วิธีเช็กสลิปโอนเงินว่าจริงหรือปลอม ดูง่าย ๆ ก่อนส่งของ ป้องกันโดนโกง

การซื้อขายออนไลน์ สิ่งที่ร้านค้าหรือผู้รับเงินต้องระวังคือ สลิปโอนเงินปลอม เพราะภาพสลิปสามารถถูกนำไปแก้ไขข้อมูลบางส่วนแล้วส่งมาเป็นหลักฐานได้ ดังนั้นการเห็นสลิปเพียงอย่างเดียวจึงไม่ควรถือว่าได้รับเงินแล้ว
วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือ ตรวจสอบรายการจาก Mobile Banking ของบัญชีผู้รับโดยตรง และหากสลิปมี QR Code สามารถสแกนเพื่อตรวจสอบรายละเอียดรายการเพิ่มเติมได้
วิธีเช็กสลิปโอนเงินว่าจริงหรือปลอม
1. เช็กยอดเงินเข้าบัญชีก่อนเป็นอันดับแรก
วิธีง่ายที่สุดคือเปิดแอปธนาคารของบัญชีที่ใช้รับเงิน แล้วตรวจสอบว่ามีรายการเงินเข้าในจำนวนที่ตรงกับสลิปหรือไม่
ให้ดูทั้ง
- จำนวนเงิน
- วันและเวลาที่เงินเข้า
- ชื่อหรือข้อมูลผู้โอน
- รายละเอียดรายการ
- เลขอ้างอิงรายการ หากมี
ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำให้ตรวจสอบรายการโอนเงินผ่าน SMS หรือ Mobile Banking และสามารถใช้ QR Code บน e-Slip เพื่อตรวจสอบรายละเอียดรายการได้ด้วย
สำคัญ: หากอีกฝ่ายส่งสลิปมา แต่บัญชีของผู้รับยังไม่มีเงินเข้า ไม่ควรรีบส่งสินค้าเพียงเพราะเห็นหลักฐานการโอน
2. สแกน QR Code บนสลิปเพื่อตรวจสอบ
e-Slip ของธนาคารจำนวนมากมี QR Code สำหรับตรวจสอบรายการ สามารถใช้แอปธนาคารที่รองรับสแกน QR Code บนสลิปเพื่อตรวจสอบข้อมูลธุรกรรม
ข้อมูลที่ควรนำมาเทียบ ได้แก่
- ชื่อผู้โอน
- ชื่อผู้รับ
- จำนวนเงิน
- วันและเวลาทำรายการ
- เลขอ้างอิงรายการ
หากข้อมูลที่สแกนได้ ไม่ตรงกับข้อความบนสลิป หรือสแกนแล้วไม่สามารถตรวจสอบรายการได้ ควรสงสัยว่าสลิปอาจถูกแก้ไขหรือเป็นสลิปปลอม
3. ตัวอย่างวิธีเช็กสลิปผ่าน K PLUS
สำหรับผู้ใช้ K PLUS ธนาคารกสิกรไทยมีบริการ Verified by K+ สำหรับตรวจสอบ e-Slip โดยสามารถเข้าแอป K PLUS เลือกเมนู “สแกน” แล้วเลือกสแกน QR Code จาก e-Slip หรือเลือกไฟล์ e-Slip จากอัลบั้มเพื่อให้ระบบตรวจสอบรายการได้
เมื่อระบบตรวจสอบแล้ว จะแสดงรายละเอียดรายการเพื่อให้เปรียบเทียบกับข้อมูลบนสลิป
4. อย่าดูแค่หน้าตาสลิป
สลิปปลอมบางรูปอาจทำให้ดูเหมือนสลิปจากธนาคารจริง ดังนั้นการดูเพียงโลโก้ สี ฟอนต์ หรือรูปแบบของสลิปจึงไม่เพียงพอ
อย่างไรก็ตาม หากสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ เช่น
- ตัวเลขหรือฟอนต์ไม่สม่ำเสมอ
- ชื่อผู้โอนหรือผู้รับดูผิดปกติ
- จำนวนเงินไม่ตรงกับที่ตกลงกัน
- วันหรือเวลาไม่ตรง
