อไป "ต้นทุนในการผลิตภาพดิจิตอลถูกลงมาก.......ในขณะที่กระดาษกลับแพงสวนทางขึ้นไป" เขาเสริมพร้อมกับชี้ประเด็นว่า ตัวสแปมเมล์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ เพื่อนซี้ของคุณเองที่มีอีเมล์ นั่นแหล่ะที่ส่งรูปใครต่อใครมาเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นรูปไปเที่ยวทะเล รูปลูก รูปเพื่อน รูปทีเด็ด ฯลฯ "ภาพโป๊ระบาดมากที่สุดทางอีเมล์ ไม่ใช่เว็บไซต์อย่างที่เข้าใจกัน" เขาย้ำนักย้ำหนา ภาพรวมที่เห็นในช่วงสองปีหลังนี้ก็คือ ตลาดท่องเที่ยวและความปรารถนาในการบันทึกเรื่องราวส่วนตัว ได้ผลักดันให้มีการขยายตัวขนานใหญ่ในเรื่องกล้องดิจิตอลและสื่อบันทึกภาพชนิดต่างๆ ถ้าใครสังเกตให้ดีจำนวนรุ่น แบบ และยี่ห้อของกล้องดิจิตอล ที่ปรากฏในตลาดมีความหลากหลายมากขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ จาเดิมที่เคยเก็บค่าความละเอียดได้เพียง 1.5 ถึง 2.0 เมกะพิกเซล ก็พัฒนาใหม่หมดจนเก็บภาพที่มีค่าความละเอียดมากถึง 4-5 เมกะพิกเซลได้อย่างสบายๆ ความก้าวหน้าของตรงนี้เป็นผลสะท้อนมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีของเซลรับภาพ ที่จะแปลงสัญญาณแสงให้เป็นภาพถ่ายขึ้นมา จากนั้นไฟล์ภาพถ่ายนี้จะถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำของกล้อง ในกล้องแบบเดิมแสงที่เปิดเข้ามาผ่านเลนส์จะกระทบตกลงบนแผ่นฟิล์มแล้วเกิดปฏิกิริยาเคมีจนเป็นภาพขึ้น ดังนั้นจำนวนภาพที่จะถ่ายได้จึงต้องขึ้นอยู่กับปริมาณฟิล์ม โดยมากฟิล์มม้วนนึงก็สามสิบกว่ารูป ในกล้องดิจิตอล ปริมาณภาพไม่มีจำกัดด้วยปริมาณฟิล์ม แต่ถูกจำกัดด้วยปริมาณความจุของเมโมรี เพราะความจุขนาด 128 เมกะไบต์อาจสองพันภาพซึ่งเหลือเฟือสำหรับการถ่ายภาพเดินทางงานเลี้ยง งานแต่งงานฯ เพราะไม่จำเป็นต้องใช้ความละเอียดสูงเหมือนงานพิมพ์มืออาชีพ ขณะเดียวกันขนาดของหน่วยเก็บความจำก็ได้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีเพียง 4 หรือ 8 เมกะไบต์ กลายมาเป็น 64 หรือ 128 หรือแม้กระทั่ง 320 เมกะไบต์ ในพื้นที่ขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือเท่านั้นหรือใหญ่กว่านั้นนิดหน่อยเท่านั้น กล้องดิจิตอลจะชนะกล้องฟิล์มตรงจุดนี้เพราะการบอกว่าถูกจำกัดด้วยปริมาณฟิล์มจริงๆ แล้วไม่ได้ถูกจำกัดด้วยปริมาณฟิล์มจริงๆ หรอก แต่เป็นการถูกจำกัดจากปริมาณเงินที่จะซื้อฟิล์มต่างหาก! ทุกวันนี้ ต้นทุนของการเป็นเจ้าของและใช้งานกล้องฟิล์มสูงขึ้นทุกที่คิดเลขง่ายๆ ว่ารวมม้วนละสามถึงสี่ร้อย ดังนั้นราคาตัวกล้อง 5 พันบาท ไปเที่ยวหนึ่งครั้งใช้ฟิล์ม 10 ม้วน ค่าใช้จ่ายที่ตกออกมาก็มากกว่าครึ่งหนึ่งของราคากล้องตัวนั้นแล้ว ความคืบหน้าล่าสุดที่น่าสนใจก็คือ ค่ายใหญ่อย่างฮิวเล็ตต์-แพคการ์ด ได้เริ่มลงมาจับตลาดกล้องดิจิตอลบ้างแล้ว ซึ่งคงจะน่ากลัวไม่น้อยเพราะทราบกันดีว่า ค่ายนี้แข็งในเรื่องพรินเตอร์อยู่แล้ว ตามมาด้วยมือถือรุ่นใหม่ของโนเกียที่มีฟังก์ชั่นใหม่ ที่รวมเอากล้องดิจิตอลเข้าไว้ในโทรศัพท์มือถือ เหมือนเป็นอุปกรณ์ชิ้นเดียวกัน (อันที่จริงโทรศัพท์ในระบบไอโหมดที่ญี่ปุ่นมีการใช้ระบบนี้มานานพอสมควรแล้ว) น่าคิดว่า เราจะเรียกโปรดักส์ใหม่ๆ แบบนี้ว่าอะไรดี จะจัดมันเป็นกล้องถ่ายรูปดิจิตอล หรือว่าเป็นเครื่องโทรศัพท์มือถือกันแน่ เนื่องจากถ่ายแล้วไม่เปลืองฟิล์มหรือเปลืองเงินในกระเป๋า ผลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือปริมาณภาพมหาศาลที่ถูกผลิตขึ้นในแต่ละวันโดยฝีมือผู้ใช้กล้องดิจิตอล หรือสแกนเนอร์ หรือเว็บแคม หรือการแปลงภาพจากวิดีโอ ซึ่งส่งผลให้มีความต้องการฮาร์ดดิสก์ความจุสูงเกิดขึ้นในตลาด ตามติดๆ มาด้วยอุปกรณ์ซีดีไรด์เตอร์ที่ใช้เขียนบันทึกไฟล์ภาพลงซีดีรอมทีละ 6-700 เมกะไบต์ ซึ่งอย่างหลังนี้ตลาดกำลังเติบโตอย่างน่ากลัว ซีดีไรเตอร์ตัวใหม่ของค่าย Sony เพิ่มขีดความสามารถพิเศษที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนด้วยการเพิ่มช่องเล็กๆ สำหรับเสียบแผ่นเมโมรีสติ๊กเพื่อดาวน์โหลดไฟล์รูปที่ไปถ่ายมาได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ต่อไปเราคงได้มีโอกาสเห็นอุปกรณ์อะไรต่อมิอะไรประหลาดมากกว่าที่เห็นทุกวันนี้ เทคโนโลยีเปลี่ยนไปในหลายด้าน เน็ตเวิร์กเปลี่ยน (อินเทอร์เน็ตแพร่หลาย) การถ่ายภาพดิจิตอล (ไม่ต้องง้อฟิล์มเคมีราคาแพง) อุปกรณ์จัดเก็บพร้อม (ฮาร์ดิสก์ และซีดีไรเตอร์ มีราคาถูกลงและดีขึ้นเรื่อยๆ) คงเดาไม่ยากว่า รวมความแล้วการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังตามติดมาในไม่ช้าในยุคที่ฟิล์มต้องนำเข้ามีสนนราคาค่างวดแพงขึ้นเรื่อย ๆ จนตากล้องหลายรายเริ่มถอด ใจแม้จะเป็นมืออาชีพก็ตาม...

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด