วิธีเช็กเบอร์โทรศัพท์ว่าเป็นของใคร ตรวจสอบเบอร์แปลกและเบอร์มิจฉาชีพ ทำอย่างไร?

วิธีเช็กเบอร์โทรศัพท์ว่าเป็นของใคร ตรวจสอบเบอร์แปลกและเบอร์มิจฉาชีพ ทำอย่างไร?

วิธีเช็กเบอร์โทรศัพท์ว่าเป็นของใคร ตรวจสอบเบอร์แปลกและเบอร์มิจฉาชีพ ทำอย่างไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เคยไหม? อยู่ดี ๆ ก็มีเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยโทรเข้ามา บางครั้งโทรมาแค่ครั้งเดียวแล้ววางสาย บางเบอร์โทรซ้ำหลายครั้งจนอดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นใคร จะเป็นคนรู้จักที่เปลี่ยนเบอร์ บริษัทที่ติดต่อมา หรืออาจเป็นมิจฉาชีพที่กำลังหาทางหลอกลวงอยู่ก็ได้

ก่อนจะตัดสินใจรับสายหรือโทรกลับ ลองนำเบอร์โทรศัพท์นั้นมาตรวจสอบดูก่อน ปัจจุบันมีหลายวิธีที่ช่วยค้นหาข้อมูลเบื้องต้นได้ ทั้งการค้นหาผ่าน Google, Facebook, LINE หรือใช้แอปพลิเคชันระบุหมายเลขโทรศัพท์ มาดูกันว่ามีวิธีเช็กเบอร์โทรศัพท์ว่าเป็นของใครบ้าง และต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ

5 วิธีเช็กเบอร์โทรศัพท์ว่าเป็นของใคร เมื่อมีเบอร์แปลกโทรมา

หากมีสายเรียกเข้าจากหมายเลขที่ไม่รู้จัก ไม่จำเป็นต้องรีบโทรกลับทันที ลองใช้วิธีเหล่านี้เพื่อตรวจสอบข้อมูลของเบอร์โทรศัพท์ก่อน

1. นำเบอร์โทรศัพท์ไปค้นหาใน Google

วิธีที่ง่ายที่สุดคือคัดลอกหมายเลขโทรศัพท์ไปค้นหาใน Google โดยลองค้นหาทั้งรูปแบบตัวเลขติดกันและรูปแบบที่มีขีดคั่น เช่น 08XXXXXXXX หรือ 08X-XXX-XXXX

หากเป็นเบอร์ของบริษัท ธนาคาร หน่วยงาน หรือธุรกิจที่มีการเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ อาจพบชื่อองค์กรหรือช่องทางติดต่อที่เกี่ยวข้องได้ นอกจากนี้ หากเป็นเบอร์ที่เคยมีคนร้องเรียนหรือรายงานว่าเป็นเบอร์ก่อกวน ก็อาจพบกระทู้หรือข้อมูลเตือนภัยจากผู้ใช้รายอื่นด้วย

อย่างไรก็ตาม ผลการค้นหาไม่ได้ยืนยันว่าเจ้าของเบอร์เป็นใครจริง ๆ ควรตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งก่อนเชื่อถือ โดยเฉพาะกรณีที่พบชื่อหน่วยงานหรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง

2. ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ผ่าน Facebook

อีกวิธีที่อาจช่วยให้รู้ว่าเบอร์แปลกเป็นของใคร คือการลองค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ผ่าน Facebook

วิธีนี้อาจใช้ได้ในกรณีที่เจ้าของหมายเลขมีบัญชี Facebook และตั้งค่าการค้นหาหรือการเชื่อมโยงบัญชีด้วยหมายเลขโทรศัพท์ไว้ให้ผู้อื่นค้นพบได้

แต่ไม่ใช่ทุกเบอร์ที่จะค้นหาเจอ เพราะผู้ใช้สามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเพื่อจำกัดการค้นหาบัญชีจากหมายเลขโทรศัพท์ได้ หากค้นหาแล้วไม่พบข้อมูล จึงไม่ได้หมายความว่าเบอร์นั้นไม่มีเจ้าของหรือเป็นเบอร์อันตรายแต่อย่างใด

3. เช็กเบอร์ผ่าน LINE ด้วยการค้นหาจากหมายเลขโทรศัพท์

LINE เป็นอีกช่องทางที่อาจช่วยตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ได้ โดยสามารถลองค้นหาหมายเลขผ่านเมนูเพิ่มเพื่อน

วิธีทำมีดังนี้

  1. เปิดแอปพลิเคชัน LINE
  2. เข้าเมนูเพิ่มเพื่อน (Add Friends)
  3. เลือกค้นหา (Search)
  4. เลือกค้นหาด้วยหมายเลขโทรศัพท์ (Phone Number)
  5. เลือกประเทศและกรอกหมายเลขที่ต้องการค้นหา
  6. กดค้นหาเพื่อดูว่ามีบัญชี LINE ที่เชื่อมโยงกับหมายเลขดังกล่าวหรือไม่