- ข้อมูลบนสลิปไม่ตรงกับข้อมูลที่สแกนจาก QR Code
ควรหยุดตรวจสอบก่อนดำเนินการต่อ โดยข้อมูลจาก SCB ซึ่งอ้างอิงคำแนะนำในการตรวจสอบสลิป ระบุให้สังเกตตัวอักษร ตัวเลข ชื่อผู้โอน จำนวนเงิน และวันเวลา รวมถึงตรวจสอบ QR Code บน e-Slip ด้วย
5. สลิปจริง ไม่ได้แปลว่าเงินเข้าบัญชีแล้วเสมอไป
จุดนี้สำคัญสำหรับร้านค้าและผู้ขายออนไลน์ แม้จะมีสลิปที่ดูเหมือนถูกต้อง แต่สิ่งที่ควรยืนยันก่อนส่งสินค้า คือ บัญชีของผู้รับมีเงินเข้าจริงหรือไม่
ตัวอย่างเช่น SCB ระบุว่าบริการตรวจสอบสลิปสามารถตรวจสอบได้ว่ามีรายการโอนหรือชำระเงินจริง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีของผู้รับชำระแล้ว ดังนั้นผู้รับควรตรวจสอบยอดเงินในบัญชีของตัวเองด้วย
พูดง่าย ๆ คือ มีสลิป ≠ เงินเข้าบัญชี ควรเช็กทั้งสลิปและยอดเงินในบัญชี
ถ้าสลิปโอนเงินมา แต่เงินไม่เข้า ต้องทำอย่างไร?
หากลูกค้าหรือคู่ค้าแจ้งว่าโอนเงินแล้ว แต่บัญชีของผู้รับยังไม่มียอดเงินเข้า ให้ตรวจสอบตามลำดับดังนี้
- เช็กยอดเงินใน Mobile Banking อีกครั้ง
- ตรวจสอบวันและเวลาของรายการ
- ตรวจสอบชื่อและบัญชีผู้รับบนสลิป
- สแกน QR Code บน e-Slip หากมี
- ตรวจสอบเลขอ้างอิงรายการ
- หากยังไม่พบรายการ ให้ติดต่อธนาคารเพื่อสอบถาม
ไม่ควรส่งสินค้าเพียงเพราะอีกฝ่ายส่งภาพสลิปมาให้ หากยังไม่พบยอดเงินเข้าบัญชี
ร้านค้าออนไลน์ควรป้องกันสลิปปลอมอย่างไร?
สำหรับร้านค้าออนไลน์ วิธีที่ปลอดภัยคืออย่าใช้ภาพสลิปเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียว ควรเปิดระบบแจ้งเตือนเงินเข้า หรือหมั่นตรวจสอบรายการใน Mobile Banking ก่อนส่งสินค้า
หากธนาคารที่ใช้งานมีระบบตรวจสอบ e-Slip หรือระบบสำหรับร้านค้า ก็ควรใช้ระบบดังกล่าวช่วยตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง เช่น K SHOP ของกสิกรไทยมีฟังก์ชันตรวจสอบ e-Slip โดยอัปโหลดรูปสลิปเข้าสู่ระบบและตรวจสอบรายละเอียดรายการได้
สรุป วิธีเช็กสลิปโอนเงินว่าจริงหรือปลอม
หากต้องการเช็กว่าสลิปโอนเงินจริงหรือปลอม อย่าเชื่อจากภาพสลิปเพียงอย่างเดียว ให้ ตรวจสอบยอดเงินเข้าบัญชีจริงเป็นหลัก จากนั้นจึงสแกน QR Code บน e-Slip เพื่อตรวจสอบชื่อ จำนวนเงิน วันเวลา และรายละเอียดรายการอีกครั้ง
หากข้อมูลไม่ตรงกัน สแกน QR Code ไม่ได้ หรือไม่มีเงินเข้าบัญชี ควรหยุดการส่งสินค้าและติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบก่อน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