ทั้งนี้ การค้นหาจะทำได้ก็ต่อเมื่อบัญชีปลายทางมีการเปิดอนุญาตให้ผู้อื่นเพิ่มเพื่อนด้วยหมายเลขโทรศัพท์ หากเจ้าของบัญชีปิดการตั้งค่านี้ไว้ หรือไม่ได้ใช้ LINE ด้วยหมายเลขดังกล่าว ก็อาจไม่พบผลการค้นหา

ข้อควรจำคือ ชื่อและรูปโปรไฟล์ที่ปรากฏบน LINE ไม่ได้ยืนยันตัวตนของเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ได้อย่างสมบูรณ์

4. ใช้แอป Whoscall ตรวจสอบว่าใครโทรมา

หากไม่อยากเสียเวลานำเบอร์โทรศัพท์ไปค้นหาทีละเว็บไซต์ การใช้แอปพลิเคชันระบุหมายเลขผู้โทรก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

หนึ่งในแอปที่ได้รับความนิยมคือ Whoscall ซึ่งมีฟีเจอร์ระบุหมายเลขผู้โทร ช่วยแสดงข้อมูลเบื้องต้นของสายเรียกเข้า เช่น ชื่อธุรกิจ หมายเลขที่ถูกรายงานว่าเป็นสแปม หรือเบอร์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการหลอกลวง

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ที่สงสัย และตั้งค่าบล็อกสายที่ไม่ต้องการได้ด้วย

ดาวน์โหลดและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Whoscall: https://whoscall.com/th/

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของแอปอ้างอิงจากฐานข้อมูลและรายงานที่มีอยู่ จึงอาจไม่ครอบคลุมทุกหมายเลข และไม่ควรใช้ผลการระบุชื่อเพียงอย่างเดียวเป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นบุคคลหรือหน่วยงานนั้นจริง

5. ตรวจสอบกับบริษัทหรือหน่วยงานโดยตรง

หากเบอร์ที่โทรเข้ามาอ้างว่าเป็นธนาคาร บริษัทขนส่ง หน่วยงานราชการ หรือองค์กรที่เรากำลังติดต่ออยู่ วิธีที่ปลอดภัยกว่าการโทรกลับไปยังหมายเลขนั้น คือค้นหาช่องทางติดต่อจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันทางการของหน่วยงานดังกล่าว แล้วสอบถามว่ามีการติดต่อเราจริงหรือไม่

วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอก เพราะแม้ปลายสายจะบอกชื่อหน่วยงานหรือแสดงข้อมูลบางอย่างที่ดูน่าเชื่อถือ ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตัวจริง

สามารถโทรถามเครือข่ายมือถือได้ไหมว่าเบอร์นี้เป็นของใคร?

หลายคนอาจสงสัยว่า หากมีเบอร์โทรศัพท์แปลก ๆ โทรเข้ามา สามารถติดต่อ AIS, True หรือ dtac เพื่อสอบถามชื่อเจ้าของหมายเลขได้หรือไม่

โดยทั่วไป ผู้ให้บริการเครือข่ายจะไม่สามารถเปิดเผยชื่อหรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้จดทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์ให้บุคคลทั่วไปได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

หากพบหมายเลขที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการหลอกลวง สามารถแจ้งเบาะแสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ โดยเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ประสานงานกับผู้ให้บริการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

เบอร์โทรศัพท์ขึ้นต้นด้วย +697 และ +698 คืออะไร อันตรายไหม?

หากสังเกตเห็นสายเรียกเข้าที่มีเครื่องหมายบวก (+) นำหน้าหมายเลข เช่น +697 หรือ +698 ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้มีธุระหรือรอรับสายจากต่างประเทศ

ตามมาตรการของสำนักงาน กสทช. หมายเลขที่มีรหัสนำหน้าเหล่านี้ใช้แสดงประเภทของสายโทรเข้าจากต่างประเทศ ดังนี้

  • +697 ใช้แสดงสายโทรเข้าจากต่างประเทศที่ไม่สามารถระบุหมายเลขต้นทางได้ ซึ่งอาจเป็นการโทรผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (VoIP)
  • +698 ใช้แสดงสายโทรเข้าจากต่างประเทศที่มีการระบุหมายเลขต้นทาง โดยเป็นหมายเลขโทรศัพท์มือถือไทยที่ใช้งานโรมมิ่งอยู่ต่างประเทศ

ดังนั้น +697 และ +698 ไม่ใช่รหัสประเทศ และไม่ได้หมายความว่าทุกสายที่ขึ้นต้นด้วยหมายเลขเหล่านี้เป็นมิจฉาชีพทั้งหมด แต่เป็นรูปแบบหมายเลขที่ควรสังเกตและใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อมีการขอข้อมูลส่วนตัวหรือชักชวนให้ทำธุรกรรมทางการเงิน

หากไม่มีความจำเป็นต้องรับสายจากต่างประเทศ สามารถเลือกปฏิเสธสายลักษณะนี้ได้ โดย กสทช. มีบริการให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือกด 1381# เพื่อเลือกปฏิเสธสายจากต่างประเทศ และกด 1382# เพื่อยกเลิกการตั้งค่าดังกล่าว

วิธีสังเกตเบอร์โทรศัพท์มิจฉาชีพ มีลักษณะอย่างไร?

นอกจากการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์แล้ว การสังเกตพฤติกรรมของผู้โทรก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมิจฉาชีพอาจใช้หมายเลขที่ดูเหมือนเบอร์ปกติ หรือแอบอ้างเป็นหน่วยงานที่น่าเชื่อถือเพื่อให้เหยื่อตายใจ

ลองสังเกตพฤติกรรมที่ควรระวังดังต่อไปนี้

  • อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ตำรวจ ธนาคาร บริษัทขนส่ง หรือหน่วยงานราชการ แล้วแจ้งว่ามีปัญหาเกี่ยวกับบัญชีหรือข้อมูลส่วนตัว
  • ขอข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงิน เช่น รหัสผ่าน รหัส OTP หมายเลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร
  • เร่งรัดให้ทำรายการทันที โดยอ้างว่าหากไม่ดำเนินการจะถูกอายัดบัญชี ถูกดำเนินคดี หรือสูญเสียสิทธิประโยชน์
  • หลอกให้กดลิงก์หรือติดตั้งแอปพลิเคชัน โดยอ้างว่าเป็นแอปของหน่วยงานหรือใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูล
  • สั่งให้โอนเงินไปยังบัญชีอื่น โดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบบัญชี ยืนยันตัวตน หรือป้องกันเงินสูญหาย

หากพบพฤติกรรมเหล่านี้ อย่าเพิ่งเชื่อหรือทำตามคำแนะนำของปลายสาย ควรวางสายและติดต่อหน่วยงานที่ถูกกล่าวอ้างผ่านช่องทางทางการด้วยตัวเอง

เผลอรับสายเบอร์มิจฉาชีพ จะโดนดูดเงินไหม?

หลายคนกังวลว่าหากเผลอรับสายจากเบอร์มิจฉาชีพ จะทำให้เงินในบัญชีธนาคารหายไปทันทีหรือไม่

โดยทั่วไป การรับสายและพูดคุยทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้มิจฉาชีพสามารถเข้าถึงเงินในบัญชีธนาคารได้ทันที สิ่งที่ต้องระวังคือการหลอกให้เปิดเผยข้อมูลสำคัญ กดลิงก์ ดาวน์โหลดหรือติดตั้งแอปพลิเคชันที่เป็นอันตราย หรือทำธุรกรรมตามคำสั่งของคนร้าย

หากเผลอรับสายแล้วพบว่าเป็นการโทรหลอกลวง แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนตัว ไม่ได้กดลิงก์ และไม่ได้ทำตามคำแนะนำของปลายสาย ก็ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกจนเกินไป

แต่หากมีการให้ข้อมูลสำคัญหรือติดตั้งแอปพลิเคชันไปแล้ว ควรรีบติดต่อธนาคารผ่านช่องทางทางการเพื่อระงับความเสี่ยง และหากเกิดความเสียหายให้ติดต่อศูนย์ AOC สายด่วน 1441 เพื่อขอคำแนะนำและแจ้งเหตุ

หากเจอเบอร์มิจฉาชีพ ควรทำอย่างไร?

หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นหมายเลขที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย หรือมีคนอื่นรายงานว่าเป็นเบอร์ที่ใช้หลอกลวง สามารถรับมือได้ดังนี้

  1. ไม่โทรกลับเบอร์ที่น่าสงสัย โดยเฉพาะหมายเลขต่างประเทศที่ไม่รู้จัก และไม่มีธุระติดต่ออยู่ก่อน
  2. บล็อกหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อป้องกันการโทรเข้าซ้ำจากเบอร์เดิม
  3. อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวหรือรหัส OTP ไม่ว่าปลายสายจะอ้างว่าเป็นใครก็ตาม
  4. อย่ากดลิงก์หรือติดตั้งแอปฯ ตามคำแนะนำของคนแปลกหน้า หากไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้
  5. แจ้งเบาะแสหรือขอความช่วยเหลือ หากพบการหลอกลวงหรือได้รับความเสียหาย สามารถติดต่อ AOC สายด่วน 1441

หากต้องการร้องเรียนเกี่ยวกับบริการโทรคมนาคม สามารถติดต่อสำนักงาน กสทช. ได้ที่สายด่วน 1200

การมีเบอร์แปลกโทรเข้ามาไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมิจฉาชีพทุกครั้ง แต่ก็ไม่ควรประมาท โดยเฉพาะสายที่พยายามสร้างความกลัว เร่งให้ตัดสินใจ หรือขอข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงิน ก่อนรับปากหรือทำธุรกรรมใด ๆ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานต้นทางให้แน่ใจก่อนเสมอ เพราะการหยุดคิดและตรวจสอบสักนิด อาจช่วยป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล